พระองค์ตรัสว่า “จงตั้งใจฟังให้ดีท่านตวงให้เขาอย่างไรเขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้นและจะเพิ่มให้อีกด้วย  ผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นส่วนผู้ที่มีน้อยสิ่งเล็กน้อยที่เขามีจะถูกริบไปด้วย” (มธ. 4:24-25)

 
Wednesday, 27 July 2011 10:26

โอ้พระเยซูเจ้า ช่วยปิดประตูนรกด้วย

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

โดย เรน อัลเลกรี 
ย.อัศวิน ถอดความ

    ชีวประวัติและชีวิตฝ่ายจิตของอาแลสซานดรีนา มารีอา ดากอสตา (Alessandrina Maria da Costa) หญิงชาวโปรตุเกส ผู้ต้องนอนทนทุกข์อยู่บนเตียงนอนยาวนานถึง 30 ปี และในช่วง 13 ปีสุดท้าย ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการรับศีลมหาสนิทเพียงอย่างเดียว

    การสถาปนาคุณพ่อปีโอ (Padre Pio) เป็นนักบุญเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ก่อให้เกิดความสนใจในความศักดิ์สิทธิ์บางประการที่เต็มไปด้วยความลึกลับและปรากฏการณ์แปลกประหลาด ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นอำนาจสวรรค์ โดยเฉพาะ มีนักบุญหลายองค์ดูผิวเผินท่านดำรงชีวิตแบบบุคคลธรรมดา แต่ในส่วนลึกท่านชิดสนิทกับพระเป็นเจ้าและบำเพ็ญศีลภาวนาด้วยใจเร่าร้อน มีนักบุญบางองค์ได้รับพรสวรรค์เป็นพิเศษ เช่น เห็นภาพสวรรค์ ได้รับปิติสุขหยั่งรู้จิตใจผู้อื่น ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ และรักษาโรคด้วยพลังจิต นักบุญบางองค์ได้มีส่วนร่วมในมหาทรมานของพระเยซูเจ้า โดยมีรอยแผลปรากฏบนร่างกาย เช่นในกรณีของคุณพ่อปีโอที่มองเห็นบาดแผล บางองค์ไม่เห็นบาดแผล เช่น ในกรณีของนักบุญแคทเทอรีนแห่งเซียนา 

     ลักษณะของบาดแผลเป็นได้หลายรูปแบบและปรากฏในส่วนต่างๆ ของร่างกาย จำนวนแผลก็อาจแตกต่างกันไป 

มีลักษณะเหมือนบาดแผลขององค์พระเยซูเจ้า ขณะทรงถูกทรมานและถูกตรึงกางเขน 

     พระศาสนจักรคาทอลิกยอมรับความถูกต้องของปรากฏการณ์เหล่านี้ในบางกรณีเท่านั้น แต่ไม่เคยนิยามแหล่งกำเนิดหรือธรรมชาติ 

คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์และจิตแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ด้วยเหตุนี้ บุคคลที่ได้รับปรากฏการณ์นี้ มักจะถูกมองด้วยความสงสัย กรณีของคุณพ่อปีโอเป็นตัวอย่าง แต่บัดนี้ คุณพ่อปีโอได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญแล้ว รอยแผลและปรากฏการณ์อื่นๆ บนร่างกายท่าน จึงถือเป็นพรสวรรค์และพระพรพิเศษ สมเด็จพระสันตะปาปาเองยังทรงกล่าวว่าคุณพ่อปีโอรักและผูกพันกับพระเยซูผู้ถูกตรึงกางเขนอย่างแนบแน่น การมีรอยแผลประทับบนร่างกายเป็นเครื่องหมายแห่งการมีส่วนร่วมในมหาทรมานบนไม้กางเขนอย่างเป็นรูปธรรม 

     การยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของคุณพ่อปีโอโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรสวรรค์พิเศษต่างๆ ประจำตัวท่าน ได้ช่วยให้คุณลักษณะต่าง ๆ ของท่านเด่นชัดขึ้นมาก ในปัจจุบันมีผู้มีคุณลักษณะพิเศษคล้ายคลึงกันนี้อีกหลายท่าน ที่กำลังได้รับการพิจารณาเพื่อสถาปนาเป็นนักบุญอยู่ 

