หน้า 2 จากทั้งหมด 2

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 8:02 pm
โดย Deo Gratias
Holy เขียน: ถ้าแบบนี้เกิดเขาไม่หมกมุ่นก็ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ
หมายถึงการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยค่ะ เพราะว่าถ้ามี 1 เดี๋ยวก็จะมี 2 3 4 5.... เหมือนเรื่องเหล้า บุหรี่ (ยาเสพติตที่ถูกกฎหมาย)

"แต่ว่าทุกคนก็ถูกล่อให้หลง เมื่อกิเลสของตัวเองล่อและชักนำให้กระทำตาม
ครั้นตัณหาเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เกิดบาป และเมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้วก็นำไปสู่ความตาย" (ยก.1:15)


บางคนบอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียวไม่ให้เมาหรอก แต่พอเหล้าเข้าปากที่พูดไว้ก็ลืมหมดแล้ว
หรือคนเล่นหวยตอนแรกก็ซื้อใบเดียวไม่คิดจะติดงอมแงม แต่พอเล่นแล้วได้ก็อยากเล่นอีก หรือไม่ได้ก็จะเอาให้ได้
จากนั้นก็กลายเป็นความโลภ ชีวิตตกต่ำ เป็นหนี้เป็นสิน วางใจในหวยและเลิกวางใจพระเจ้า ฯลฯ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 8:29 pm
โดย Holy
ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 9:18 pm
โดย ลี วูจิน
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
เความคิดของผม อ่อ อาจจะไม่ถูก 100% นะครับ
แต่ผมจะขอแสดงสักนิดนะครับ
จากที่ผมเข้าใจ
จากตอนนี้ครับ

โรม 14:21 เป็นการดีที่จะไม่กินเนื้อสัตว์หรือเหล้าองุ่นหรือทำสิ่งใดๆที่จะเป็นเหตุให้พี่น้องสะดุด..

โรม 14:15 ถ้าพี่น้องของท่านไม่สบายใจเพราะอาหารที่ท่านกินท่านก็ไม่ได้ประพฤติตามทางแห่งความรักเสียแล้วพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อผู้ใดก็อย่าให้ผู้นั้นพินาศเพราะอาหารที่ท่านกินเลย..


ผมได้ถูกสอนมาว่า การดื่มกินของคริสเตียนนั้น

จะต้องไม่ทำให้ คนอื่นสะดุด

ถ้าอย่างเราไปประเทศที่ เขาไม่กินหมู แล้วเราไปกินหมูให้เขาเห็น

เขาก็อาจจะไม่คบกับเรา ทำให้เราประกาศข่าวดีไม่ค่อยได้


ส่วนเมืองไทย ถึงแม้ว่าการกินเหล้าจะเห็นได้ดาษดื่น

แต่ ก็ไม่ค่อยมีใครชอบคนกินเหล้าหัวราน้ำเท่าไร

ถ้ามีคริสเตียนไปกินเหล้า ให้คนอื่นเห็น ก็จริงอยู่ที่เราอาจจะไม่เมาเละเทะ หรือ เรื้อน

แต่คนที่เขามองจะว่าอย่างไร "โอ ไอนี่ไง ที่มาบอกว่าให้กลับใจจากบาป ดูสิ มันยังกินเหล้าอยู่เลย -*-"

ที่เขาอาจจะมองไม่ดีได้ นั่นก็เพราะคนที่กินเหล้าในเมืองไทยโดยมากจะเมาหัวทิ่ม เรื้อน น่ารำคาญ

อะไรแบบนี้ครับ มันอาจจะทำให้ พระเจ้าถูกลบหลู่เกียรติได้

บางคริสตจักรเลยห้ามไงครับ

แต่การห้ามทาน/ดื่ม ขึ้นอยู่กับท้องที่อ่าครับ

พระเจ้าอวยพรครับ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 9:22 pm
โดย เจนจิรา
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
นั้นนะสิค่ะ คุณ holy แม้แต่ พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''  แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 9:35 pm
โดย Ministry Of Men
jacky เขียน: พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
ข้อไหนหรอครับที่คุณเจน หมายถึง?

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 9:44 pm
โดย เจนจิรา
Ministry Of Men เขียน:
jacky เขียน: พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
ข้อไหนหรอครับที่คุณเจน หมายถึง?

