“สายัณห์ทัวร์”

ถาม-ตอบพระคัมภีร์ เรื่องเสริมศรัทธา ความรู้ และสาระ บทความ ในคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 11:59 am

“สายัณห์ทัวร์”

จากหนังสืออิสระรายเดือน คณะพระมหาไถ่
“เยี่ยมคารวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา ณ อาเภอลิกินิกิ เมืองแครเคา ประเทศโปแลนด์”
(SANCTUARY OF THE DIVINE MERCY, LAGIENIKI, KRAKOW, POLAND)
โดย อาสายัณห์

รูปภาพ

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรัก พบกันอีกครั้งในอิสระรายเดือน วันนี้ผมจะพาไปเยี่ยมคารวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา ณ อำเภอลิกินิกิ เมืองแครเคา ประเทศโปแลนด์ ติดกับประเทศเยอรมนีที่ผมอาศัยอยู่ ห่างจากเมืองแฟรงเฟิร์ต (FRANKFURT) 500 ไมล์ (804 กิโลเมตร) ขับรถเกือบ 10 ชั่วโมง ถ้านั่งเครื่องบินก็ประมาณ 1 ชั่วโมงกับ 45 นาที ผมมีวันหยุด 3 วันปลายสัปดาห์ของสิ้นเดือนพฤษภาคม เลยบอกกับภรรยาที่อยู่สหรัฐว่า คงจะต้องไปจาริกแสวงบุญที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา ประเทศโปแลนด์ ก่อนจะเดินทางกลับสหรัฐปลายเดือนมิถุนายน เป็นการปิดท้ายรายการ และคงจะต้องฉายเดี่ยว เพราะลูกๆ ต้องไปโรงเรียนและแม่คงจะทิ้งลูกๆ ไปร่วมรายการไม่ได้ ภรรยาผมใจดีสนับสนุน แถมยังเข้าอินเตอร์เน็ตจองตั๋วเครื่องบินและที่พักให้เสร็จ เพราะทุกอย่างจะสะดวก รวดเร็วจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ คุณผู้อ่านกับผมเลยสบายไม่ต้องนั่งรถทรมาน บินเหินฟ้า ไม่ทันจะเคลิ้มหลับก็ถึงจุดหมายปลายทาง

คุณผู้อ่านครับ กินข้าวกินปลา อาบนํ้าอาบท่าลูกแล้วหรือยัง? ภรรยา(สามี) มีเวลาให้อ่านทัวร์ชุดนี้หรือเปล่า?

ทัวร์ชุดนี้เป็นชุดใหญ่สุดในชีวิตของหัวหน้าทัวร์ เป็นสุดยอดอันดับหนึ่งของทัวร์ที่ครอบคลุม เกี่ยวพัน เชื่อมโยงเหตุการณ์ สถานที่ พิธีกรรม บุคคล องค์กร ผู้เกี่ยวข้องกับพระเมตตาในพระศาสนจักรคาทอลิก (เจ้าเก่า) ของเรา

เรื่องมันยาวครับ ต้องมีการพักสายตา ยืดเส้นยืดสาย กินของหวาน หรือเล่นกับลูกเมีย(สามี) ไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง จิบนํ้าอัดลมให้แช่มชื่นแจ่มใสคั่นรายการ แล้วติดตามหัวหน้าทัวร์ เพลิดเพลิน สนุกสนาน เปิดตาเปิดใจไปกับเนื้อหาน่าสนใจ อัดแน่นด้วยสาระ คม ชัด ลึก (ระดับชาวบ้าน) อ่านแล้วต้องผงกหัวร้องอ๋อ ว่าถึงบางอ้อแล้ว

หัวหน้าทัวร์จะแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกับพระเมตตา ความเป็นมาของพระองค์ อัครสาวกแห่งพระเมตตา และเลขานุการิณีของพระเป็นเจ้า พระสันตะปาปาแห่งพระเมตตา ความหมายของ 3 บทภาวนา สุดยอดของพวกเราคาทอลิก ดำรงชีพในมหาบูชามิสซา สมาธิจิตภาวนาที่นักบุญของเราปฏิบัติกันมา ตลอด 2000 กว่าปี และลุยเมืองแครเคา นั่งรถรางแบบชาวบ้าน ที่ทำมาหากินระดับปานกลาง หรือปลายล่างของสังคม

