บทความที่น่าสนใจ ( 4 )
โพสต์แล้ว: พุธ ธ.ค. 17, 2025 1:21 pm
. ( 1 )
ในปี 1912 ที่จักรวรรดิรัสเซีย บรินา หญิงวัย 19 ปี ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วเดินทางมาอเมริกา
จุดหมายปลายทางที่ เฮอร์เซล สามีของเธอ เดินทางล่วงหน้าไปก่อนหน้าแล้ว
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นทางรอดเดียวจากความอดอยากและภัยคุกคาม
ในบ้านเกิด
แต่เมื่อมาถึงเกาะเอลลิส ประตูแรกสู่ดินแดนใหม่ เฮอร์เชลที่เคยเป็นพ่อค้าม้า พูดจาฉะฉานในรัสเซีย
กลับกลายเป็นชายสิ้นหวังที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บของเก่า และจมอยู่กับสุรา
เขาต้อนรับภรรยาที่เดินทางข้ามทะเลมาไกลด้วยท่าทีเย็นชา ราวกับเพียงมารับพัสดุที่ส่งมาผิด
ที่ผิดเวลา และสิ่งที่เจ็บลึกยิ่งกว่านั้นคือ…
ตลอด 40 ปีของชีวิตคู่ เขาไม่เคยเรียกชื่อเธอสักครั้ง มีเพียงคำสั้น ๆ ว่า "เฮ้ เธอ!" เหมือนการออก
เสียงชื่อภรรยาเป็นภาระที่เปลืองแรง
.
ปี 1916 อิซซี่ ลูกชายคนที่เจ็ดลืมตาดูโลกในอพาร์ตเมนต์เก่าโทรมของครอบครัว ที่แทบไม่มีอะไร
ให้ยึดเหนี่ยว บรินาก้มกระซิบคำสัญญาเป็นภาษายิดดิชข้างหูลูกน้อย
"ลูกจะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้"
แต่หนทางนั้นไม่ได้ง่ายเลย บางวันบรินาต้องไปขอ "กระดูกทิ้ง" จากร้านขายเนื้อกลับมาต้มซุปให้ลูก ๆ
เจ็ดคนกิน เธอเคี่ยวมันทั้งวัน เติมเศษผักที่เก็บมาได้ เพื่อให้ซุปจาง ๆ หม้อเดียวอยู่ได้ถึงสามวัน
เฮอร์เชล ผู้เป็นพ่อ ไม่เคยสนใจว่าลูกหิวไหม ไม่เคยเรียกชื่อภรรยา แต่บรินา… เธอกลับแข็งแกร่งขึ้น
เรื่อย ๆ จากชีวิตที่บีบให้ต้องอดทน แม้เธออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่เธอกลับมองเห็นอะไรบางอย่าง
ในตัวอิซซี่
ไม่ใช่เพียงความหิวของเด็กยากจน แต่เป็นความกระหายที่จะไขว่คว้าความหมายของชีวิต และอนาคต
ที่ดีกว่า
.
เมื่ออิซซี่อายุได้ 7 ขวบ บรินายอมเอาเหรียญเพียงไม่กี่เซนต์ที่ควรเอาไปซื้อขนมปัง พาลูกชายไปดู
ละครเวทีแทน ในความมืดสลัวของโรงละครเล็ก ๆ นั้น เด็กชายก็พบเส้นทางของตัวเอง
เขาหันไปบอกแม่ด้วยเสียงหนักแน่นว่า
"แม่ครับ ผมจะเป็นนักแสดง"
บรินาไม่หัวเราะใส่ความฝันที่ดูเป็นไปไม่ได้นั้น เธอเพียงพยักหน้าและตอบเบา ๆ
"ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จะได้เป็น"
.
อิซซี่เติบโตขึ้นมาด้วยการดิ้นรน ทำงานสารพัด ส่งตัวเองเข้าเรียนการแสดงจนจบ เขาเปลี่ยนชื่อ
เป็น "เคิร์ก ดักลาส" เพื่อให้เข้ากับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุค 1940
เมื่อเขาประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1946 เสียงจากปลายสายของแม่ไม่ได้
ถามถึงชื่อเสียงหรือบทบาทใหม่ ๆ
แต่ถามเพียงว่า "ดีแล้ว แล้ววันนี้ลูกได้กินข้าวหรือยัง"
ต่อมา เมื่อเคิร์กก้าวขึ้นเป็นดาราชั้นนำ และมีบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตัวเอง เขาตัดสินใจตั้งชื่อบริษัทว่า...
Bryna Productions (บริษัท บรินา โปรดักชันส์) ชื่อของผู้หญิงที่ใช้ชีวิต 40 ปีโดยไม่มีใครเรียกชื่อเธอ...
