พระองค์ตรัสว่า “จงตั้งใจฟังให้ดีท่านตวงให้เขาอย่างไรเขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้นและจะเพิ่มให้อีกด้วย  ผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นส่วนผู้ที่มีน้อยสิ่งเล็กน้อยที่เขามีจะถูกริบไปด้วย” (มธ. 4:24-25)

 

วางใจพระเจ้าอย่างดาเนียล

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

วางใจพระเจ้าอย่างดาเนียล

โปรดปราน ( พีพี )

      ความฝัน หรือนิมิต ในพระคัมภีร์มีความต่างกันคือ คนจะฝันเมื่อนอนหลับ แต่นิมิต จะเห็น ทั้งในเวลาที่ตื่นหรือหลับก็ได้ ( ๑ซมอ.๓.๓-๑๕, ดนล.๒.๑๙,ลก.๑.๒๒ ) ความต่างกันอีกอย่างคือ ความฝันเป็นสิ่งปกติในชีวิตมนุษย์ ส่วนนิมิตเป็นสิ่งที่ผิดปกติ และพระเจ้าทรงประทานให้เป็นพิเศษสำหรับบางคนเท่านั้น บุคคลใดที่พระเจ้าทรงให้นิมิตไม่ควรโอ้อวดแต่ต้องถวายเกียรติแด่พระเจ้า ดาเนียลเป็นตัวอย่างแก่คริสตชน เรื่องความเชื่อ และวางใจพระเจ้าอย่างแท้จริง มีคำถามว่ายุคนี้ พระเจ้าทรงประทานนิมิต แก่มนุษย์หรือไม่ ฉันเชื่อว่ายังมีมากมาย เพราะ หลายครั้งได้ฟังคำพยานของคริสตชนที่เขาได้พบกับพระเจ้า เช่น เมื่อเร็วๆนี้ ฉันได้ฟัง เรื่องของคุณตาคนหนึ่ง ก่อนที่เขาเป็นคริสเตียนว่า เขาป่วยหนักมากหมอไม่รับรองว่าจะรอดชีวิต ในคืนหนึ่ง ขณะที่นอน เคลิ้มๆ เขาได้เห็นชายคนหนึ่ง

    ซึ่งหน้าตาเหมือน รูปถ่ายที่โรงพยาบาลคริสต์แขวนไว้ ชายคนนั้น ถามว่าคุณตาว่า “อยากหายป่วยไหม ถ้าอยากจะหายให้ยื่นมือออกมา” แล้วชายคนนั้นยื่นมือออกไป แตะที่แขนของคุณตา ตั้งแต่วินาทีนั้นคุณตา ได้รับการรักษาจากโรค และใช้ชีวิตปกติ ต่อมาเขารับเชื่อวางใจพระเยซูคริสต์......นอกจากนั้น ก็ยังมีนิมิตอื่นๆอีกมายมาย ยุคแล้วยุคเล่าที่เล่าหรือบันทึกเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเสริมศรัทธาคริสตชน

     ในพระคัมภีร์เดิม หนังสือ ดาเนียล กล่าวถึง นิมิต อย่างชัดเจน ดาเนียลมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 6 กคศ. เขาเห็นนิมิตที่บาบิโลน และได้บรรยายถึงเหตุการณ์อย่างละเอียด ความกล้าหาญของดาเนียลในภาวะล่อแหลมนับได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังได้อย่างดี ขอนำ เรื่องนิมิต และคำทำนายของดาเนียลมาแบ่งปัน ๓ ประการ ดังนี้

      ๑. พระเจ้าแห่งสรรพวิทยา ( ดาเนียลบทที่ ๑.๑๗,๒๐ )

     ( ๑๗ ) ฝ่ายอนุชนทั้งสี่คนนี้ พระเจ้าประทานสรรพวิทยา และความชำนาญในเรื่องวิชาทั้งปวงและปัญญา และดาเนียลเข้าใจในนิมิตและความฝันทุกประการ (๒๐.)ในบรรดาเรื่องราวอันเกี่ยวกับปัญญาและความรอบรู้ ซึ่งพระราชาตรัสถามเขาทั้งหลาย ทรงเห็นว่าเขาทั้งหลายดีกว่าพวกโหร และพวกหมอดู ซึ่งอยู่ในอาณาจักรทั้งสิ้นของพระองค์สิบเท่า