ก่อนจะเริ่มรายการทัวร์ ผมอยากจะบอกให้คุณผู้อ่านทุกคนได้ทราบว่า พระตรีเอกานุภาพ พระเป็นเจ้าแท้หนึ่งเดียวของเรา และพระแม่มารีย์ทรงมีเมตตาต่อลูกๆ ของพระองค์ในประเทศไทยเป็นพิเศษ ทรงประทานของขวัญให้กับทุกคน โดยเฉพาะคณะพระเมตตาแห่งประเทศไทย คณะสงฆ์พระมหาไถ่เจ้าของอิสระรายเดือน ลูกพ่อลูกแม่ที่เผยแพร่ความรัก ความเมตตาของพระองค์ให้กับชนทุกชนทุกชั้นทุกวรรณะ ทุกสภาพของสังคม ของขวัญนี้คณะนักบวชหญิงพระมารดามารีอาแห่งความเมตตา (CONGREGATION OF THE SISTERS OF OUR LADY OF MERCY) ไม่เคยมอบให้ใคร ผมจะเล่าให้อ่านในลำดับต่อไป (ตอนท้ายของรายการ) ครับ

หลับตาสักครู่ สูดลมหายใจยาวลึก ระบายออกเป็นระบบ แล้วลืมตาชำเลืองมองรอบข้าง ตรวจดูว่าทุกอยางเป็นปกติ ขยับตัวให้เข้าที่ แล้วตามผมมา...


พระเมตตา (THE DIVINE MERCY)
รูปภาพ
พระเยซูเจ้าพระเป็นเจ้า พระผู้ไถ่ของมวลมนุษย์ทรงปรากฏพระองค์ให้นักบุญมารีอา โฟสตินา โควัลสกา (SAINT MARIA FAUSTINA KOWALSKA) เลขานุการิณี ผู้มีการศึกษาแค่ 3 ปี และอัครสาวกหญิงแห่งพระเมตตาของพระองค์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1931 (79 ปีที่ผ่านมา) ทรงพระภูษาสีขาว พระหัตถ์ขวายกขึ้นในลักษณะประทานพร พระหัตถ์ซ้ายแตะที่ทรวงอก เหนือพระหฤทัยศักดิ์สิทธ์ ซึ่งมีแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งกระจายออกมาเป็นสองแฉกสองสี อันประกอบไปด้วยสีแดงโลหิต และสีขาวเหมือนนํ้าใสสะอาด สว่างไสวด้วยพระฤทธานุภาพ บารมีของพระผู้สร้างจักรวาล เจ้าชีวิตของทุกชีวิต สรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทรงรัก ทรงเมตตา ทรงปรารถนาให้รู้จักพระองค์ ให้เชื่อ ให้รัก ให้วางใจ ขอความช่วยเหลือด้านวิญญาณ ด้านการงานการศึกษา ชีวิตสมรส การดิ้นรนต่อสู้ชีวิตและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ถูกกดขี่ ลิดรอนด้วยกรอบประเพณี เชื้อชาติ ศาสนา สภาวะด้านการศึกษา ฐานะในสังคมที่มนุษย์สร้างเป็นกําแพงขวางกั้นเหยียดหยันกันเอง ทรงมีพระประสงค์ให้มนุษย์ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ แบ่งปันความรักความเมตตาต่อลูกๆ ของพระองค์และของพระแม่มารีอา ให้มีสันติสุขในจิตใจ ให้โลกมีความสงบร่มเย็น แล้วก็ร่วมชีวิตนิรันดรกับพระองค์ พระแม่มารีอา เทวดาชาวสวรรค์ เมื่อการเดินทางในโลกนี้ได้สิ้นสุดลง

พระเป็นเจ้าองค์แห่งความรัก ความเมตตา ทรงบอกให้ท่านนักบุญจดจำพระฉายาลักษณ์นี้แล้วให้จิตรกรวาด พร้อมกับเขียนประโยค “พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์” (JESUS, I TRUST IN YOU) ให้กราบไหว้ เคารพ สวดขอทุกอย่าง เพราะรูปนี้จะเป็นสื่อ เป็นภาชนะรองรับพระเมตตา พระหรรษทานของพระองค์