เคยเอามาเทียบกันนะค่ะ รู้สึกจะเป็นบทหลังๆ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 9:49 pm
โดย Ministry Of Men
jacky เขียน:
Ministry Of Men เขียน:
jacky เขียน: พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
ข้อไหนหรอครับที่คุณเจน หมายถึง?

เคยเอามาเทียบกันนะค่ะ รู้สึกจะเป็นบทหลังๆ
ใช่ 1ทิโมธี บทที่ 3 ข้อ 3 หรือเปล่าครับ?  และน่าจะข้อ 8 ด้วย

ผมเทียบกันอยู่ครับ อิอิ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:35 pm
โดย ชิปโป
มานั่งรอฟังคำตอบจากพี่ Deo Gratias

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:41 pm
โดย Deo Gratias
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
เหตุผลที่บางคณะใช้น้ำองุ่น ไม่ใช่เพราะเรื่องห้ามดื่มเหล้าค่ะ แต่เขาถือว่าที่พระเยซูใช้เหล้าองุ่น เพราะอยู่ในบริบทยิว แต่เมื่อเราอยู่ในบริบทไทย เหล้าแพง ก็เลยให้น้ำองุ่นแทน เพื่อเก็บงบประมาณไปใช้อย่างอื่นค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามลูเธอร์แรน อังกลิกัน และเพรสไบทีเรียน(สายเคร่ง) ยังคงใช้เหล้าองุ่นจริงๆ อยู่ค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูเธอร์แรน เรามีศาสนศาตร์เรื่องนี้ที่ต่างจากคณะอื่น เราจะให้ความสำคัญมาก
เพราะถือว่าเป็นพระกายพระโลหิต ดังนั้นจะต้องทำให้เหมือนที่ห้องชั้นบน คือใช้เหล้าองุ่นแท้
เพราะบนโต๊ะอาหารนั้นมีอาหารอย่างอื่นด้วย แต่พระองค์ทรงเลือกใช้ขนมปังกับเหล้าองุ่นอย่างเจาะจง
เราจึงต้องใช้ตามนั้น ยกเว้นจะอยู่ในที่ทุรกันดารที่หาไม่ได้จริงๆ ค่ะ
jacky เขียน:
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
นั้นนะสิค่ะ คุณ holy แม้แต่ พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
พระคัมภีร์ฉบับแปลของโปรฯ ไม่มีคำว่า "ห้ามดื่มสุรา" ค่ะ
คำสอนนี้เราไม่ได้ยกมาตามตัวอักษร แต่ดูจากบริบทอื่นๆ อย่างที่กล่าวไปแล้วค่ะ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:48 pm
โดย Ministry Of Men
จริงๆ ก็หาไม่เจอเหมือนกัน ห้ามดื่มสุรา

คุณเจนไปเจอข้อไหนมาครับ รบกวนชี้แจงด้วย

เพราะ
1ทิโมธี บทที่ 3 ข้อ 3และ8 ก็ไม่ได้บอกว่า ห้ามดื่มสุรา

jacky เขียน: นั้นนะสิค่ะ คุณ holy แม้แต่ พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
คุณเจน จะอธิบายยังไงหรอครับ หรือ คุณเจนเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า -.-

1ทิโมธี บท3 ข้อ 3
ฉบับ TBS ความว่า "ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"
ฉบับ KJV ความว่า "ไม่ดื่มเหล้าองุ่น ไม่เป็นนักเลง ไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"

1ทิโมธี บท3 ข้อ 8
ฉบับ TBS ความว่า "ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนเอาการเอางาน ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นคนโลภมักได้"
ฉบับ KJV ความว่า "ฝ่ายผู้ช่วยนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนสง่าผ่าเผย ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก ไม่เป็นคนโลภมักได้"