     ตามประวัติศาสตร์ระบุว่า ดาเนียล และคนหนุ่มทั้งหลายคือชายถูกกวาดไปเป็นเชลยที่บาบิโลนรุ่นแรก เขาพร้อมกับสหายอีกสามคนถูกกวาดไปตั้งแต่เยาว์วัยและพบความรุ่งโรจน์โดยความกล้าหาญและสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า

     คริสตชนยังเชื่อว่าพระเจ้าที่เราเชื่อทรงพระชนม์ และสัพพัญญู คือทรงรู้ทุกอย่าง นั่นหมายความว่าไม่มีสิ่งใดซ่อนจากพระองค์ได้ ดังนั้นเราเรียนรู้จากดาเนียล และเพื่อนไม่ยอมทำตามกระแสของสังคมที่เขาพำนัก ถึงแม้พวกเขา ได้รับเกียรติ โดยพระราชาทรงอนุญาตให้รับประทานอาหารที่พระราชาเสวย และดื่มเหล้าองุ่นของพระองค์ ( ดาเนียล ๑.๕ ) แต่ดาเนียลและเพื่อนได้ปฏิเสธ อาหารและเครื่องดื่มของพระราชา เพราะเกรงว่าเป็นอาหารมลทิน พร้อมทั้งให้ขันทีพิสูจน์พวกเขา ที่รับประทานแต่ผัก และดื่มน้ำ

     ดาเนียลและเพื่อนยอมรับว่าด้วยกำลังของตัวเองเขาไม่สามารทำอะไรได้ มีพระเจ้าเท่านั้นที่เป็นแหล่งแห่งสรรพวิทยา ดังนั้นพระเจ้าทรงประทานสรรพปัญญา มีความชำนาญ มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องต่างๆมากมาย ยิ่งกว่านั้นดาเนียล สามารถเข้าใจนิมิตและความฝัน สติปัญญาและความรอบรู้ของดาเนียลนั้นได้รับการรับรองจากพระราชาของบาบิโลนว่าดีกว่า คนของพระองค์ เป็นสิบเท่า

     ประยุกต์: การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเราเอง ต้องปฏิเสธ กระแสสังคม ถึงแม้หลายสิ่งหลายอย่าง คนในสังคมทำกัน หรือเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่คริสตชนไม่สมควรจะทำตาม เช่น เรื่องการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ การประกอบอาชีพบางประเภท วิถีชีวิตอื่นๆเช่น การแต่งกาย การกินการดื่ม หรือสิ่งบันเทิงหลากหลายรูปแบบ อีกเรื่องหนึ่งที่ คริสตชนหนุ่ม-สาว ชอบถามว่า “อยู่ก่อนแต่งได้ไหม” เพราะกระแสสังคมบอกว่าได้ ตามทัศนะพระคัมภีร์ ไม่ได้ บาทหลวง และศิษยาภิบาล ก็ตอบว่า “ไม่ได้” ฉันได้ยินวัยรุ่น ถกเถียงว่า ทำไมคริสตชนที่ประเทศโน่น ประเทศนั้น ที่เราคิดว่าเขาเป็นคริสต์ “ทำได้” ฉันมักตอบพวกเขาง่ายๆคือ “คนเหล่านั้นทำบาป ถ้าพวกคุณทำตาม ก็คือทำบาปเช่นกัน” หากเราตั้งสติ พิจารณาพระวาจาของพระเยซูคริสต์เจ้า คือ “คำเทศนาบนภูเขา” ( ดูมัทธิว บทที่ ๕-๗ )

     ฉันชอบเรียกคำสอนชุดนี้ว่า “ค่านิยมทวนกระแส” ตาม ศจ.ดร.จอห์น สต็อทท์ นักวิชาการพระคัมภีร์ชาวอังกฤษ นั่นคือชีวิต คริสตชน ต้องดำเนินชีวิตตามที่พระเยซูคริสต์ทรงสอน คือเราดำเนินชีวิตทวนกระแสของโลก ซึ่งอัครทูตเปาโลเอง กล่าวว่า”อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม” ( โรม ๑๒.๒ ) คริสตชนต้องเตือนสติตัวเองเสมอว่า วันหนึ่งเราต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้า ในการกระทำทุกๆอย่าง ( ปัญญาจารย์ ๑๒.๑๔ )