     คุณลักษณะพิเศษที่กำลังจะกล่าวถึงนี้เกิดกับหญิงชาวโปรตุเกสคนหนึ่ง ซึ่งสิ้นชีวิตในปี ค.ศ. 1955 ขณะมีอายุได้ 51 ปี เธอชื่อ อาแลสซานดรีนา มารีอา ดา กอสตา มีถิ่นพำนักอยู่ในเมืองบาลาซาร์ (BALASAR) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมืองฟาติมามากนัก การดำเนินชีวิตบนโลกนี้ของเธอไม่แตกต่างจากชีวประวัติของคุณพ่อปีโอเลยเรียกว่าคล้ายคลึงกันที่สุด อาแลสซานดรีนาไม่มีรอยแผลลึกลับบนร่างกาย แต่เธอต้องนอนทุกข์ทรมานอยู่บนเตียงนอนติดต่อกันยาวนานถึง 30 ปี เตียงนอนจึงเปรียบได้กับไม้กางเขนสำหรับเธอ เธอรื้อฟื้นภาพเหตุการณ์ขณะองค์พระเยซูเจ้ากำลังถูกทรมาน ขณะแบกกางเขนและถูกตรึงบนไม้กางเขนทำให้ผู้อยู่รอบข้างต้องตื่นตระหนก เธอสนทนากับพระเยซูทุกวัน และทราบว่าพระเยซูทรงเลือกเธอให้ต้องทนทุกข์ทรมาน เพื่อช่วยไถ่โทษคนบาป

คส 1:24 
    บัดนี้ข้าพเจ้ายินดีที่ได้รับทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ด้วยการทรมานในกายของข้าพเจ้า


รักษาความบริสุทธิ์ด้วยชีวิต 

    อาแลสซานดรีนา เกิดที่เมืองบาลาซาร์ในวันที่ 30 มีนาคม 1904 เป็นลูกสาวคนเดียว ฐานะของครอบครัวยากจน เธอเป็นคนเปิดเผย ร่าเริง มีบุคลิกภาพดี คุณแม่อบรมสั่งสอนเธอในเรื่องศาสนาอย่างซาบซึ้ง และได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือในโรงเรียนเป็นเวลาเพียงหนึ่งปีครึ่ง พออายุย่างเข้า 8 ขวบ ก็เริ่มทำงานรับจ้าง เมื่ออายุย่างเข้า 12 ขวบ เกิดป่วยหนักจนแทบเอาชีวิตไม่รอด และเมื่ออายุย่างเข้าปีที่ 14 ก็ดูเป็นสาวเต็มตัว กิริยามารยาทงดงาม ชายหนุ่มคนหนึ่งหลงใหลในตัวเธอ จึงชวนเพื่อนชายอีกสองคนบุกขึ้นบ้านเพื่อหวังข่มขืนเธอ เธอไม่ยอมจึงปีนหน้าต่างแล้วกระโดดลงมาจากชั้นบน กระดูกสันหลังหักได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส เธอได้รับการรักษาพยาบาลอยู่นานถึงเจ็ดปี อาการไม่ดีขึ้น และกลายเป็นคนพิการได้แต่นอนบนเตียงเท่านั้น

    ในช่วงต้นๆ เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้หายจากความเจ็บปวด เธอสวดภาวนาขอพระเป็นเจ้าโปรดประทานสุขภาพคืนให้เธอ แต่พอเธอรู้ว่าภาระหน้าที่ของเธอคือสู้ทนความทุกข์ทรมานด้วยความอดทน เธอจึงยอมรับความยากลำบากแสนสาหัสนี้ด้วยความเต็มใจ และดำเนินชีวิตด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนถึงเวลาสิ้นใจ

ชีวิตแห่งการเพ่งพิศภาวนาระดับสูง 


 