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:48 pm
โดย เจนจิรา
Deo Gratias เขียน:
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
เหตุผลที่บางคณะใช้น้ำองุ่น ไม่ใช่เพราะเรื่องห้ามดื่มเหล้าค่ะ แต่เขาถือว่าที่พระเยซูใช้เหล้าองุ่น เพราะอยู่ในบริบทยิว แต่เมื่อเราอยู่ในบริบทไทย เหล้าแพง ก็เลยให้น้ำองุ่นแทน เพื่อเก็บงบประมาณไปใช้อย่างอื่นค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามลูเธอร์แรน อังกลิกัน และเพรสไบทีเรียน(สายเคร่ง) ยังคงใช้เหล้าองุ่นจริงๆ อยู่ค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูเธอร์แรน เรามีศาสนศาตร์เรื่องนี้ที่ต่างจากคณะอื่น เราจะให้ความสำคัญมาก
เพราะถือว่าเป็นพระกายพระโลหิต ดังนั้นจะต้องทำให้เหมือนที่ห้องชั้นบน คือใช้เหล้าองุ่นแท้
เพราะบนโต๊ะอาหารนั้นมีอาหารอย่างอื่นด้วย แต่พระองค์ทรงเลือกใช้ขนมปังกับเหล้าองุ่นอย่างเจาะจง
เราจึงต้องใช้ตามนั้น ยกเว้นจะอยู่ในที่ทุรกันดารที่หาไม่ได้จริงๆ ค่ะ
jacky เขียน:
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
นั้นนะสิค่ะ คุณ holy แม้แต่ พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
พระคัมภีร์ฉบับแปลของโปรฯ ไม่มีคำว่า "ห้ามดื่มสุรา" ค่ะ
คำสอนนี้เราไม่ได้ยกมาตามตัวอักษร แต่ดูจากบริบทอื่นๆ อย่างที่กล่าวไปแล้วค่ะ
อันนี้ ที่เจนพูดมา นี่สายอื่นนะค่ะ พี่เกรซ อย่าง ที่บอก เรา ยอมรับ ลูเธอแลนซ์ กะ อังลิกัน เท่านั้น
ถ้าหากกล่าวถึง โปรตรงนี้ ไม่ได้หมายถึง ทั้งสอง นี้นะค่ะ เพราะเรารู้ๆ กัน อยู่ โดย พวกโปร บางพวก ก็จะไม่ชอบ ทั้ง สอง คณะนี้ ค่ะ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:50 pm
โดย Ministry Of Men
jacky เขียน:
อันนี้ ที่เจนพูดมา นี่สายอื่นนะค่ะ พี่เกรซ อย่าง ที่บอก เรา ยอมรับ ลูเธอแลนซ์ กะ อังลิกัน เท่านั้น
ถ้าหากกล่าวถึง โปรตรงนี้ ไม่ได้หมายถึง ทั้งสอง นี้นะค่ะ เพราะเรารู้ๆ กัน อยู่ โดย พวกโปร บางพวก ก็จะไม่ชอบ ทั้ง สอง คณะนี้ ค่ะ
คุณเจน อาจจะไปเจอ ฉบับที่เค้า เขียนสำหรับผู้เชื่อใหม่ (ที่เป็นพันธสัญญาใหม่อย่างเดียว)

แต่ถ้าเป็น พระคัมภีร์ของโปรเตสแตน ที่ไม่ใช่สายลูเทอ ไม่ใช่อังลิกัน แต่หมายถึง แบ๊พติส สภา เพนเทคอส อะไรพวกนี้ เค้าจะใช้ KJV กับ TBS ครับ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:51 pm
โดย เจนจิรา
Ministry Of Men เขียน: จริงๆ ก็หาไม่เจอเหมือนกัน ห้ามดื่มสุรา

คุณเจนไปเจอข้อไหนมาครับ รบกวนชี้แจงด้วย

เพราะ
1ทิโมธี บทที่ 3 ข้อ 3และ8 ก็ไม่ได้บอกว่า ห้ามดื่มสุรา

jacky เขียน: นั้นนะสิค่ะ คุณ holy แม้แต่ พระคำภีร์ยัง แปล เพี้ยนเลย เช่นในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆบอกว่า '' Dont drink too  ''   แต่ของไทย '' ห้ามดื่มสุรา''  : emo056 :
คนละความหมายเลย
คุณเจน จะอธิบายยังไงหรอครับ หรือ คุณเจนเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า -.-

1ทิโมธี บท3 ข้อ 3
ฉบับ TBS ความว่า "ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"
ฉบับ KJV ความว่า "ไม่ดื่มเหล้าองุ่น ไม่เป็นนักเลง ไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"