     กลับมาที่ดาเนียลเพราะเขาเชื่อและวางใจในพระเจ้า ยกย่องพระองค์ ยอมรับการช่วยเหลือจากพระองค์ เขาไม่พึ่งพาความรู้ความสามารถของตัวเอง แต่วางใจทั้งหมดพึ่งพาความรอบรู้ที่มาจากพระเจ้า นี่คือแบบอย่างแก่คริสตชน ว่ากิจการงาน ต่างๆที่เราทำ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ควรภาวนาขอคำแนะนำจากพระเจ้าก่อนทุกครั้ง

     ๒. ภาวนาพึ่งพาพระเจ้าผู้รอบรู้ ( ดาเนียล ๒.๑๗-๒๓ )

    (๑๗)แล้วดาเนียลก็กลับไปเรือนของท่านและแจ้งเรื่องให้ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์สหายของท่านฟัง (๑๘)และบอกเขาให้ขอพระกรุณาแห่งพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เรื่องความลึกลับนี้ เพื่อดาเนียลและสหายของท่านจะไม่พินาศพร้อมกับบรรดานักปราชญ์อื่นๆของบาบิโลน (๑๙ )ในนิมิตกลางคืนทรงเผยความลึกลับนั้นแก่ดาเนียล แล้วดาเนียลก็ถวายสาธุการแด่พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ (๒๐ )ดาเนียลกล่าวว่า "สาธุการแด่พระนามของพระเจ้าเป็นนิตย์สืบไป ปัญญาและฤทธานุภาพเป็นของพระองค์ (๒๑)

     พระองค์ทรงเปลี่ยนวาระและฤดูกาล พระองค์ทรงถอดพระราชาและทรงตั้งพระราชาขึ้นใหม่ พระองค์ทรงประทานปัญญาแก่นักปราชญ์ และทรงประทานความรู้แก่ผู้ที่มีความรอบรู้ (๒๒ )พระองค์ทรงเผยสิ่งที่ลึกซึ้งและลี้ลับ พระองค์ทรงทราบสิ่งที่อยู่ในความมืด และความสว่างก็อยู่กับพระองค์ (๒๓ )โอ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขออนุโมทนาและสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ประทานปัญญาและกำลังแก่ข้าพระองค์ สิ่งนั้นที่พวกข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ก็ทรงให้ข้าพระองค์รู้แล้ว เพราะพระองค์ได้ทรงสำแดงเรื่องของพระราชาให้แจ้งแก่พวกข้าพระองค์"

     หนังสือดาเนียลบทที่ ๒ เกี่ยวกับพระราชาเนบูคัดเนสซาร์ ทรงพระสุบิน แล้วจำเนื้อหาไม่ได้ นักวิชาการพระคัมภีร์บางคนเชื่อว่าพระราชาทรงพระสุบินน่ากลัวจนยากที่จะจำ แต่ทรงอยากรู้ความหมายของความฝันนั้น พวกโหร หมอดู และคนมีปัญญาของบาบิโลน ก็หมดปัญญาไม่มีใครทำนายได้ เพราะ พระราชาฝันเองก็จำไม่ได้ ดังนั้นพระชาราทรงกริ้วมากจึงรับสั่งให้ฆ่านักปราชญ์ทั้งหมด ดาเนียล เชลยหนุ่มชาวยิว ผู้กล้าหาญ จึงขันอาสาจะทำนายความฝันพระราชา เพื่อช่วยชีวิตนักปราชญ์ทุกคน

     ดาเนียล เป็นตัวอย่างของคนที่ดำเนินชีวิตให้พระเจ้าทรงนำ เขาเชื่อและวางใจพระเจ้าทั้งหมด เมื่อมีปัญหา หรือทำกิจการงานใดๆ เขาคิดถึงพระเจ้าเป็นอันดับแรก ถึงแม้ ดาเนียลได้รับสติปัญญาจากพระเจ้ามากมาย แต่เมื่อถึงเวลาในการทำพันธกิจที่ยากยิ่งนี้ สิ่งแรกที่เขากระทำคือ ชวนเพื่อนทั้งสามคน ภาวนาทูลขอคำตอบจากพระเจ้า นั่นคือการยกย่องพระเจ้าอย่างจริงใจ และยอมรับว่าตัวเองไม่มีความสามารถ จึงขอพึ่งพาพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น พระคัมภีร์บันทึกว่า พระเจ้าทรง ฟังและตอบคำภาวนาของพวกเขา ดาเนียลจึงสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าท่ามกลางคนไม่เชื่อพระองค์ โดยการทำนายพระสุบินของพระราชาเนบูคัดเนสซาร์ ซึ่งดาเนียลได้เข้าใจความฝันนั้นด้วยนิมิตที่พระเจ้าทรงประทานแก่เขา ในพระสุบินนั้น เริ่มตั้งแต่ยุคของพระราชาเนบูคัดเนสซ่าร์ จนถึงยุคของคนต่างชาติ และในที่สุดจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของพระเมสสิยาห์ ( ลก.๒๑.๒๔ , ดนล.๒. ๓๔ ก้อนหินเล็งถึง พระเยซู /ศิลา ) หรือ ดาเนียลบทที่ 4:3 คือแผ่นดินที่ตั้งนิรันดร์ คือจากเชื้อสายของดาวิดนั่นเอง

