หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2026 8:57 pm
โดย rosa-lee
( 1 )

ในวันนี้ ขอขอบคุณ บทความของคนที่ไม่ค่อยจะป่วย เพราะรู้จักเสริมอวัยวะของตัวเอง เป็นใคร
ไม่แจ้งชื่อ แต่ น่าจะเป็นกลุ่มแพทย์ทางเลือก โดยเขาแนะนำ ให้ทำโดยไม่ต้องพึ่งยาด้วย เช่น
——————————
️1. เสริมตับ — เดินให้มากขึ้น
~ เดินวันละ 30 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และขับของเสียจากตับ

2. เสริมม้าม — นวดท้องเบาๆ ทุกวัน
~ ใช้นิ้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา บริเวณรอบสะดือ 5 นาที ช่วยระบบย่อยอาหาร

3. เสริมปอด — ฝึกหายใจลึกๆ วันละ 10 นาที
~ ช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ลดความเครียด และทำให้ปอดแข็งแรง

4. เสริมไต — เขย่งเท้า เซ็ตละ 20 ครั้ง วันละ 3 เซ็ต
~ การยกส้นเท้าขึ้นลงช้าๆ ช่วยกระตุ้นจุดพลังงาน ทำให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น

5. เสริมหัวใจ — รับแดด 15~20 นาที ต่อวัน
~ แดดยามเช้าหรือเย็น ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามิน D ส่งผลดีต่อหัวใจ และภูมิคุ้มกัน

6. เสริมลำไส้ — ดื่มน้ำให้พอวันละ 1.5 ~ 2 ลิตร
~ น้ำช่วยขับสารพิษ และ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี

7. เสริมกระดูก — ดื่มนมวันละแก้ว
~ แคลเซียมและวิตามิน D ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน

8. เสริมดวงตา — มองไกลทุกชั่วโมง
~ พักสายตาจากหน้าจอทุก 60 นาที แล้ว มองไปในที่ไกลประมาณ 20 วินาที

9. เสริมสมอง — ฝึกคิด และ เรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ
~ เล่นเกมลับสมอง อ่านหนังสือ หรือ ฝึกความจำบ่อย ๆ จะช่วยให้สมองสดใสและ
ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม

10. เสริมถุงน้ำดี — อย่าข้ามอาหารเช้า
~ อาหารเช้า คือพลังสำคัญในการเริ่มระบบย่อยอาหาร และการหลั่งน้ำดี

11. เสริมกล้ามเนื้อ — ยืดเหยียดก่อนนอน/หลังตื่นนอน 15 นาที
~ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี และ ลดอาการปวดเมื่อย

12. เสริมผิวหนัง — หายใจเข้าลึก ๆ วันละ 30~50 ครั้ง
~ ช่วยให้ผิวได้รับออกซิเจนมากขึ้น ดูสดใสและ มีเลือดฝาด

13. เสริมข้อต่อ — แช่น้ำอุ่น เดือนละ 2 ครั้ง
~ ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และ เลือดหมุนเวียนดี

14. เสริมภูมิคุ้มกัน — นอนกลางวัน วันละ 30~50 นาที
~ ให้ร่างกายพัก และ ซ่อมแซมเซลล์ ลดความเครียดสะสม

15. เสริมอารมณ์ — ฟังเพลงทุกวัน อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
~ ดนตรีช่วยกระตุ้นสมอง ให้หลั่งสารแห่งความสุข

16. เสริมระบบเผาผลาญ — กินผักทุกมื้อ
~ ไฟเบอร์ ช่วยระบบขับถ่าย และ ลดไขมันสะสม

17. เสริมการได้ยิน — นวดหูทุกเช้าเย็น
~ ใช้ปลายนิ้วนวดหลังใบหูเบา ๆ เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทหู

18. เสริมตับอีกครั้ง — เข้านอนเร็ว ตื่นเช้า
~ ช่วยให้ตับได้ทำงาน ขับสารพิษเต็มที่ในช่วง 4 ทุ่ม–ตี 5

19. เสริมฮอร์โมนภายใน — พักผ่อนให้เป็นเวลา
~ ทำให้ระบบฮอร์โมนสมดุล ร่างกายไม่เพลีย ไม่อ้วนง่าย

20. เสริมภูมิต้านทาน — เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเททุกวัน
~ อากาศดีช่วยให้ปอดแข็งแรง และ ลดเชื้อโรคในบ้าน
——————————
💡 เคล็ดลับสรุปสั้นๆ สำหรับชีวิตที่ไม่ป่วย

▪️ เคลื่อนไหวมากกว่านั่ง (ขยับตัว ทุก ชม.)
▪️ ดื่มน้ำ สะอาด มากกว่ากาแฟ▪️ นอนให้พอมากกว่าดูซีรีส์
▪️ ยิ้มให้ตัวเองมากกว่าบ่น

💬 “สุขภาพดี เริ่มจากมีนิสัยที่ดี ที่รู้จักเสริมอวัยะ ของตัวเราเอง ทำซ้ำ อย่างมีวินัย ทุกวัน

ที่มา: สังคมผู้สูงวัย

FB: โต๊ะป้าศรี CH Table

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2026 9:04 pm
โดย rosa-lee
( 2 )