พระองค์ทรงต้องการให้ท่านนักบุญเริ่มก่อนในอารามที่ท่านประจำอยู่ แล้วให้ขยายออกไปทั่วโลก
อันพระเมตตาของพระองค์นี้ มีมาตั้งแต่ทรงสร้างมนุษย์คนแรก คู่แรก หลายยุคหลายสมัยบันทึกไว้ในพระธรรมเก่า และพระธรรมใหม่ พระวรสาร บทอ่านประจำวัน ที่ผมจะยกตัวอย่างให้ผู้อ่านได้รับทราบระลึกถึงในพระเมตตาอันไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาของพระผู้ทรงฤทธิ์ ผู้ดำรงชีพตลอดนิรันดร

1. พระเมตตาที่นำอิสระมาให้ (มก. 5:1-20)

เมื่อพระเป็นเจ้าพระบุตร พระผู้ไถ่ทรงลงเรือข้ามทะเลสาบแล้วดำเนินผ่านละแวกพื้นที่ของเกราซินิส (GERASENES) ก็มีหนุ่มผู้หนึ่งที่ถูกภูตผีปีศาจ และจิตชั่วร้ายสิงอยู่ วิ่งถลาลงทรุดตัว กราบขอร้องไม่ให้ไล่ล่าทำร้ายพวกมันพระเยซูเจ้า ทรงบังเกิดความเมตตา สงสารบุรุษผู้นั้นซึ่งถูกทรมาน ทนทุกข์สุดลำเค็ญ พระองค์ทรงขับไล่จิตชั่วปีศาจให้ออกจากตัวเขา แล้วบอกให้กลับไปอยู่กับครอบครัว บอกญาติพี่น้องให้รับทราบว่าพระเป็นเจ้าได้ทรงทำอะไรให้มากมายขนาดไหน และทรงมีเมตตาต่อเขาอย่างไร

2. พระเมตตานำมาซึ่งการบำบัดรักษา (มธ. 20:29-34)

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินออกจากเมืองเยริโค (JERICHO) ก็มีคนตาบอดสองคน ตะโกนเรียกหาพระองค์ “บุตรของดาวิด โปรดมีความสงสารต่อเราเถิด!” ฝูงชนที่ติดตามพระองค์ รู้สึกรำคาญ หนวกหู ตวาดพวกเขาให้หยุดตะโกน แต่ยิ่งบอกเหมือนยิ่งยุ ตะโกนดังกว่าเก่าสุดลำคอ พระเป็นเจ้าทรงรู้สึกตื้นตันพระทัย เกิดความสงสารเห็นอกเห็นใจ ทรงทำอัศจรรย์บำบัดตาให้สามารถมองเห็นเป็นปกติ สองหนุ่มสุดแสนจะปลาบปลื้มร้องสรรเสริญเทิดพระเกียรติแล้วก็เดินตามพระองค์ไปต้อยๆ

3. พระเมตตาเปลี่ยนแปลงชีวิต (ลก.19:1-10)

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินเข้าเมืองเยริโค (JERICHO) ก็มีหัวหน้าสรรพกรผู้เก็บภาษีโหดชื่อซัคเคียส (ZACCHAEUS) ตัวเตี้ยมะขามข้อเดียว วิ่งผ่านฝูงชนที่แห่กันมาชมพระบารมี ปีนต้นไม้ข้างทางต้องการจะเห็นพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเรียกให้ลงจากต้นไม้ เพราะพระองค์จะไปพักที่บ้านของเขาคนบาป ซัคเคียสสุดปลื้ม พระหรรษทานเปี่ยมล้นหัวใจ ประกาศก้องขอยกทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้คนยากจน คืนทรัพย์คืนเงินให้ผู้ที่ถูกรีดไถ พระเป็นเจ้าทรงรู้สึกประทับใจ กล่าวชมแล้วเอ่ยว่า “บุตรแห่งมนุษย์มาเพื่อค้นหาและกอบกู้สิ่งที่หายไป”

พระเมตตาของพระเป็นเจ้าเปรียบเสมือนมหาสมุทร กว้างใหญ่ไพศาล ไม่อาจจะหยั่งวัดคำนวณถึงความลึก เกินสติปัญญาจินตนาการของมนุษย์ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 12:10 pm