1ทิโมธี บท3 ข้อ 8
ฉบับ TBS ความว่า "ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนเอาการเอางาน ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นคนโลภมักได้"
ฉบับ KJV ความว่า "ฝ่ายผู้ช่วยนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนสง่าผ่าเผย ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก ไม่เป็นคนโลภมักได้"

ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะคุณ บอย ตอนนั้นยัง อ่านอยู่ฉบับ สมาคมพระคริสต์ธรรม เอาไว้เจอแล้วจะบอก เพราะ หลายตอนมากๆ เยอะอะ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 11:58 pm
โดย Mobster
TBS นี่ Versionไหนครับ

เพราะผมใช้ฉบับคาทอลิกแปล บางทีก็เอาเล่มของพี่มาเทียบ เห็นว่าจะเป็นNew international version1971

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 12:00 am
โดย ชิปโป
Grey Cat =^. .^= เขียน: TBS นี่ Versionไหนครับ

เพราะผมใช้ฉบับคาทอลิกแปล บางทีก็เอาเล่มของพี่มาเทียบ เห็นว่าจะเป็นNew international version1971
ไทยไบเบิ้ลโซไซตี้ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ป่ะคับ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 12:04 am
โดย Ministry Of Men
ชิปโป เขียน:
Grey Cat =^. .^= เขียน: TBS นี่ Versionไหนครับ

เพราะผมใช้ฉบับคาทอลิกแปล บางทีก็เอาเล่มของพี่มาเทียบ เห็นว่าจะเป็นNew international version1971
ไทยไบเบิ้ลโซไซตี้ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ป่ะคับ
ใช่ครับ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 12:05 am
โดย Jesus loves You
Deo Gratias เขียน:
ชิปโป เขียน: ปรกติทางโปร. จะใช้พระคัมภีร์ในการกำหนดข้อห้ามต่างๆ อยากทราบว่า พี่ Deo Gratias  ใช้พระคัมภีร์ข้อไหนในการบอกว่าเล่นหวยบาปงับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพี่ไม่ได้เป็นคนกำหนดค่ะ แต่เป็นคำสอนในพระคัมภีร์ และโปรฯ ทุกคนรับทราบตรงกัน (แต่จะปฏิบัติตามหรือไม่นั้นไม่ทราบ)
อย่างที่คุณชิปโปบอก โปรฯ (สายหลัก) จะสอนอะไร จะมีพระคัมภีร์เป็นพื้นฐานเสมอ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นข้อๆ ตามตัวอักษรเป๊ะๆ เสมอไป
คำสอนหลายตอนเราดูจากบริบททั้งจากพระธรรมตอนอื่นๆ จากประวัติศาสตร์ จากวัฒนธรรม จากภาษา ฯลฯ ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วพระเจ้าจะสอนอะไร
แล้วนำมาประยุกต์ใช้

บางสิ่งบางอย่างไม่มีในยุคพระคัมภีร์ แต่มีในยุคของเรา ไม่มีในอิสราเอล แต่มีในไทย ฯลฯ เช่น หวย หรืออบายมุขอื่นๆ บางคนก็จะบอกว่าไม่มีพระคัมภีร์ตอนไหนบอกว่าไม่ให้เล่นหวย แต่โปรฯ ตีความลึกกว่านั้นว่า แม้พระคัมภีร์จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่เรารู้จักพระคัมภีร์ตอนอื่นๆ (ศัพท์ศาสนศาสตร์เรียกว่าใช้พระคัมภีร์ตีความพระคัมภีร์)ว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าคือไม่ต้องการให้คริสตชนหมกมุ่นกับอบายมุขซึ่งถือว่าเป็นรูปเคารพอย่างหนึ่ง แต่ทรงต้องการให้เรามีชีวิตที่เป็นแบบอย่างแห่งความบริสุทธิ์ของพระองค์ จึงสรุปได้เป็นคำสอนที่ว่าคริสตชนจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทุกชนิดไม่ใช่เพื่อสะสมบุญเอาความรอด เพราะเรารอดด้วยพระคุณแล้ว แต่เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าค่ะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งนะคะ  : emo038 :
เห็นด้วยครับ
ลี วูจิน เขียน:
Holy เขียน: ไหนๆขึ้นเรื่องเหล้ามา