ชื่อที่ไม่เคยถูกเขียนไว้บนสิ่งใดมาก่อน... บัดนี้ปรากฏอยู่ในสัญญา เอกสาร และเครดิตท้าย
ภาพยนตร์ทุกเรื่อง และเคิร์กยังมอบบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นให้แม่ของเขา
ในวันที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Vikings ของเขาจะเปิดตัว เคิร์กพาคุณแม่ไปนิวยอร์ก ก่อนจะ
จูงเธอเดินผ่านแสงไฟระยิบระยับของไทม์สแควร์ จนเธอเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดมหึมาตรงหน้า
บนป้ายนั้นเขียนว่า
"BRYNA PRESENTS THE VIKINGS"
(บรินา ภูมิใจเสนอ... เดอะ ไวกิ้งส์)
ชื่อของเธอ สูงสิบฟุต ส่องสว่างอยู่เหนือเมืองทั้งเมือง บรินามองดูตัวอักษรเหล่านั้น ก่อนที่น้ำตา
จะไหลออกมาอย่างที่เธอไม่เคยยอมให้ใครเห็นมาก่อน
นั่นไม่ใช่น้ำตาจากความอดอยาก ไม่ใช่ความอับอาย แต่เป็นน้ำตาของคนที่เพิ่งถูก
โลกยอมรับว่า เธอมีความสำคัญ และชื่อของเธอมีความหมายเพียงใด
สามเดือนต่อมา บรินาจากไปอย่างสงบ โดยมีเคิร์กนั่งจับมืออยู่ข้างเตียง
เคิร์ก ดักลาส อยู่ถึงวัย 103 ปี และสร้างภาพยนตร์กว่า 90 เรื่อง
และทุกเรื่องที่มาจาก Bryna Productions ล้วนมีชื่อของแม่ปรากฏอยู่เสมอ
นี่คือการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะบางครั้ง ความรักไม่ใช่แค่การช่วยให้ใครคนหนึ่งมีชีวิตรอด
แต่คือการมอบสิ่งที่เขาควรได้รับมาตั้งแต่แรก...
การถูกมองเห็น การถูกเรียกชื่อ และการได้รับเกียรติอย่างแท้จริง
::
อ้างอิงจาก - The Ragman's Son, The New York Times, IMDB (Kirk Douglas)
ในปี 1912 ที่จักรวรรดิรัสเซีย บรินา หญิงวัย 19 ปี ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วเดินทางมาอเมริกา
จุดหมายปลายทางที่ เฮอร์เซล สามีของเธอ เดินทางล่วงหน้าไปก่อนหน้าแล้ว
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นทางรอดเดียวจากความอดอยากและภัยคุกคาม
ในบ้านเกิด
แต่เมื่อมาถึงเกาะเอลลิส ประตูแรกสู่ดินแดนใหม่ เฮอร์เชลที่เคยเป็นพ่อค้าม้า พูดจาฉะฉานในรัสเซีย
กลับกลายเป็นชายสิ้นหวังที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บของเก่า และจมอยู่กับสุรา
เขาต้อนรับภรรยาที่เดินทางข้ามทะเลมาไกลด้วยท่าทีเย็นชา ราวกับเพียงมารับพัสดุที่ส่งมาผิด
ที่ผิดเวลา และสิ่งที่เจ็บลึกยิ่งกว่านั้นคือ…
ตลอด 40 ปีของชีวิตคู่ เขาไม่เคยเรียกชื่อเธอสักครั้ง มีเพียงคำสั้น ๆ ว่า "เฮ้ เธอ!" เหมือนการออก
เสียงชื่อภรรยาเป็นภาระที่เปลืองแรง
.
ปี 1916 อิซซี่ ลูกชายคนที่เจ็ดลืมตาดูโลกในอพาร์ตเมนต์เก่าโทรมของครอบครัว ที่แทบไม่มีอะไร
ให้ยึดเหนี่ยว บรินาก้มกระซิบคำสัญญาเป็นภาษายิดดิชข้างหูลูกน้อย
"ลูกจะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้"
แต่หนทางนั้นไม่ได้ง่ายเลย บางวันบรินาต้องไปขอ "กระดูกทิ้ง" จากร้านขายเนื้อกลับมาต้มซุปให้ลูก ๆ
เจ็ดคนกิน เธอเคี่ยวมันทั้งวัน เติมเศษผักที่เก็บมาได้ เพื่อให้ซุปจาง ๆ หม้อเดียวอยู่ได้ถึงสามวัน
เฮอร์เชล ผู้เป็นพ่อ ไม่เคยสนใจว่าลูกหิวไหม ไม่เคยเรียกชื่อภรรยา แต่บรินา… เธอกลับแข็งแกร่งขึ้น
เรื่อย ๆ จากชีวิตที่บีบให้ต้องอดทน แม้เธออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่เธอกลับมองเห็นอะไรบางอย่าง
ในตัวอิซซี่
ไม่ใช่เพียงความหิวของเด็กยากจน แต่เป็นความกระหายที่จะไขว่คว้าความหมายของชีวิต และอนาคต
ที่ดีกว่า
.