นักบุญมารีอา โฟสตินา โควัลสกา
(SAINT MARIA FAUSTINA KOWALSKA)
รูปภาพ
เลขานุการิณีของพระเป็นเจ้า อัครสาวกหญิงแห่งพระเมตตา และของขวัญจากพระเป็นเจ้าที่ทรงมอบให้พวกเราในยุคสมัยนี้ (GOD’S SECRETARY, AN APOSTLE OF THE DIVINE MERCY AND A GIFT FROM GOD FOR OUR TIMES) 25 สิงหาคม 1905 – 5 ตุลาคม 1938 อายุ 33 ปี วันฉลอง 5 ตุลาคม

ท่านนักบุญเป็นบุตรสาวคนที่ 3 ในจำนวนบุตรธิดา 10 คนของคุณพ่อสตานิสลัส และคุณแม่มาเรียนนา โควัลสกา (STANISLAUS AND MARIANNA KOWALSKA) แห่งเมืองโกลโกวิส (GLOGOWICE) ครอบครัวชาวนายากจนแต่มีศรัทธาต่อพระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์อย่างเปี่ยมล้นในดวงใจ ประวัติบันทึกของลูกวัดประจำเมืองเพื่อนบ้านบอกว่า พ่อเป็นผู้มีศรัทธาที่สุดในครอบครัว ร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้า สวดบทภาวนาตอนตะวันพึ่งจะพ้นขอบฟ้าตอนรุ่งอรุณ แม่ต้องปรามว่า น้อยๆ หน่อยเดี๋ยวลูกๆ จะตื่น นอนไม่เต็มอิ่ม

ท่านนักบุญต้องดิ้นรนทำมาหากินช่วยพ่อแม่ หยุดเรียนเมื่ออายุ 15 ปี มีการศึกษาแค่ 3 ปี ลุยงานเป็นคนรับใช้ในบ้านผู้มีอันจะกิน จนถึงอายุ 20 ปี ก็กล่าวอำลาครอบครัวเดินทางไปเมืองวอร์ซอร์ (WARSAW) ตั้งใจจะบวชเป็นซิสเตอร์ อุทิศชีวิตรับใช้พระเป็นเจ้าเคาะประตูอารามชีหลายคณะจนเมื่อยมือ เมื่อยใจ ไม่มีคณะใดจะยอมรับ ความยากจนและขาดการศึกษาเป็นอุปสรรคขวางกั้น หัวเดียวกระเทียมลีบ พระเป็นเจ้ามีพระเมตตาให้ได้รับเป็นสมาชิกของคณะพระมารดามารีอาแห่งความเมตตา (CONGREGATION OF THE SISTERS OF OUR LADY OF MERCY) และได้ถวายตัวตลอดชีพเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1933 (77 ปีที่ผ่านมา)

เลขานุการิณีของพระเป็นเจ้า มีหน้าที่ตํ่าต้อยในอาราม ทำงานในครัว สวนผักผลไม้ เปิดปิดประตูอารามรับแขก เจียมตัวเจียมใจ ขยันขันแข็งไม่ปริปากบ่น ไม่มีอะไรเด่นสะดุดตา สะดุดใจของเพื่อนร่วมงาน มีแต่คุณพ่อวิญญาณรักษ์ ไมเคิ้ล โซโพคโค (FATHER MICHAEL SOPOCKO) และคุณแม่อธิการิณี ที่พอจะทราบถึงความศรัทธา ความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อพระเป็นเจ้า และพระพรที่พระองค์ทรงประทานให้ลูกสาวอาภัพตํ่าต้อย ก้อนหินที่นายช่างสถาปนิกเมินมองว่าไร้ค่าในสายตามนุษย์ ก็กลายเป็นศิลาใหญ่แข็งแกร่ง เป็นพื้นฐานเป็นเสาเอก เสาหลักที่พระองค์ทรงวางพระเมตตาที่มีต่อลูกๆ ของพระองค์ทุกคนในโลก บนไหล่ บนหัวใจของท่าน ให้เป็นจุดก่อเกิดประกายไฟ แพร่ขยายความรัก ความศรัทธา ความไว้วางใจในพระเมตตาของพระผู้สร้างจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีขอบเขตจำกัดพรมแดนของพระองค์
รูปภาพ