ได้ยินว่าทางโปรห้ามดื่มเหล้า ถึงขนาดบางนิกายเปลี่ยนใช้น้ำหวานแทนเหล้าองุ่นในพิธีกรรม

แต่ในพระคัมภีร์พระเยซูเองก็ดื่ม อันนี้ตีความจากพระคัมภีร์ยังไงครับว่าห้าม
เความคิดของผม อ่อ อาจจะไม่ถูก 100% นะครับ
แต่ผมจะขอแสดงสักนิดนะครับ
จากที่ผมเข้าใจ
จากตอนนี้ครับ

โรม 14:21 เป็นการดีที่จะไม่กินเนื้อสัตว์หรือเหล้าองุ่นหรือทำสิ่งใดๆที่จะเป็นเหตุให้พี่น้องสะดุด..

โรม 14:15 ถ้าพี่น้องของท่านไม่สบายใจเพราะอาหารที่ท่านกินท่านก็ไม่ได้ประพฤติตามทางแห่งความรักเสียแล้วพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อผู้ใดก็อย่าให้ผู้นั้นพินาศเพราะอาหารที่ท่านกินเลย..


ผมได้ถูกสอนมาว่า การดื่มกินของคริสเตียนนั้น

จะต้องไม่ทำให้ คนอื่นสะดุด

ถ้าอย่างเราไปประเทศที่ เขาไม่กินหมู แล้วเราไปกินหมูให้เขาเห็น

เขาก็อาจจะไม่คบกับเรา ทำให้เราประกาศข่าวดีไม่ค่อยได้


ส่วนเมืองไทย ถึงแม้ว่าการกินเหล้าจะเห็นได้ดาษดื่น

แต่ ก็ไม่ค่อยมีใครชอบคนกินเหล้าหัวราน้ำเท่าไร

ถ้ามีคริสเตียนไปกินเหล้า ให้คนอื่นเห็น ก็จริงอยู่ที่เราอาจจะไม่เมาเละเทะ หรือ เรื้อน

แต่คนที่เขามองจะว่าอย่างไร "โอ ไอนี่ไง ที่มาบอกว่าให้กลับใจจากบาป ดูสิ มันยังกินเหล้าอยู่เลย -*-"

ที่เขาอาจจะมองไม่ดีได้ นั่นก็เพราะคนที่กินเหล้าในเมืองไทยโดยมากจะเมาหัวทิ่ม เรื้อน น่ารำคาญ

อะไรแบบนี้ครับ มันอาจจะทำให้ พระเจ้าถูกลบหลู่เกียรติได้

บางคริสตจักรเลยห้ามไงครับ

แต่การห้ามทาน/ดื่ม ขึ้นอยู่กับท้องที่อ่าครับ

พระเจ้าอวยพรครับ





อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 12:49 am
โดย Deo Gratias
Ministry Of Men เขียน:
jacky เขียน:
อันนี้ ที่เจนพูดมา นี่สายอื่นนะค่ะ พี่เกรซ อย่าง ที่บอก เรา ยอมรับ ลูเธอแลนซ์ กะ อังลิกัน เท่านั้น
ถ้าหากกล่าวถึง โปรตรงนี้ ไม่ได้หมายถึง ทั้งสอง นี้นะค่ะ เพราะเรารู้ๆ กัน อยู่ โดย พวกโปร บางพวก ก็จะไม่ชอบ ทั้ง สอง คณะนี้ ค่ะ
คุณเจน อาจจะไปเจอ ฉบับที่เค้า เขียนสำหรับผู้เชื่อใหม่ (ที่เป็นพันธสัญญาใหม่อย่างเดียว)

แต่ถ้าเป็น พระคัมภีร์ของโปรเตสแตน ที่ไม่ใช่สายลูเทอ ไม่ใช่อังลิกัน แต่หมายถึง แบ๊พติส สภา เพนเทคอส อะไรพวกนี้ เค้าจะใช้ KJV กับ TBS ครับ