เมื่ออิซซี่อายุได้ 7 ขวบ บรินายอมเอาเหรียญเพียงไม่กี่เซนต์ที่ควรเอาไปซื้อขนมปัง พาลูกชายไปดู
ละครเวทีแทน ในความมืดสลัวของโรงละครเล็ก ๆ นั้น เด็กชายก็พบเส้นทางของตัวเอง
เขาหันไปบอกแม่ด้วยเสียงหนักแน่นว่า
"แม่ครับ ผมจะเป็นนักแสดง"
บรินาไม่หัวเราะใส่ความฝันที่ดูเป็นไปไม่ได้นั้น เธอเพียงพยักหน้าและตอบเบา ๆ
"ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จะได้เป็น"
.
อิซซี่เติบโตขึ้นมาด้วยการดิ้นรน ทำงานสารพัด ส่งตัวเองเข้าเรียนการแสดงจนจบ เขาเปลี่ยนชื่อ
เป็น "เคิร์ก ดักลาส" เพื่อให้เข้ากับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุค 1940
เมื่อเขาประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1946 เสียงจากปลายสายของแม่ไม่ได้
ถามถึงชื่อเสียงหรือบทบาทใหม่ ๆ
แต่ถามเพียงว่า "ดีแล้ว แล้ววันนี้ลูกได้กินข้าวหรือยัง"
ต่อมา เมื่อเคิร์กก้าวขึ้นเป็นดาราชั้นนำ และมีบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตัวเอง เขาตัดสินใจตั้งชื่อบริษัทว่า...
Bryna Productions (บริษัท บรินา โปรดักชันส์) ชื่อของผู้หญิงที่ใช้ชีวิต 40 ปีโดยไม่มีใครเรียกชื่อเธอ...
ชื่อที่ไม่เคยถูกเขียนไว้บนสิ่งใดมาก่อน... บัดนี้ปรากฏอยู่ในสัญญา เอกสาร และเครดิตท้าย
ภาพยนตร์ทุกเรื่อง และเคิร์กยังมอบบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นให้แม่ของเขา
ในวันที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Vikings ของเขาจะเปิดตัว เคิร์กพาคุณแม่ไปนิวยอร์ก ก่อนจะ
จูงเธอเดินผ่านแสงไฟระยิบระยับของไทม์สแควร์ จนเธอเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดมหึมาตรงหน้า
บนป้ายนั้นเขียนว่า
"BRYNA PRESENTS THE VIKINGS"
(บรินา ภูมิใจเสนอ... เดอะ ไวกิ้งส์)
ชื่อของเธอ สูงสิบฟุต ส่องสว่างอยู่เหนือเมืองทั้งเมือง บรินามองดูตัวอักษรเหล่านั้น ก่อนที่น้ำตา
จะไหลออกมาอย่างที่เธอไม่เคยยอมให้ใครเห็นมาก่อน
นั่นไม่ใช่น้ำตาจากความอดอยาก ไม่ใช่ความอับอาย แต่เป็นน้ำตาของคนที่เพิ่งถูก
โลกยอมรับว่า เธอมีความสำคัญ และชื่อของเธอมีความหมายเพียงใด
สามเดือนต่อมา บรินาจากไปอย่างสงบ โดยมีเคิร์กนั่งจับมืออยู่ข้างเตียง
เคิร์ก ดักลาส อยู่ถึงวัย 103 ปี และสร้างภาพยนตร์กว่า 90 เรื่อง
และทุกเรื่องที่มาจาก Bryna Productions ล้วนมีชื่อของแม่ปรากฏอยู่เสมอ
นี่คือการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะบางครั้ง ความรักไม่ใช่แค่การช่วยให้ใครคนหนึ่งมีชีวิตรอด
แต่คือการมอบสิ่งที่เขาควรได้รับมาตั้งแต่แรก...
การถูกมองเห็น การถูกเรียกชื่อ และการได้รับเกียรติอย่างแท้จริง
::
อ้างอิงจาก - The Ragman's Son, The New York Times, IMDB (Kirk Douglas)