      ประยุกต์ : ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เมื่อประสบกับปัญหา และจนปัญญา เราได้ พึ่งพาพระเจ้าอย่างไร

     ตัวอย่าง: “คำภาวนาเคลื่อนภูเขา” เป็นประสบการณ์ของ โบสถ์ คริสเตียนในสหรัฐอเมริกา ... เมื่อไม่นานมานี้ พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์ในการตอบคำภาวนาของคริสเตียน แห่งโบสถ์เพรสไบทีเรียนแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว ปัจจุบัน คริสตชนเพิ่มขึ้น พอถึงวันอาทิตย์ ที่จอดรถ ก็มีไม่เพียงพอ ดังนั้นทำให้คริสเตียนบางคนมีข้อแก้ตัวที่จะไม่ไปนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ เพราะไม่มีที่จอดรถ ดังนั้นศิษยาภิบาล และคณะกรรมการ โบสถ์ ประชุมปรึกษากันว่าควรจะแก้ไขอย่างไร โบสถ์นี้มีที่ดินเหลืออยู่อีกหน่อย ส่วนด้านหลังโบสถ์ เป็นเนินเขา ไม่สามารถ ปรับให้เป็นที่จอดรถได้ ในที่สุดทุกๆคนเห็นด้วยว่าจะต้องมีการอธิษฐานภาวนา ทูลขอให้พระเจ้าทรงเคลื่อนภูเขา ที่ตั้งอยู่หลังโบสถ์ออกไป ดังนั้นฆราวาสทุกๆคนได้ร่วมกันภาวนาอย่างจริงจัง การภาวนาผ่านไปเป็นเดือน จนบางคนเริ่มท้อแท้ แล้วพระเจ้าทรงสำแดง การอัศจรรย์ คือเช้าวันหนึ่งหลังจากศิษยาภิบาล ได้รับโทรศัพท์ จากนายกเทศมนตรีของเมืองนั้น นายกเทศมนตรีบอกว่า ตอนนี้ทางการ กำลังขยายถนน เข้าไปถึงอีกชุมชนหนึ่ง แต่ พื้นที่ เป็นหลุม ขรุขระเต็มไปหมด จะต้อง มีการถมพื้นที่หลุมเหล่านั้นก่อนแล้วถึงเทคอนครีต...นายกเทศมนตรี พูดอย่างไม่อ้อมค้อม ว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาขับรถผ่านโบสถ์ และเห็นว่า ด้านหลังโบสถ์ เป็นเนินเขาเล็กๆซึ่งโบสถ์คงไม่ใช้ประโยชน์อะไร ดังนั้นเขาจึงคิดว่า ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม นายกเทศมนตรี บอกกับศิษยาภิบาล ว่า ขอซื้อภูเขาหลังโบสถ์...ทางคณะกรรมโบสถ์จึงขายภูเขานั้นให้เทศบาลไป ในที่สุดทางเทศบาลก็ได้ระเบิดภูเขาและได้ขนหินนั้นไปถมพื้นที่ขรุขระทำถนน และแล้วพื้นที่ที่เคยเป็นภูเขาโล่งเตียน ดูกว้างขวาง ทางกรรมการโบสถ์จึงปรับพื้นที่ตรงนั้นเทคอนครีต ลาดยางทำเป็นสถานที่จอดรถแห่งใหม่ของโบสถ์ โดยใช้เงินที่ได้จากเทศบาลซื้อภูเขา เป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างที่จอดรถ

     ดังนั้น คริสตชนโบสถ์ แห่งนี้มีความชื่นชมยินดีที่พระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์ ที่เคลื่อนภูเขาหลังโบสถ์ พวกเขาจึงเข้าใจที่พระเยซูตรัสว่า “ แม้ความเชื่อเท่าเมล็ดผักกาด ก็เคลื่อนภูเขาได้” อย่างลึกซึ้งทีเดียว