พระเป็นเจ้าทรงปรากฏพระองค์ให้ท่านนักบุญได้เห็น แล้วทรงบอกให้จดจำพระฉายาลักษณ์บอกอธิบายให้จิตรกรวาดตามที่ท่านได้เห็น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1931 (79 ปีที่ผ่านมา) ท่านนักบุญบอกให้จิตรกรชื่อ ยูจิเนียส คาชิมิโรชกิ (EUGENIUSE KAZIMIROWSKI) วาดตามคำอธิบาย วาดเสร็จท่านรู้สึกผิดหวังเพราะไม่สวยงาม เปี่ยมฤทธิ์พลังของพระผู้สร้างจักรวาล พระเป็นเจ้าทรงบอกกับลูกสาวคนโปรดว่า อย่าสนใจเปลือกนอกมองให้ทะลุถึงแก่นว่ารูปนี้เป็นสื่อ เป็นภาชนะรองรับพระเมตตาของพระองค์ให้ส่งใจประสานจิตเพ่งมอง กราบนมัสการ เคารพแล้ววอนขอทุกอย่างจากพระเมตตา ถ้าจริงใจและสบพระทัยก็จะได้ตามประสงค์

รูปนี้ปัจจุบันอยู่ในอารามของคณะที่เมืองวิลเนียส (VILNIUS) ประเทศลิทัวเนีย (LITHUANIA) ติดกับประเทศโปแลนด์และรัสเซียครับ

รูปพระเมตตาที่มีชื่อเสียงที่สุดอยู่ในวัดของอารามเหนือพระแท่นเก็บอัฐิของท่านนักบุญ เป็นรูปวาดอันดับสองจากจิตรกร อด๊อฟ ไฮลา (ADOLF HYLA) ถวายขอบพระคุณที่พระเป็นเจ้าองค์แห่งความเมตตา คุ้มครองรักษาตัวเขาและครอบครัวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณพ่อเจ แอนเดรส (J. ANDRASZ) เสกพระรูปพระเมตตาแล้วเริ่มถวายสักการบูชา สร้างกระแสศรัทธาแห่งพระเมตตา อัศจรรย์ก็พลันบังเกิดมีชื่อเสียงลือเลื่อง ขจรขจายไปทุกหนทุกแห่ง นักจาริกแสวงบุญก็เริ่มหลั่งไหลทวีจำนวนมากมายมหาศาล พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ก็ทรงเสด็จมานมัสการพระรูปนี้ด้วยครับ
ในบันทึกและประวัติศาสตร์ของท่านนักบุญได้เอ่ยถึงการพินิจพิศเพ่ง (CONTEMPLATE) และครุ่นคิดไตร่ตรอง (MEDITATE) ในพระวาจา ประกอบเป็นสมาธิจิตภาวนาที่นักบุญผู้มีใจศรัทธาแก่กล้าในพระศาสนจักรเราได้ฝึกฝนปฏิบัติกันมาตลอด 2000 กว่าปี เป็นบ่อเกิด 7 แห่งปัญญา ความใกล้ชิดสนิทแนบกับพระผู้สร้างจักรวาล เปลี่ยนสภาพความเชื่อ ความวางใจต่อพระเป็นเจ้าให้เหมือนกับความเชื่อ ความวางใจของเด็กที่มี่ต่อพ่อแม่ของตัวเอง เลียนแบบพระองค์ ดำเนินรอยตามพระบาท มีความรักความเมตตาต่อลูกๆ ของพระองค์ทุกคนในโลก กระโดดข้ามกำแพงสังคม ศาสนา เชื้อชาติ ประเพณี เชื่ออย่างสุดจิตวิญญาณว่าทุกคนก็คือลูกของพระองค์ ที่ทรงสร้าง ทรงประทานชีวิตให้ เพราะฉะนั้น ทุกคนก็คือพี่คือน้อง มีพ่อมีแม่องค์เดียวกัน เป็นสุดยอดของความเชื่อ ของการภาวนาที่มีน้อยคนจะสามารถเข้าถึงและนำไปปฏิบัติในชีวิต ตัวอย่างที่เห็นๆ ก็คือ บุญราศีคุณแม่เทเรซ่า แห่งกัลกัตตาของอินเดีย (BLESSED MOTHER TERESA OF CALCUTTA, INDIA) ลูกสาวคนโปรดของพระเป็นเจ้าอีกคนไงครับ