    อาแลสซานดรีนา มารีอา ดากอสตา เป็นบุคคลที่มีกระแสจิตสูง ในช่วงสิบสามปีสุดท้ายของชีวิต เธองดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดโดยสิ้นเชิง บรรดาแพทย์ต่างพิศวงงงงวย พยายามมาตรวจร่างกายและวิเคราะห์สาเหตุด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อความกระจ่างชัดของเหตุการณ์นี้ ผู้ให้คำตอบได้แจ้งชัดที่สุด น่าจะเป็นคุณพ่อปาสกัลลีเบราตอเร ประธานผู้ยื่นขอสถาปนาเป็นนักบุญ ซึ่งท่านก็ได้กรุณาอธิบายสภาวะจิตของอาแลสซานดรีนา ไว้ดังนี้

    พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ได้ทรงอนุญาตให้อาแลสซานดรีนามีส่วนร่วมในมหาทรมานของพระเยซูคริสต์ เริ่มตั้งแต่สวนเกสเซมานี จนถึงตอนที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1983 พระเยซูคริสต์ตรัสกับเธอว่า ทรง “อนุญาตให้เธอมีส่วนร่วมในมหาทรมาน เริ่มจากสวนมะกอกไปจนถึงภูขากัลวารีโอ แต่ไม่ถึงตอนสิ้นพระชนม์” 

    อาแลสซานดรีนาเริ่มป่วยแบบต้องนอนอยู่บนเตียงเมื่อเธอมีอายุได้ 21 ปี และเป็นอยู่เช่นนั้นเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปีติดต่อกันจนสิ้นใจ จากเดือนตุลาคม 1938 ถึงมีนาคม 1942 เป็นเวลาสามปีครึ่งมองเห็นได้ชัดเจนว่า เธออยู่ในสภาวะร่วมทนทุกข์ทรมานกับองค์พระเยซูคริสต์ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำกันทุกสัปดาห์ จำนวน 182 ครั้ง เริ่มจากวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ ต่อจากนั้นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เชื่อก็ตามมา คือ การงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดเป็นเวลายาวนานถึง 13 ปี กับ 7 เดือน

ความเจ็บปวดทางใจที่ร้ายกาจกว่าความเจ็บปวดทางกาย 

    เท่าที่เล่ามานี้ เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากตัวเธอเอง แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เกิดจากภายนอกคือเจ้าปีศาจที่คอยทำร้ายเธอในทุกวิถีทาง ด้วยการล่อลวงเธอบ้าง ทำร้ายร่างกายเธอบ้าง ผลักเธอให้หล่นจากเตียงนอนบ้าง ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่านี้ยังไม่พอ ความไม่เข้าใจของมนุษย์ที่แปลพฤติกรรมแปลกประหลาดเหล่านี้ไปต่างๆ นานา โดยมากไปในทางลบ แต่ถ้าจากบุคคลสามัญธรรมดาก็ยังพอทำเนา แต่จากบุคคลของพระศาสนจักรเองนี่สิ ได้สร้างความทุกข์ทรมานและความขมขื่นแก่เธออย่างสุดพรรณนา ได้แก่ การสอบสวนของคณะกรรมการสัฆมณฑลบรากา ก่อให้เกิดคำสั่งลงนามโดยอัครสังฆราช ห้ามทำโน่นทำนี่หลายอย่าง หลายประการ รวมทั้งแสดงความเคลือบแคลงสงสัยต่อเหตุการณ์แปลกประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นและร้ายแรงที่สุดคือคำสั่งย้ายพระสงฆ์วิญญาณรักษ์ของเธอ

     สภาพการอดอาหารและน้ำโดยสิ้นเชิง เป็นความจริงและมีประจักษ์พยานที่เห็นได้แจ้งชัดแต่ต้องกลับกลายเป็นทุกข์ทรมานอย่างเหลือเชื่อแพทย์สาขาไหนๆ นักจิตวิทยาหลายสำนักต่างแย่งชิงกันมาขอตรวจ ขอวิเคราะห์และทดสอบไม่หยุดหย่อน สร้างความปวดร้าวและรำคาญแก่เธอเป็นที่สุด 

ความทุกข์ทรมานเหล่านี้ย่อมต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์แน่ชัด


(Page 1 of 2)
Last modified on Wednesday, 20 June 2012 10:51

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home