     ๓. พระเจ้าทรงได้รับเกียรติ ( ดาเนียล ๒.๔๖-๔๗ )

     ( ๔๖ )แล้วพระราชาเนบูคัดเนสซาร์ก็ทรงกราบลงและเคารพดาเนียล และมีพระบัญชาให้นำเครื่องบูชาและเครื่องหอมมาถวายดาเนียล (๔๗ )พระราชาตรัสกับดาเนียลว่า "แน่นอนทีเดียว พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าของพระทั้งหลาย และทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระราชาทั้งปวง ทรงเป็นผู้เผยความลึกลับ เพราะท่านสามารถที่จะเผยความลึกลับนี้ได้"

     เชื่อว่าคริสตชนแต่ละคนมีประสบการณ์เรื่องคำภาวนาและพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานภาวนา ของพวกเราเสมอ เพลงนมัสการ ( hymn ) “นับพระพร” เป็นบทเพลงหนึ่งที่ฉันชอบมาก เพราะเตือนสติให้ฉัน นับพระพรของพระเจ้าในชีวิตทุกๆวัน และเมื่อเริ่มนับพระพร ดูแล้ว จึงรู้ว่านับไม่ไหวจริงๆ เชื่อว่าพระพรในชีวิตของ พวกเราทุกๆคน ก็คงมากล้นเช่นเดียวกัน

    ดาเนียลผู้รับใช้พระเจ้า ทำพันธกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ โดยพึ่งพาพระเจ้าเท่านั้น ดังนั้นพระราชาของบาบิโลน และประชาชนของพระองค์ จึงได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ยิ่งกว่านั้นพระราชาเนบูคัดเนสซาทรงถ่อมพระทัยกราบ และเคารพดาเนียล เชลยของพระองค์ ทรงยอมรับว่าพระเจ้าของดาเนียลนั้น ทรงเป็นพระเจ้าของพระทั้งหลาย และเป็นพระเจ้าของราชาทั้งปวง เพราะพระเจ้าทรงกระทำสิ่งที่พระอื่นๆทำไม่ได้ นั่นคือภาพของพระราชาทรงยอมจำนน ต่อพระเจ้าของดาเนียล ฝ่ายดาเนียล และเพื่อน ก็ได้รับการยกย่องเชิดชู เหนือคนของบาบิโลน

     ในพระคัมภีร์ใหม่ พระยซูคริสต์ ทรงเป็นนักภาวนาที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ทรงภาวนาในสวนเกทเสมนี ( มัทธิว ๒๖.๓๕-๔๕ ) ในวาระสุดท้ายหลังจากตั้งพิธีมหาสนิท พระเยซูทรงทุกข์พระทัยมาก เรื่อง กางเขน ที่พระองค์ทรงแบกบาปของโลก ( พวกเรา ) มัทธิว ๒๖. ๓๘-๓๙ ..จึงตรัสกับสาวกว่า "ใจของเราเป็นทุกข์แทบจะตาย จงเฝ้าอยู่กับเราที่นี่เถิด"แล้วเสด็จดำเนินไปอีกหน่อยหนึ่ง ก็ซบพระพักตร์ลงถึงดินอธิษฐานว่า "โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์" จำนวน เจ็ดวาทะ ที่พระเยซูตรัสบนไม้กางเขน เช่น

     - วาทะที่ ๖ “ สำเร็จแล้ว” ( ยอห์น ๑๙.๓๐ )

     - วาทะที่ ๗ “ พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝากวิญญาณจิตของข้าพระองค์ ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” ( ลูกา ๒๓.๔๖ )

     ดังนั้นการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน คือ การกระทำพันธกิจของพระคริสต์เจ้าสำเร็จ...และสมโภช ปัสกา ( อีสเตอร์ ) พระเยซูคริสต์ทรงคืนชีพ คือการ ประกาศชัยชนะ เหนือความตาย เหนือความผิดบาปและอำนาจของมารซาตาน....ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระบุตร ก็ได้รับชัยชนะเช่นเดียวกับพระองค์ และการดำเนินชีวิตตามแบบที่พระเยซูคริสต์ ทรงวางไว้ พระเจ้าทรงได้รับเกียรติเช่นกัน

     ( พิมพ์อิสระรายปักษ์ ปักษ์แรก เดือน ตุลาคม ๒๐๐๔ )

Last modified on Tuesday, 10 April 2012 13:54

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home