เลขานุการิณีของพ่อ มีความเชื่อมั่นในพระศาสนาจักรคาทอลิกที่ท่านรักเหมือนแม่บังเกิดเกล้าว่าเป็นร่างกายทิพย์ของพระเป็นเจ้าพระเยซูพระผู้ไถ่ และตัวของท่านก็คือส่วนหนึ่งของพระกายศักดิ์สิทธิ์นี้ มีหน้าที่ช่วยเหลือกอบกู้วิญญาณที่หลงผิด และดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทของพระผู้ไถ่
ลูกสาวของพ่อยังมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในด้านความรักต่อศีลมหาสนิท มหาบูชามิสซาขอบพระคุณ ความรัก ความศรัทธาเคารพต่อพระแม่มารีย์แห่งความเมตตาเจ้าของคณะนักบวชหญิงที่ท่านสังกัดอยู่

ชีวิตสมถะตํ่าต้อยในอารามของท่าน เปี่ยมล้นด้วยพระพร พระหรรษทาน ของขวัญของกำนัลที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ อาทิเช่น พระพรในการแจ้งไขเหตุการณ์ล่วงหน้า นิมิตรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ที่แฝงเร้นอยู่ในตัวท่าน การร่วมพระมหาทรมานไถ่บาปกู้มนุษยชาติของพระองค์ พระพรในการปรากฏตัวในหลายสถานที่ในเวลาเดียวกัน พระพรสามารถอ่านวิญญาณคนได้ พระพรในการทำนาย และพิเศษสุดที่เพศหญิงน้อยคนจะได้รับก็คือ การเป็นคู่ครองของพระองค์ ในสภาพสภาวะเหนือธรรมชาติ ที่พวกเราชาวบ้านอ่านแล้วฉงน แต่ในกลุ่มนักบวชหญิง-ชาย เป็นเรื่องที่รู้กัน และเป็นธรรมประเพณี เพราะนักบวชหญิงทุกคนมอบชีวิตอุทิศให้พระเป็นเจ้า เป็นลูกสาว เป็นเจ้าสาว เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ครับ

ท่านนักบุญดำรงชีพกับพระเป็นเจ้า พระแม่มารีย์ เทวดา นักบุญ และวิญญาณในไฟชำระ เหมือนกับการดำเนินชีวิตปกติธรรมดาในอารามแยกกันไม่ออก
พระเป็นเจ้าทรงบอกให้เลขานุการิณีส่วนพระองค์บันทึกสารอันยิ่งใหญ่สุดยอดให้ชาวโลกได้รับรู้ เนื้อหาใจความมีดังนี้ครับ

“ในพันธสัญญาเก่า พ่อส่งประกาศกวัดแกว่งสายฟ้ามาหาประชากรของพ่อ วันนี้พ่อส่งลูกกับพระเมตตาของพ่อมาหาประชากรทั้งมวลของโลก พ่อไม่ต้องการลงโทษทัณฑ์ มนุษยชาติที่เจ็บปวดมีทุกข์ทรมานแต่ต้องการเยียวยารักษาบำบัด ด้วยการกอดรัดกระชับแน่นติดกับดวงใจที่เปี่ยมเมตตาของพ่อ (บันทึก 1588)”

พระเป็นเจ้ายังทรงบอกให้ท่านนักบุญ บันทึกทุกอย่างที่พระองค์ทรงเปิดเผยให้ท่านได้รู้ได้เห็นเกี่ยวกับพระเมตตาของพระองค์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่อ่านบันทึกนี้ จะได้รับความบรรเทาใจในวิญญาณ และมีความกล้าที่จะเข้าหาพระองค์ (บันทึก 1693)

พระเป็นเจ้ายังทรงบอกให้ท่านนักบุญ บันทึกทุกอย่างที่พระองค์ทรงเปิดเผยให้ท่านได้รู้ได้เห็นเกี่ยวกับพระเมตตาของพระองค์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่อ่านบันทึกนี้ จะได้รับความบรรเทาใจในวิญญาณ และมีความกล้าที่จะเข้าหาพระองค์ (บันทึก 1693)