พฤติกรรมต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวเกิน 90 ปีแน่ๆ มีอะไรกันบ้าง มาอ่านกันค่ะ ....
1. )ต้องเดินทุกวัน พยายามเดินให้ได้วันละ ไม่น้อยกว่า 15 นาที (อย่าบ่น อย่าขี้เกียจ)
2.) เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้เมื่อไร ให้หายใจยาวๆ ลึกๆ ให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
3. )พยายามยืดเส้น ยืดกล้ามเนื้อ บิดเนื้อ บิดตัวเป็นครั้งคราว อย่าอยู่เฉยๆ
4. )จิบน้ำบ่อยๆ แม้จะไม่กระหายน้ำก็ตาม พยายามจิบน้ำให้ได้มากขึ้น
5. )อายุมากแล้ว อย่าปล่อยให้ท้องผูก กินอาหารมีกากใย ลดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
6. )พยายามขยับปาก ไม่ว่าจะเคี้ยว จะพูด จะร้องเพลง เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง
7. )ความจำเสื่อมไม่ใช่เพราะอายุมาก แต่ เพราะไม่ใช้สมองเลยนั่นเอง
8. )ไม่ต้องกินยาเยอะ กินเท่าที่จำเป็น
9. )พยายามวัดความดันเลือดบ่อยๆ เพื่อคุมไม่ให้ความดันสวิง
10. )ทำอารมณ์ให้แจ่มใสเป็นนิจ คนอารมณ์แจ่มใส จะมีแต่ความสุขและรอยยิ้ม
11. )พบปะ สังสรรค์กับเพื่อนที่รู้ใจอยู่บ่อยๆ
12. )ท่องเที่ยวอย่างสบายๆ ไม่โลดโผนตามโอกาส
13. )ทำในสิ่งที่ชอบ ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้ในสิ่งที่ไม่ชอบ หรือไม่รับรู้ในสิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจ
14. )ฝึกร้องเพลง จากระดับอนุบาล จนเข้ามหาวิทยาลัย….ปอดจะแข็งแรงจนน่าทึ่ง
ลดอาการเหนื่อยง่ายลงได้อย่างน่าประหลาดใจ
15..)อย่า นั่ง นอน ตลอดเวลา ให้ขยับตัวลุก เดินให้บ่อยขึ้น คนที่นั่งนานๆ อันตรายมาก
16. )กินอะไรก็ได้ที่ชอบ เลือกกินแต่สิ่งดีๆ มีประโยชน์ อย่าขี้เหนียวในการซื้อของกิน แต่อย่า
ซื้อของที่ทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย ชานมไข่มุกห้ามเด็ดขาด (คนแก่บางคนชอบกินมาก)
17.) ทำทุกอย่าง ทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้ใจสบาย มีความสุข
18. )ปล่อยวาง รู้จักการอภัยให้มากขึ้น
19. )รู้จักการแบ่งปันให้ผู้ขาดแคลน ด้อยโอกาส อย่าเห็นแก่ตัว มองคนที่เขาลำบากบ้าง
ช่วยได้ควรช่วย
20. )เป็นโรคอะไรอยู่ก็ตาม เรียนรู้ที่อยู่กับมัน จนคุ้นเคยให้ได้ แล้วเราจะกลายเป็นเพื่อน
กับมันไปเอง
21.) มองสิ่งรอบตัวในแง่บวกเข้าไว้ เห็นอะไร ก็ดีนะ ดีที่มี ดีที่เป็น ฯลฯ
22. )ลดความริษยา อาฆาต มาดร้าย ปลงให้เป็น เย็นให้ได้ เด๋วก็ตายจากกันแล้ว
23.) เคยไม่ชอบหน้าใคร ให้ลดละเลิก โดยเฉพาะเรื่องหนักๆ ของนักการเมืองที่ไม่ถูกใจเรา
เดี๋ยวกรรมจะจัดการเขาเองถ้าเขาทำไม่ดี อย่าไปเครียด ประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว อย่าไป
แบกไว้บนบ่า มันหนัก...
24. )ถ้าอยากหลับ อย่าฝืน งีบเลย สัก 10-20 นาทีก็สดชื่นแล้ว
25. )เห็นสิ่งใดดี/ ทำเลย สิ่งใดไม่ดี/ เลิกทำ ช่วยใครได้ /ช่วยเลย ตายไปก็เอาอะไร
ไปไม่ได้ แม้แต่สลึงเดียว
26. )ให้อยู่ท่ามกลางคนดี มีจิตสาธารณะ จะมองโลกสวยงามขึ้น
27. )อย่าบังคับตัวเองมากเกินไป ทำสิ่งที่สบายใจก่อนดีกว่า
28. )แก่แล้วไม่ต้องโลภ ตายแล้วเอาอะไรไปด้วยไม่ได้ พอใจในสิ่งที่มี มีแล้วรู้จักการแบ่งปัน
29. )สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อผู้อิ่น ถ้าทำได้ ให้ทำทันที
30.) มองสิ่งรอบตัวให้มีความสุข จิตใจจะได้เบิกบาน
31. )มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลไม่ว่าคน หรือ สัตว์ ถ้าเห็นเขาลำบาก ตกทุกข์ได้ยาก
ให้รีบทำทันที
32. เมื่อมีอะไรเกิดขึ้น ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า... มันเป็นเช่นนั้นเอง
33. )พยายามช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่ทำตัวให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น
34. )ยอมรับความจริงว่า เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น มันจะอยู่ไม่นาน จะเป็นอยู่ชั่วคราว แล้วก็
เปลี่ยนไป ในที่สุดก็จะหมดไป ดับไป เป็นธรรมดา
ใครมีพฤติกรรมเช่นนี้ จะมีอายุยืนยาวกว่า 90 ปี เป็นอย่างน้อยแน่นอนค่ะ
(ยกเว้นคนที่ไม่อยากอยู่ เบื่อโลกแล้ว) ถ้าเป็นเช่นนี้...ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะคะ...
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2026 9:07 pm
โดย rosa-lee
( 3 )