โปรฯ ทุกคณะใช้พระคัมภีร์ฉบับแปลเดียวกัน คือ 1971 เป็นหลัก และใช้ในคริสตจักรค่ะ

แต่กระนั้นก็มีบางคนใช้ฉบับแปลอื่นในการอ่านส่วนตัวด้วย

1971 แปลโดยสมาคมฯ แต่สมาคมฯ ไม่ได้แปล 1971 ฉบับเดียว ยังมีฉบับอื่นอีกที่แปลโดยสมาคมฯ เช่น ประชานิยม ฯลฯ

การใช้ฉบับแปลอื่นก็มีหลายจุดประสงค์ เช่น เกี่ยวกับเรื่องของระดับภาษา ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตามความแตกต่างอยู่ที่แค่สำนวนแปล (ฉบับอ่านเข้าใจง่ายใช้คำว่า ผม-คุณ แบบสมัยใหม่เลย)

แต่ความหมายทั้งสิ้นไม่ต่างกัน เช่น ..

ฉบับ 1971 ใช้คำว่า "ไม่ดื่มสุรามึนเมา" แต่คิงส์เจมส์ ใช้คำว่า "ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก" แต่ความหมายก็คือเหมือนกัน

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 1:04 am
โดย Holy
Deo Gratias เขียน:
Ministry Of Men เขียน:
jacky เขียน:
อันนี้ ที่เจนพูดมา นี่สายอื่นนะค่ะ พี่เกรซ อย่าง ที่บอก เรา ยอมรับ ลูเธอแลนซ์ กะ อังลิกัน เท่านั้น
ถ้าหากกล่าวถึง โปรตรงนี้ ไม่ได้หมายถึง ทั้งสอง นี้นะค่ะ เพราะเรารู้ๆ กัน อยู่ โดย พวกโปร บางพวก ก็จะไม่ชอบ ทั้ง สอง คณะนี้ ค่ะ
คุณเจน อาจจะไปเจอ ฉบับที่เค้า เขียนสำหรับผู้เชื่อใหม่ (ที่เป็นพันธสัญญาใหม่อย่างเดียว)

แต่ถ้าเป็น พระคัมภีร์ของโปรเตสแตน ที่ไม่ใช่สายลูเทอ ไม่ใช่อังลิกัน แต่หมายถึง แบ๊พติส สภา เพนเทคอส อะไรพวกนี้ เค้าจะใช้ KJV กับ TBS ครับ

โปรฯ ทุกคณะใช้พระคัมภีร์ฉบับแปลเดียวกัน คือ 1971 เป็นหลัก และใช้ในคริสตจักรค่ะ

แต่กระนั้นก็มีบางคนใช้ฉบับแปลอื่นในการอ่านส่วนตัวด้วย

1971 แปลโดยสมาคมฯ แต่สมาคมฯ ไม่ได้แปล 1971 ฉบับเดียว ยังมีฉบับอื่นอีกที่แปลโดยสมาคมฯ เช่น ประชานิยม ฯลฯ

การใช้ฉบับแปลอื่นก็มีหลายจุดประสงค์ เช่น เกี่ยวกับเรื่องของระดับภาษา ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตามความแตกต่างอยู่ที่แค่สำนวนแปล (ฉบับอ่านเข้าใจง่ายใช้คำว่า ผม-คุณ แบบสมัยใหม่เลย)

แต่ความหมายทั้งสิ้นไม่ต่างกัน เช่น ..

ฉบับ 1971 ใช้คำว่า "ไม่ดื่มสุรามึนเมา" แต่คิงส์เจมส์ ใช้คำว่า "ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก" แต่ความหมายก็คือเหมือนกัน
ผมว่าต่างนะครับ อันแรกรู้สึกเหมือนว่าห้ามดื่มเลย อันหลังรู้สึกเหมือนว่าดื่มได้แต่อย่าหมกมุ่น

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 1:22 am
โดย Ministry Of Men
1ทิโมธี บท3 ข้อ 3
ฉบับ TBS ความว่า "ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"
ฉบับ KJV ความว่า "ไม่ดื่มเหล้าองุ่น ไม่เป็นนักเลง ไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน"

1ทิโมธี บท3 ข้อ 8
ฉบับ TBS ความว่า "ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนเอาการเอางาน ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นคนโลภมักได้"
ฉบับ KJV ความว่า "ฝ่ายผู้ช่วยนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนสง่าผ่าเผย ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก ไม่เป็นคนโลภมักได้"