ภารกิจของลูกสาวคนโปรดของพระเป็นเจ้ามี 3 ประการดังนี้ครับ

1. เตือนโลกให้ระลึกความจริงแห่งความเชื่อของเราที่ถูกเปิดเผยในพระคัมภีร์เกี่ยวกับความเมตตาของพระเป็นเจ้าที่ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคน

2. อ้อนวอนขอพระเมตตาของพระเป็นเจ้าให้แก่ชาวโลกทั้งมวล โดยเฉพาะคนบาป ด้วยการรณรงค์ปฏิบัติกระแสศรัทธาแก่กล้าต่อพระเมตตาของพระองค์ ในรูปแบบที่รวมถึงการนมัสการเทิดทูนถวายเกียรติรูปพระเมตตาประดับด้วยตัวอักษร “พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์” วันฉลองพระเมตตาตรงกับวันอาทิตย์แรกหลังวันปาสกา การสวดสายประคำพระเมตตา และชั่วโมงแห่งพระเมตตา (บ่าย 3 โมงของทุกวันตามเวลาท้องถิ่น เป็นเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์ไถ่บาปมวลมนุษยชาติ และพระองค์ยังทรงระลึกถึงอยู่ทุกวันเวลา) พระองค์ทรงสัญญาว่าจะประทานมอบให้สิ่งที่ขอ หากผู้ขอวางใจในพระเป็นเจ้าและกระทำกิจการแสดงออกถึงความรักต่อเพื่อนบ้านทั่วไป

3. ริเริ่มรณรงค์เผยแพร่กระแสศรัทธาพระเมตตา ประกาศและอ้อนวอนขอพระเมตตา ให้ชาวโลกและพยายามทำตัวให้ถึงระดับสมบูรณ์ของการเป็นคริสตชนด้วยกฎเกณฑ์แนวทางที่ท่านนักบุญได้กำหนดวางไว้ กฎเกณฑ์และแนวทางอันนี้มีข้อเรียกร้องให้ผู้มีความเชื่อทั้งหลายแสดงออกถึงความเชื่อ ความวางใจแบบเด็กๆ ที่มีต่อพระเป็นเจ้าด้วยการสนองตอบและปฏิบัติตามพระราชประสงค์ของพระองค์ พร้อมกับอากัปกิริยาแห่งความเมตตาต่อเพื่อนบ้านบุคคลทั่วไป
เลขานุการิณีของพระเป็นเจ้า อัครสาวกหญิงแห่งพระเมตตา และของขวัญจากพระเป็นเจ้าที่ทรงมอบให้พวกเราในยุคสมัยนี้ สิ้นใจไปอยู่กับพระผู้สร้างจักรวาลแห่งพระเมตตา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1938 (72 ปีที่แล้ว) ด้วยวัณโรค และบาดแผล เหลือคณานับจากการพลีกรรมถวายเป็นเครื่องบูชาเพื่อคนบาป

ผู้ที่รับช่วงรณรงค์ริเริ่มเผยแพร่กระแสศรัทธาพระเมตตาของพระเป็นเจ้าเป็นนักบวชชาย 2 ท่าน ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติของท่านนักบุญ หนึ่งในสองนี้ เป็นองค์ประมุขของพระศาสนจักรคาทอลิกที่ทุกมุมโลกรู้จัก ยอมรับในความรู้ความสามารถ หาญกล้าประกาศความเชื่อที่บ่อยครั้งฝืนกระแสสังคมในยุคปัจจุบัน หนึ่งในสองเป็นพระสงฆ์วิญญาณรักษ์ของท่าน ผู้ที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักกล่าวถึง แต่พระเป็นเจ้าทรงใช้ท่านให้เป็นเครื่องมือให้กระแสศรัทธาพระเมตตาของพระองค์แพร่ขยายไปถึงคณะนักบวชชายอีกคณะที่มีสาขาในสหรัฐอเมริกา ที่เพียบพร้อมด้วยทุนทรัพย์ ทุ่มกำลังจิต กำลังใจรับใช้พระองค์เผยแพร่พระเมตตาไปเกือบทุกมุมโลก รวมถึงทวีปเอเชีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ที่ผมจะบรรยายเป็นลำดับ หลังจากคั่นรายการด้วยการพูดถึงการประจักษ์ของพระแม่มารีย์ ดำรงชีพในพิธีมหาบูชามิสซา สามสุดยอดบทภาวนาของพระศาสนจักรคาทอลิก และสมาธิจิตภาวนา เกี่ยวพันต่อเนื่องกับท่านนักบุญโฟสตินา และจอห์นปอลที่ 2 (JOHN PAUL II) ที่หัวหน้าทัวร์จะเอ่ยถึงแบบย่อๆ พอสังเขป รายละเอียดอยู่ที่ “ขอบคุณ แนะนำ และอ้างอิง” ของทัวร์ชุดนี้ครับ