🔥🇹🇭 “ศิริราช” สร้างประวัติศาสตร์วงการแพทย์ไทย!
#ทำสำเร็จแล้ว กับเทคโนโลยีรักษามะเร็ง CAR T-Cell Therapy
นวัตกรรมสุดล้ำ ฝีมือคนไทย ที่ใช้ “เซลล์ของผู้ป่วยเอง” มาผลิตยา! 💉

✨ CAR T-Cell คืออะไร?
คือการนำ เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยหรือผู้บริจาค ออกมาดัดแปลงพันธุกรรม
ให้กลายเป็น “นักล่ามะเร็ง” ที่แม่นยำสุด ๆ!
ก่อนจะส่งกลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อจัดการกับเซลล์มะเร็งโดยตรง 🔬

💪 โดยเฉพาะ “มะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลือง”
ที่เคยรักษายาก — ศิริราชเผยว่า
ผู้ป่วยกว่า 10 รายที่เข้าร่วมโครงการ “โรคสงบ” แล้วหลังได้รับ CAR T-Cell ❤️‍🩹

🌟 ไม่ต้องพึ่งเคมีบำบัดแบบเดิมอีกต่อไป
เพราะเทคโนโลยีนี้ “แม่นยำกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า”
และผลิตได้ภายในประเทศโดยทีมแพทย์ศิริราชเอง!

🙏 ขอบคุณทีมวิจัย Siriraj Center of Research Excellence for Cancer Immunotherapy
(SiCORE-CIT)
และมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทำให้ “ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง” เกิดขึ้นจริงในแผ่นดินไทย 🇹🇭

📚 ที่มา:

มหาวิทยาลัยมหิดล : Mahidol University – CAR T-Cell Therapy

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 30, 2026 12:21 pm
โดย rosa-lee
( 4 )


ผู้สูงอายุรายหนึ่ง อายุ 62 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากสำลักน้ำหลังจากดื่มน้ำ
หนึ่งแก้วเวลา 23.00 น. เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน แต่เสียชีวิต
ในที่สุด การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเขาเตือนผู้สูงอายุว่า ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร
พวกเขาต้องใส่ใจสองสิ่ง
.. หนึ่งคือการป้องกันการหกล้ม .. และอีกสิ่งหนึ่งคือการป้องกันการสำลัก

หลังจากอายุ 60 ปีแล้ว ต้องเริ่มฝึกฝนตนเองดังนี้:
เมื่อดื่มน้ำ -
ให้หยุดทุกอย่างและตั้งใจดื่มน้ำอย่างระมัดระวังและช้าๆ

ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะสำลักได้ง่าย เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน
เสื่อมลงและขาดความแข็งแรง

ข้อมูลต่อไปนี้ได้มาจากแพทย์ที่ยังคงทำงานอยู่ในวงการแพทย์ ซึ่งควรค่าแก่การอ้างอิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณหรือญาติหรือเพื่อนของคุณมีอายุมากแล้ว
โรคปอดบวมที่เกิดจากการสำลักน้ำ นม ซุป ฯลฯ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
หากมีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน:

โปรดทราบ:
1. หากเป็นไปได้ ให้ใช้หลอดดูดน้ำ และก้มศีรษะลงขณะกลืน

2. โปรดดื่มซุปข้นแทนซุปใส ซุปใสไหลเร็วและอาจทำให้สำลักได้ง่ายหากหายใจไม่สะดวก

3. โปรดอย่าดื่มน้ำขณะที่ยังมีอาหารหรือกำลังเคี้ยวอยู่ในปาก หากน้ำอยู่ในปากนานเกินไป
อาจไหลเข้าไปในหลอดลมและทำให้สำลักได้หากไม่ระมัดระวัง

4. อย่าพูดหรือหันศีรษะขณะที่มีอาหารหรือน้ำอยู่ในปาก

5. ผู้สูงอายุไม่มีพละกำลังและความอดทนเท่ากับคนหนุ่มสาว
หากของเหลวหรืออาหารเข้าไปในหลอดลมและถูกไอออกมา
ใบหน้าจะแดงและความดันโลหิตจะสูงขึ้น

บางครั้งการสำลักอาจถึงแก่ชีวิตได้

เมื่ออายุมากขึ้น เราต้องดื่มน้ำช้าๆ อย่างตั้งใจและระมัดระวัง!!

ปล. โปรดแชร์ต่อให้คนรู้จักของคุณ หากคุณคิดว่ามีประโยชน์!

ขอบคุณ!
🙏🌹

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 04, 2026 8:08 pm
โดย rosa-lee
( 5 )

อยากจะให้เข้าใจคนสูงวัย..โดยส่วนใหญ่พฤติกรรมแบบนี้

1. คนสูงวัย ยุคนี้ไม่ค่อยเสียใจ ถ้าลูกหลานปฏิเสธการร้องขอ เพราะทำใจไว้มากแล้ว
ที่จะไม่พึ่งใคร และพยายามทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง แม้จะยากเย็น และใช้เวลานานก็ตาม

2. คนสูงวัย เมื่อพร้อมจะไปไหน จะไปทันที เพราะไม่รู้จะมีพรุ่งนี้มั้ย จะเจ็บป่วยมั้ย จะแข็งเเรง
ดีอยู่มั้ย ถึงไม่มีเพื่อน ก็จะไปคนเดียว แค่แต่งตัวออกจากบ้าน ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว ล้มเลิก
ไม่ได้ ไปไหนก็ได้ และจะไม่เสียเวลานั่งคอยใคร เพื่ออะไร .. ทำเพื่อตัวเองทุกวันล้วน ๆ