คริสตจักร ที่ยึด TBS หลายที่ ใช้เหล้าองุ่น ในศีลมหาสนิท
ตามที่ข้อมูลคริสตจักรที่ผมรู้คือ ขึ้นอยู่กับท้องที่หนะครับ (โปรไทยไม่ดื่ม)
ตามบริบท ข้อ 3 คือ KJV และ TBS คือ ไม่ดื่มเหล้าองุ่น และ ไม่ดื่มสุรามึนเมา  ตามลำดับ (ต้องดูบริบทประกอบ)
คือสอนถึงการเป็นผู้สุภาพ ไม่วิวาทเกเร

บริบท ข้อ 8 ก็เช่นกันครับ KJV และ TBS คือ ไม่สนใจเหล้าองุ่นมาก กับ ไม่ดื่มสุรามึนเมา ตามลำดับ (ต้องดูบริบทประกอบ)
คือ สอนให้ซื่อสัตย์ เอาการเอางาน อะไรประมาณนั้น

แต่ละนิกายก็มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั่นแหละครับ ถ้าตีความตรงตัวแข็งๆ ทื่อๆ ก็โดนตำหนิ(เหมือนที่มีคนตำหนิ)
ส่วนสำหรับ โปรไทย ที่ไม่ดื่ม รู้สึกผู้ใหญ่จะให้เหตุผลไว้แล้วอะครับ (แต่ไม่ใช่เพราะพระคัมภีร์กล่าวห้ามครับ)


ขอนอกเรื่องนิดนึง

สำหรับ บุหรี่ ผมไม่อยากให้สูบเลย ไม่ดีต่อสุขภาพหนะครับ  : emo045 :

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 1:28 am
โดย เจนจิรา
โปรไม่ดื่มค่ะ ............  : emo102 :

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 16, 2010 8:13 pm
โดย Like a Heaven
Grey Cat =^. .^= เขียน: ขอแบ่งปันนะ
ผมไม่เคยเล่นหวย แต่เคยซื้อล้อตเตอรี่นะ

วันนึงมีคุณยายท่านหนึ่งมา
"หนุ่มๆ ช่วยซื้อให้ยายทีนะ นี่ใบสุดท้ายแล้ว"
ตอนแรกผมให้เงินคุณยาย แต่ไม่เอาล็อตเตอรี่
แต่คุณยายคนนั้นก็เอาล็อตเตอรี่ยัดใส่มือผมแล้วจับมือกำไว้
"ขอให้โชคดีนะ หลานนะ"

ผมลองดูเลข เลขท้าย----------->00
อีก5วันต่อมา   เลขท้าย2ตัวงวดนั้นดันออก-------->00
(ผมลองดูพยัญชนะกำกับเลข ตามที่คนเคยสอนวิธีดูของแท้แบบพื้นฐานให้
ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ของปลอม ถึงเป็นของปลอมก็แปลกที่จะปลอมเลข00 ก่อนวันหวยออก5วัน)

สำหรับผม ผมไม่สบายใจเลยที่ถูก
เพราะผมคิดว่า หากเจอกรณีแบบนี้(ที่ยังไงก็ได้ล็อตเตอรี่มา แม้ว่าต้องการช่วยจริงๆ)
การที่ไม่ถูกรางวัลก็คือพระเจ้าทรงอวยพร
แต่ถ้าถูกรางวัล นั่นคือการทดสอบจากพระเจ้า


หลังจากปรึกษาหลายคน
ผมตัดสินใจเผาทิ้งดีกว่า

เพราะผมเคยวินิจฉัยให้ตนเองคือ
"การถูกหวยคือการขโมยของที่ถูกกฏหมาย"
(ย้ำว่าวินิจฉัยให้ตัวเองนะ ไม่ใช่จากศาสนวินัยออร์โธด๊อกซ์)[/size]
แม้ไปขึ้นเงิน แล้วเอาเงินทั้งหมดมาบริจาค
กลัวจะเป็นมลทิน(เพราะเหตุที่ได้มา สำหรับผมเองนะ มันไม่ชอบธรรม)
ผมจึงเผาทิ้งดีกว่า
ขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับบททดสอบที่ยาก(มากๆ)ครั้งนี้ อามีน


ดีจัง

เปนผมจะเอาไปขึ้นเงินแล้วไปเที่ยวให้หนำใจสักสองสามวัน ...