3. คนสูงวัย มักพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ได้/ไม่ได้, กิน/ไม่กิน, เอา/ไม่เอา เพราะไม่รู้จะอ้อมไป
ทำไม พวกเราต้องการคำตอบง่ายๆ สั้นๆและตรงประเด็น

4. คนสูงวัย ไม่ค่อยโกรธใครง่าย เพราะเจอทุกอย่างมาเยอะแล้ว และไม่พยายามดิ้นรนแก้ไขอะไร

5. คนสูงวัย จะไม่พูดมาก ไม่อธิบายเยอะ ไม่สนใจเรื่องหยุมหยิม และปล่อยวาง เพราะรู้สึกเหนื่อย
ถ้าจะต้องมานั่งพูดยาวๆ เพื่อแค่เข้าใจเพียงเล็กน้อย แล้วก็จบไป

6. คนสูงวัย ชอบฟังเรื่องตลก หัวเราะกับเรื่องสบายใจ ไม่มีพิษภัย ฟังเพลงเพราะๆ ดูซีรีย์
จะได้หลับสนิท ไม่มีความทุกข์ค้างคาในหัว

7. คนสูงวัย ไม่ชอบต่อปากต่อคำ เถียง ทะเลาะ ใครจะทำอะไร ก็ทำ ไม่สน เพราะไม่ใช่ชีวิตเรา

8. คนสูงวัย ไม่มีงานลอยกระทง สงกรานต์ ปีใหม่ แค่จำวันเกิดตัวเองได้ ก็บุญโขแล้ว

9. คนสูงวัย ไม่รอคอยอะไร เราไม่ต้องการความพร้อม หรือความสมบูรณ์แบบอีกต่อไป

วันนี้แค่เดินได้เอง มีเพื่อนเที่ยวบ้าง กินข้าวได้ นอนอิ่ม ก็ถือว่า มีวาสนามากแล้วจ๊ะ 😎

อ่านแล้วชอบ อยากแบ่งปันให้เพื่อนที่คุณรักได้อ่านบ้าง แชร์ได้เลย

cr. สังคมผู้สูงวัย

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 05, 2026 6:39 pm
โดย rosa-lee
( 6 )


หนังสือชื่อ "กำแพงวัย 80 ปี" ขายดีได้ถีง 5 แสนเล่ม
แนะ 44 วิธีดีๆใช้ชีวิตวัย 80
เขียนโดย นักจิตวิทยาชื่อ
ฮิเดกิ วาดะ หนังสือ "กำแพงวัย 80 ปี" นี้มีชื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษ ว่าThe 80-Year-Old Wall



ทันทีที่หนังสือวางจำหน่าย ยอดขายก็ทะลุ 500,000 เล่ม

กลายเป็นหนังสือขายดีที่สุดในขณะนั้น หากแนวโน้มยอดขายยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป
ยอดขายของหนังสือจะทะลุ 1 ล้านเล่ม และจะกลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดแห่งปีของญี่ปุ่น

​ดร.วาดะ วัย 61 ปี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการป่วยทางจิตในผู้สูงอายุ เขาได้ย่อเคล็ดลับ
ของชีวิตที่ "ผาสุก" สำหรับคนวัย 80 ปีไว้ใน 44 ประโยค ดังต่อไปนี้:

1.​จงเดินต่อไป
2.​เมื่อโกรธ ให้หายใจเข้าลึกๆ
3.​ออกกำลังกายให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ร่างกายติดขัด
4.​ดื่มน้ำให้มากขึ้นเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน
5.​ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มีประโยชน์ในการช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น
6.​ยิ่งเคี้ยวมากเท่าไหร่ สมองและร่างกายก็จะยิ่งกระฉับกระเฉงมากเท่านั้น
7.​การสูญเสียความทรงจำไม่ได้เกิดจากอายุ แต่เกิดจากการขาดการใช้สมอง
8.​ไม่จำเป็นต้องกินยามากเกินไป
9.​ไม่จำเป็นต้องลดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดโดยไม่จำเป็น
10.​การอยู่คนเดียวไม่ใช่ความเหงา แต่คือการใช้เวลาอย่างสงบสุข
11.​ความเกียจคร้านไม่ใช่เรื่องน่าอาย
12.​ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับใบขับขี่ (ในญี่ปุ่นมีโครงการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุคืนใบขับขี่)
13.​ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
14.​ความปรารถนาตามธรรมชาติยังคงมีอยู่แม้ในวัยชรา
15.​ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม อย่าเอาแต่นั่งอยู่บ้านตลอดเวลา
16.​กินในสิ่งที่ชอบ การมีน้ำหนักเกินเล็กน้อยยังดีกว่า
17.​ทำทุกอย่างอย่างระมัดระวัง
18.​อย่าคบค้าสมาคมกับคนที่เราไม่ชอบ
19.​อย่าดูทีวีตลอดเวลา
20.​แทนที่จะต่อสู้กับความเจ็บป่วย จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
21.​"เมื่อรถวิ่งไปถึงภูเขา หนทางย่อมปรากฏ" — นี่คือคาถาวิเศษแห่งความสุขสำหรับผู้สูงวัย
22.​กินผลไม้สดและสลัด
23.​เวลาอาบน้ำไม่ควรเกิน 10 นาที
24.​ถ้านอนไม่หลับ ก็ไม่ต้องฝืน
25.​กิจกรรมที่สร้างความสุขจะช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง
26.​พูดในสิ่งที่รู้สึก ไม่ต้องคิดมาก
27.​หา "แพทย์ประจำครอบครัว" ให้เร็วที่สุด
28.​อย่าอดทนหรือฝืนตัวเองมากเกินไป การเป็น "ผู้สูงวัยใจกล้า" ก็ไม่ใช่เรื่องแย่
29.​บางครั้งการเปลี่ยนใจก็ไม่เป็นไร
30.​ในระยะสุดท้ายของชีวิต ภาวะสมองเสื่อมคือของขวัญจากพระเจ้า
31.​ถ้าหยุดเรียนรู้ คุณจะแก่ลง
32.​อย่าไขว่คว้าหาชื่อเสียง สิ่งที่คุณมีอยู่นั้นเพียงพอแล้ว
33.​ความไร้เดียงสาเป็นของผู้สูงวัย
34.​ยิ่งเรื่องใดยากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
35.​การอาบแดดนำมาซึ่งความสุข
36.​ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
37.​ใช้วันนี้อย่างสบายๆ
38.​ความปรารถนาคือกุญแจสู่การมีอายุยืนยาว
39.​ใช้ชีวิตอย่างร่าเริง
40.​หายใจอย่างผ่อนคลาย
41.​หลักการของชีวิตอยู่ในมือของคุณเอง
42.ยอมรับทุกสิ่งอย่างสงบ
43.​คนที่ร่าเริงเป็นที่รักของทุกคน
44.​รอยยิ้มนำมาซึ่งโชคลาภ