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 16, 2010 9:28 pm
โดย Andreas
ในปัจจุบันยังมีอีกหลาย ๆ ประเด็นที่บางศาสนาโดยเฉพาะในสังคมชาวคาทอลิกจะทราบดีว่า พระศาสนจักรห้ามอะไรบ้าง แต่สิ่งที่พระศาสนจักรห้ามกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองกลับอนุญาติให้ทำได้ ซึ่งสิ่งที่พระศาสนจักรห้ามก็เพราะว่ามันเป็นบาป  แต่ฝ่ายบ้านเมืองเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ เช่น การควบคุมประชากร ความสัมพันธ์ทางเพศ การกำหนดให้ใครเกิด ใครตาย ผมไม่ทราบว่านิกายอื่น ๆ มีแนวปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ทราบมาว่าทางโปรฯ จะค่อนข้างเสรีในเรื่องเหล่านี้

Re: บทเรียนทางศาสนศาสตร์กับปัญหาสังคม

โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 16, 2010 10:46 pm
โดย Deo Gratias
Andreas เขียน: แต่สิ่งที่พระศาสนจักรห้ามกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองกลับอนุญาติให้ทำได้ ซึ่งสิ่งที่พระศาสนจักรห้ามก็เพราะว่ามันเป็นบาป  แต่ฝ่ายบ้านเมืองเห็นว่ามันเป็นประโยชน์
นั้นสิคะ
สิ่งที่ถูกต้องในสายตามนุษย์ ไม่ได้หมายความว่าถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอไป และ
สิ่งที่มนุษย์เห็นชอบ ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทรงเห็นชอบเสมอไป
Andreas เขียน: ผมไม่ทราบว่านิกายอื่น ๆ มีแนวปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ทราบมาว่าทางโปรฯ จะค่อนข้างเสรีในเรื่องเหล่านี้
สำหรับโปรฯ ต่างประเทศไม่ทราบ แต่สำหรับโปรฯ ในประเทศไทย(ทุกคณะ)ไม่เสรีเลยคะ

หนุ่มสาวที่คบหากัน >> จะต้องอยู่ในการดูแลของผู้นำ ไม่ให้ไปไหนกัน 2 ต่อ 2 ในที่ลับตา ไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัว แม้กระทั้งเดินจูงมือ บาง คจ.เวลาอธิษฐาน ถ้า ญ ช อยู่ติดกันจะให้จับปากกาคนละข้าง แทนจับมือกัน (ที่สอนแบบนี้ ไม่ใช่เพราะการจับมือหรืออะไรเหล่านี้เป็นบาป แต่เป็นการเปิดให้โอกาสที่จะนำไปสู่บาป) ไม่สนับสนับสนุนให้เทียมแอกกับคนต่างความเชื่อ และก่อนแต่งงานจะต้องเข้าคอสอบรมอย่างเข้มข้น

การควบคุมประชากร(คุมกำเนิด) >> สามี-ภรรยาที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่พร้อมมีบุตร สามารถคุมกำเนิดได้ แต่ห้ามทำแท๊งโดยเด็ดขาด

การหย่าร้าง >> อนุญาตให้หย่าแค่ 2 กรณี คือ
1.คู่สมรสมีชู้ (มธ.5:32)
2.ผู้ที่มาเชื่อพระเจ้าหลังจากแต่งงานแล้ว แต่คู่สมรสไม่ยินดีกับการมาเชื่อและประสงค์จะขอแยกไปเอง(1คร.7:15)

แต่แม้จะสอนอย่างนี้ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อฟัง บางคนก็ปิดบัง ถ้าปิดไม่มิด ก็ย้ายโบสถ์หนี หวังว่าจะไปเจอกับคำสอนที่ถูกใจ(ความเข้มงวดของแต่ละคริสตจักรต่างกันขึ้นอยุ่กับผู้นำ) บางคนพอย้ายแล้วไปเจอกฎเดิมหรือเข้มกว่าเดิมอีก ถึงกับย้ายนิกายไปเลยด้วยเพราะเรื่องเหล่านี้ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าที่ๆ จะย้ายไปจะเข้มกว่าเดิมหรืออ่อนกว่าเดิม  : xemo016 :