​การแก่ชราไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นของขวัญ ด้วยทัศนคติและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ที่ถูกต้อง ช่วงเวลาหลังอายุ 60 อาจเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของคุณ
ขอให้เรายอมรับความชราไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความสง่างาม ความกตัญญู
และสติปัญญาที่ ดร.วาดะ ได้แบ่งปันอย่างเผื่อแผ่

ขอบคุณ ผู้แปลบทความ มาเผยแพร่
โดยไม่แสดงชื่อ

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 05, 2026 6:47 pm
โดย rosa-lee
( 7 )


🩺 5 นาทีหลังมื้อเย็น ที่ช่วยให้ “หลอดเลือดสะอาดขึ้น”🩸(ไม่ต้องทานยาแม้แต่เม็ดเดียว)

คุณรู้ไหมครับ…
หลังจากเรากินอาหารเสร็จใหม่ ๆ หลอดเลือดของเราจะเหนื่อยที่สุดในรอบวัน
เพราะต้องรับมือกับน้ำตาล ไขมัน และพลังงานจำนวนมากบางคนกินเสร็จแล้วนั่งเฉย
หรือเอนหลังดูซีรีส์เลย —สิ่งที่เกิดขึ้นคือเลือดไหลช้าลง เหมือนท่อน้ำที่เริ่มมีตะกอนเกาะ

แต่ข่าวดีคือ…
เพียง 5 นาทีหลังมื้อเย็น คุณสามารถ “เปิดระบบล้างหลอดเลือด” ของร่างกายได้
ไม่ต้องออกกำลังหนัก ไม่ต้องกินยาแปลก ๆ แค่ขยับให้ถูกเวลา —
ตลอดชีวิตหลอดเลือด จะขอบคุณคุณเลยครับ

วันนี้ผมมี 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่อยากให้ลอง ทั้งหมดนี้… ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที



🚶‍♂️ ข้อที่ 1 : เดินเบา ๆ 100 ก้าว

ไม่ต้องถึงขั้นวิ่งครับ แค่เดินช้า ๆ หลังมื้อเย็น เพราะหลังอาหาร ร่างกายจะดึงเลือด
ไปช่วยย่อย ถ้าเรานั่งนิ่ง เลือดที่เหลือในหลอดเลือดจะข้นขึ้นทันที แต่ถ้าเดินเบา ๆ
เพียง 100 ก้าว กล้ามเนื้อขาและสะโพกจะบีบเลือดกลับหัวใจ
ช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังอาหารลดลงเร็วกว่าเดิม 20–30%

วิธีทำ:
เดินในบ้านก็ได้ เดินวนโต๊ะอาหารยังได้เลยครับ อย่าลืมยืดอก หายใจยาว ๆ
เพราะการ “เดินหลังมื้อเย็น” คือยาวิเศษที่ไม่ต้องซื้อเลยจริง ๆ



💧 ข้อที่ 2 : ดื่มน้ำอุ่นครึ่งแก้ว — ช่วยเลือดไหลดีขึ้น

หลังอาหาร ตับอ่อนและตับกำลังทำงานหนัก การดื่มน้ำอุ่นครึ่งแก้วช่วยให้ระบบ
ไหลเวียนคล่องขึ้น และช่วยเจือจางไขมันที่เริ่มเข้าสู่กระแสเลือด
อย่าดื่มเยอะทันที เพราะจะรบกวนการย่อย แต่แค่ “ครึ่งแก้วอุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย”
ก็เพียงพอ น้ำจะช่วยให้เลือดไม่หนืด และหลอดเลือดไม่ต้องฝืนบีบแรงเกินไป



🧘‍♀️ ข้อที่ 3 : หายใจลึก 10 ครั้ง — ลดความดันได้จริง

หลังมื้อเย็นคือช่วงที่ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกเริ่มทำงาน ถ้าเราหายใจสั้น เครียด
หรือดูโทรศัพท์ทันที หลอดเลือดจะหดตัว และหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วิธีง่ายที่สุด:
หายใจเข้าลึก 4 วินาที กลั้น 4 วินาที และค่อย ๆ ผ่อนออก 6 วินาที ทำแบบนี้ 10 ครั้ง
— ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที แต่ช่วยลดความดันเฉลี่ยได้ 5–10 มม.ปรอท
และทำให้หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน



🧊 ข้อที่ 4 : ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น — สัญญาณรีเซ็ตระบบไหลเวียน

หลายคนไม่รู้ว่า “น้ำเย็น” ช่วยรีเซ็ตระบบประสาทได้จริง การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหลังมื้อเย็น
จะกระตุ้นเส้นประสาทวากัส (Vagus nerve) ซึ่งเชื่อมต่อกับหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง
มันทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันลดลง และหลอดเลือดขยายเพื่อรักษาสมดุล
ไม่เชื่อก็ลองดูครับ แค่เอามือแตะน้ำเย็น ลูบหน้าเบา ๆ คุณจะรู้สึกว่า “ร่างกายรีเฟรช”
โดยไม่ต้องกินกาแฟเลย



🛋️ ข้อที่ 5 : เอนหลังยืดขา — แต่ไม่เอนนอน

หลังมื้อเย็น หลายคนชอบเอนนอนดูมือถือ แต่ท่านอนราบทำให้เลือดคั่งในช่องท้อง
หัวใจและหลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้น ทางออกง่าย ๆ: หลังอาหาร 30 นาที
ให้นั่งเอนบนเก้าอี้ ยืดขาออกเล็กน้อย แล้วหมุนข้อเท้าช้า ๆ สัก 10 รอบ กล้ามเนื้อขาจะบีบ
เลือด กลับหัวใจ ช่วยให้หลอดเลือดขาไม่โป่งพอง และหัวใจไม่ต้องรับภาระเกินจำเป็น



🩸 สรุป

หลอดเลือดไม่ใช่แค่ท่อส่งเลือดครับ แต่มันคือ “ถนนชีวิต” ที่ขนพลังงานไปทั่วร่างกาย
และสิ่งที่เราทำใน 5 นาทีหลังมื้อเย็น คือการ “กวาดถนน” ให้สะอาดทุกวัน

คุณไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด แค่เริ่มขยับนิด ดื่มน้ำหน่อย หายใจลึก ๆ
ร่างกายจะตอบแทนด้วยหัวใจที่เต้นช้าลง และหลอดเลือดที่ยืดหยุ่นขึ้น

อย่าลืมนะครับ…

อายุยืนไม่ใช่เรื่องของยา แต่อยู่ที่ “จังหวะชีวิตเล็ก ๆ” หลังมื้ออาหารทุกวัน

อยู่ให้นาน อยู่ให้ดี
และอยู่แบบที่หลอดเลือดเรายังอยากทำงานต่อไปกับเราอีกหลายสิบปีครับ ❤️



#หมอท๊อป #วิชาอายุยืน #TheLongevist

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 06, 2026 12:10 pm
โดย rosa-lee
( 8 )


อย่าข้าม หรือ ห้ามข้าม ต้องอ่านคลิปนี้ให้จบ
แล้วท่านจะมีสุขภาพดี ดีกับท่าน จนคนอิจฉา

🌈 ท่านทราบหรือไม่ ?
▪️ขาทั้ง 2 ข้าง มีเส้นประสาท
50% ของร่างกายมนุษย์
50% ของหลอดเลือด และ
50% ของเลือดไหลผ่าน

✅️ *เดิน*
▪️เป็นเครือข่าย การไหลเวียนเลือดที่ใหญ่ที่สุด ที่เชื่อมต่อร่างกาย

✅️ *เดินทุกวัน*
◾️เฉพาะ เมื่อเท้าแข็งแรง กระแสเลือดก็จะไหลเวียนอย่างราบรื่น
ดังนั้น ผู้ที่มีกล้ามเนื้อขาแข็งแรง ย่อมมีหัวใจที่แข็งแรงแน่นอน

✅️ *เดิน*
◾️ความชราเริ่มจากเท้าขึ้นไป

✅️ *เดิน*
◾️เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ความแม่นยำ และความเร็วในการส่งคำสั่งระหว่าง สมอง และ
ขา จะลดลง ไม่เหมือนตอนที่อายุยังน้อย

✅️ *กรุณาเดิน*
◾️นอกจากนี้ แคลเซียม ที่เรียกกันว่า ปุ๋ยบำรุงกระดูก จะสูญเสียไปตามกาลเวลาไม่ช้าก็เร็ว
ทำให้ผู้สูงอายุ มีโอกาสเกิดกระดูกหักได้ง่าย

✅️ *เดิน*
◾️กระดูกหักในผู้สูงอายุ สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ง่าย
🔻โดยเฉพาะโรคร้ายแรง เช่น ลิ่มเลือดในสมอง

✅️ *เดิน*
◾️คุณรู้หรือไม่ว่า 15% ของผู้ป่วยสูงอายุโดยทั่วไป จะเสียชีวิตสูงสุด กระดูกต้นขาหักภายใน 1 ปี !!

✅️ *เดินทุกวันโดยไม่ล้มเหลว*
■ ออกกำลังขา ไม่มีคำว่า สายเกินไป แม้อายุ 60 ปี

✅️ *เดิน*
◾️แม้ว่าเท้า/ขาของเราจะค่อยๆ แก่ลงตามกาลเวลา แต่การออกกำลังกายเท้า/ขานั้น
เป็นงานที่ต้องทำตลอดชีวิต

✅️ *เดิน 10,000 ก้าว*
◾️การทำให้ขาแข็งแรงขึ้นเป็นประจำเท่านั้น จึงสามารถป้องกัน หรือลดอายุที่มากขึ้นได้

✅️ *เดิน 365 วัน*
◾️ กรุณาเดินอย่างน้อย 30-40 นาทีทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่า ขาของคุณได้รับการออกกำลังกาย
อย่างเพียงพอ และเพื่อให้แน่ใจว่า กล้ามเนื้อขาของคุณยังคงแข็งแรง

✅️ *เดินต่อไป*
■ ขอให้มั่นใจว่าท่านทำได้ และโปรดอย่ารอเวลาหรือลังเล แต่ท่านควรเริ่มต้นเดิน
อย่างสม่ำเสมอให้เป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพของท่าน

🌈 ท่านควรแบ่งปันข้อมูลสำคัญนี้ กับเพื่อนวัย 40+ ปี ของท่านทุกคน และสมาชิก
ในครอบครัว เนื่องจากทุกคนมีอายุมากขึ้นทุกวัน

🌈สุขภาพดีเรื่มต้นที่ตัวของเราเอง
https://youtu.be/N33RjG_YlGU?si=50wqkKQH4DjZ-fQi

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 11, 2026 4:12 pm
โดย rosa-lee
. ( 9 )

🟢 โปรดอ่านสิ่งนี้สำคัญมาก
ที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง ศาสตราจารย์กำลังสอนความรู้ทางการแพทย์ให้กับ
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 ได้ถามพวกเขาดังนี้
◾️“อะไรคือสาเหตุของความวิกลจริตในผู้สูงอายุ?”
●นักเรียนบางคนตอบว่า
"เนื้องอกในสมอง"*
●ศาสตราจารย์ตอบว่า “ไม่”
●คำแนะนำอื่นๆ "อาการเริ่มแรกของ
🔻โรคอัลไซเมอร์ (สูญเสียความทรงจำ)
●อาจารย์ตอบอีกครั้งว่า “ไม่”
เมื่อตอบผิดแต่ละข้อ นักเรียนจะพยายามหาคำตอบที่ถูกต้อง -
■ในที่สุด นักเรียนก็ตกใจเมื่ออาจารย์เปิดเผยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด -
🔻คือ:-ภาวะขาดน้ำ❗️
นี่อาจฟังดูน่าประหลาดใจ
◾️ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะค่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำน้อยลง จึงดื่มน้ำน้อยลง
◾️ดังนั้นเมื่อไม่มีใครคอยเตือน พวกเขาก็จะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว
◾️หตุใดภาวะขาดน้ำจึงเป็นอันตราย?
◾️ภาวะขาดน้ำถือเป็นภาวะร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย
◾️หากเกิดภาวะขาดน้ำอาจส่งผล:
🔻 อาการวิกลจริตกะทันหัน
🔻 ความดันเลือดต่ำ
อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
🔻 เจ็บหน้าอก
◾️โคม่า ถึงขั้นเสียชีวิต
🔳 นิสัยลืมดื่มน้ำเริ่มเมื่ออายุ 60 ปี
■ในขั้นตอนนี้ ปริมาณน้ำในร่างกายต่ำกว่า 50% แล้ว
■ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีระดับน้ำในร่างกายลดลง นี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชรา
ตามธรรมชาติ
■ อย่างไรก็ตาม อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนเพิ่มเติมได้ แม้ว่าร่างกายจะขาดน้ำ
พวกเขาก็ไม่รู้สึกกระหายน้ำ เนื่องจากระบบสมดุลภายในของสมองทำงานไม่ถูกต้อง
🔷️สรุปแล้ว
◾️ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะขาดน้ำ
◾️ไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขามีน้ำในร่างกายน้อยลง แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตนเองขาดน้ำ ❗️
◾️แม้ว่าจะดูมีสุขภาพดี แต่ภาวะขาดน้ำอาจทำให้การทำงานของสารเคมีและสรีรวิทยาของ
ร่างกายช้าลง ซึ่งส่งผลต่อร่างกายทั้งหมด
🔷️คำเตือนสำคัญสองประการ
1 ) สนับสนุนให้ผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ
■ ที่สำคัญที่สุดคือดื่มน้ำทุกๆ สองชั่วโมง
2 )สำหรับสมาชิกในครอบครัว
✅ ควรให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำและเติมน้ำให้สม่ำเสมอ
✅ หากคุณสังเกตเห็นว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะดื่มน้ำและแสดงอาการหงุดหงิด หายใจลำบาก
หรือมีสมาธิลำบาก นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำอย่างแน่นอน
■ ตอนนี้คุณทราบหรือไม่ว่าการดื่มน้ำของผู้สูงอายุมีความสำคัญเพียงใด?
■ ช่วยแชร์ต่อให้ผู้สูงอายุด้วยความปราถณาดี
จาก ดร. สิทธิชัย แก้วเศรษฐี

Re: เรื่องสุขภาพ ( 3 )

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 11, 2026 4:50 pm
โดย rosa-lee
( 10 )

ช็อก! #ตากแดด 7 โมงเช้า "สูญเปล่า" #หมอเอ๋ ชี้ พลาด "#วิตามินดี"
และประโยชน์เทียบชั้น "ไวอาก้า"

“...คนไทยจำนวนมากยังคงเชื่อฝังใจว่า การตากแดดเช้าตรู่ 7-8 โมงเช้า คือเวลาที่ดีที่สุดต่อ
สุขภาพ แต่ความเชื่อนี้ อาจกำลังทำร้ายสุขภาพคนไทยโดยไม่รู้ตัว! "สืบสุขภาพ" เปิดประเด็น
สุขภาพที่น่าตกใจ เมื่อการตากแดดของเรา อาจกลายเป็นความพยายามที่ "สูญเปล่า" และยัง
ทำให้เราพลาดประโยชน์ลับในการ "ขยายหลอดเลือด" ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับที่ "#ไวอาก้า" ใช้!
นี่คือความจริงที่คนไทยต้องรู้ ก่อนที่การขาดวิตามินดีจะกลายเป็นวิกฤติเงียบ เรื่องนี้กระทบ
สุขภาพคนไทยมากกว่าที่คิดหรือไม่?...”

"#สืบสุขภาพ" ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่สวนกระแสความเชื่อดั้งเดิม จาก
“#คุณหมอเอ๋” นาวาเอก #นายแพทย์พนิต จันทรภักดี ผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ชัดว่า ความพยายาม
ตากแดดเพื่อสังเคราะห์วิตามินดีในตอนเช้าตรู่ อาจเป็นความพยายามที่ "ไร้ผล"

“คุณหมอเอ๋” น.อ.นพ.พนิต วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ว่า "สิ่งที่เราต้องการจากการตากแดด
คือวิตามินดี ซึ่งร่างกายจะสังเคราะห์ได้เมื่อผิวหนังโดนรังสียูวีบี (UVB) เท่านั้น"

ปัญหาคืออะไร? ปัญหาคือคนไทยเลือกเวลาตากแดดผิด!

“คุณหมอเอ๋” อธิบายกลไกทางวิทยาศาสตร์ว่า "#ยูวีบี เป็นคลื่นความถี่สูง แต่ในช่วงเช้า
7-8 โมงเช้า ดวงอาทิตย์ยังทำมุมลาดกับขอบโลก แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศที่
หนามาก ทำให้รังสียูวีบี ถูกกรองออกไปเกือบหมด สิ่งที่คุณได้รับจึงมีเพียงยูวีเอ (UVA)
เป็นหลักซึ่งไม่ช่วยในการสร้างวิตามินดี"

ข้อเท็จจริงที่ต้องตระหนักคือ รังสียูวีบี ไม่สามารถผ่านกระจก ไม่ผ่านน้ำ
และแม้แต่เมฆหนาก็ยังสกัดกั้นรังสีนี้ได้

ดังนั้น "สืบสุขภาพ" ชี้ประเด็นสำคัญที่คนไทยมักเข้าใจผิด นั่นคือการนั่งรับแดดในรถ
หรือริมหน้าต่างอาคาร คุณหมอเอ๋ น.อ.นพ.พนิต ยืนยันว่า "ไม่ได้ประโยชน์" เพราะยูวีบีไม่
สามารถผ่านกระจกหรือฟิล์มกรองแสงเข้ามาได้ สิ่งที่รู้สึกร้อนคือ "อินฟราเรด" ไม่ใช่รังสียูวีบี

เปิด "เวลาทองคำ" ที่คนไทยต้องตากแดด

คุณหมอเอ๋ น.อ.นพ.พนิต ให้คำแนะนำที่ชัดเจนว่า "เวลาที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย คือช่วง
10:00 น. ถึง 16:00 น. หรือถ้าให้ดีที่สุด คือ 11:00 น. ถึง 15:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดจัดและ
ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ศีรษะมากที่สุด"

คำถามคือ ต้องตากนานแค่ไหน? คำตอบคือ "เพียง 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว" การตากนาน
กว่านั้น ไม่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น มีแต่จะร้อนและเสี่ยงอันตรายจากความร้อนแทน

ประโยชน์ที่มากกว่าวิตามินดี: ความลับ "#ไนตริกออกไซด์"

ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือแสงแดด (โดยเฉพาะ UVA) ยังมีประโยชน์มหาศาลที่คนไทย
ไม่เคยรู้ คุณหมอเอ๋ น.อ.นพ.พนิต เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า แสงแดดกระตุ้นให้ผิวหนังสร้าง
"ไนตริกออกไซด์" (Nitric Oxide) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว
และนี่คือความเชื่อมโยงที่น่าทึ่งกับ "ไวอาก้า" คุณหมอเอ๋ น.อ.นพ.พนิต อธิบายกลไกนี้อย่าง
ตรงไปตรงมาว่า "ตัวไวอากร้าเนี่ย มันไปทําให้เพิ่มไนตริกออกไซด์... มันก็เลยทําให้พี่ สู้แรง
แข็งแรง ดึ๋งดั๋ง ซู่ซ่าไงครับ..." ซึ่งแสงแดดตามธรรมชาติ ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง
ไนตริกออกไซด์ในระบบได้เช่นกัน

"ผลลัพธ์คือ ความดันโลหิตจะลดลงหลังตากแดด" โดย “คุณหมอเอ๋” ยังกล่าวอีกว่า "อาการชา
ปลายมือปลายเท้าในบางคนอาจหายไป เพราะเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายได้ดีขึ้น"

นอกจากนี้ การตากแดดยังช่วยปรับสมดุลนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) กระตุ้นสารในสมอง
ลดภาวะซึมเศร้า และยังมีงานวิจัยชี้ว่า สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสโตรกซ้ำ
และอาจลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

นี่คือความจริงด้านสุขภาพที่น่ากังวล ประเทศไทยมี "ของดี" คือแสงแดดที่เหลือเฟือ แต่คนไทย
กลับกำลังเสี่ยงต่อภาวะขาดวิตามินดี และพลาดประโยชน์มหาศาล เพียงเพราะความเข้าใจผิด
เรื่อง "เวลา" ตากแดดที่สืบทอดกันมา

#สืบสุขภาพ รายงาน