การประจักษ์ของพระเยซูเจ้า พระแม่มารีย์ เทวดา นักบุญ เป็นส่วนตัว หรือต่อสาธารณชนนี้มีมาตลอด 2000 กว่าปี ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ที่พระศาสนาจักรของเรารับรองมีมากมายหลายแห่ง ผู้ฉลาดสุขุมจะไม่ผลีผลามพรวดพราด กระโจนประกาศสนับสนุนหรือคัดค้าน ต้องใช้วิจารณญาณ ตรวจดู พิจารณาให้ท่องแท้ วิธีพิสูจน์แบบง่ายๆ มีดังนี้ครับ

1. ผู้ที่ประกาศถึงการประจักษ์ต่อสาธารณชนในพระศาสนจักรคาทอลิกต้องยอมให้พระสงฆ์ผู้แทนของพระศาสนจักรทำการสอบสวน ตรวจข้อมูล แบบไม่มีข้อแม้

2. การประจักษ์ สาร คำสอน ต้องไม่ขัดต่อข้อความเชื่อของพระศาสนจักรคาทอลิก(เจ้าเก่า)

3. ไม่เป็นการค้าธุรกิจหวังลาภทรัพย์หรือชื่อเสียง

การประจักษ์ของพระแม่มารีย์ต่อสาธารณชนนี้มีมาหลายร้อยปีแล้วครับ ผมจะยกตัวอย่างให้อ่านสัก 4 แห่ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 12:34 pm

พระแม่มารีย์แห่งกัวดาลูป ประเทศเม็กซิโก
(OUR LADY OF GUADALUPE, MEXICO)
12 ธันวาคม 1531 (479 ปีที่ผ่านมา)


รูปภาพ
พระแม่มารีย์ทรงประจักษ์ในรูปลักษณ์ของหญิงพื้นเมืองทรงครรภ์ ให้ชาวนายากจน ชื่อฮวน ดิเอโก (JUAN DIEGO) เห็นที่เนินทิพิยัค (TEPEYAC) ใกล้เมืองเม็กซิโก ทรงบอกให้ท่านไปบอกพระสังฆราชเชื้อสายผู้ดีจากสเปนว่า พระแม่ต้องการให้ท่านสร้างวัดที่เนินนี้ จะได้เป็นจุดรวมศรัทธาที่พึ่งทางใจแก่ฝูงชน พระสังฆราชข้องใจ ขอแก้ข้อสงสัยด้วยการขออัศจรรย์ยืนยัน พระแม่ทรงบอกให้ฮวน ขึ้นเขาเก็บดอกกุหลาบในเนินนั้นทั้งๆ ที่เป็นฤดูหนาว แล้วทรงบอกให้ฮวนห่อดอกกุหลาบด้วยผ้าคลุมตัว เอาไปฝากพระสังฆราช พอฮวนเปิดผ้าคลุมเอาดอกกุหลาบให้พระสังฆราช พระสังฆราชตกตะลึง เพราะเป็นกุหลาบสเปนละแวกบ้านท่าน ไม่ใช่กุหลาบพื้นเมือง แล้วก็เซซังแทบสลบ เพราะเห็นภาพของพระแม่มารีย์สลักบนผ้าคลุม ก้มกราบแล้วเร่งสร้างวัดอาสนวิหาร พระรูปนี้ถูกตรวจสอบด้วยนักวิทยาศาสตร์มาเป็นระยะๆ แต่ละชุดไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นมายังไง วัตถุสีไม่ใช่ของโลกนี้ ปัจจุบันพระรูปนี้ประดิษฐานในอาสนวิหารแห่งเมืองเม็กซิโก ฝูงชนทั่วโลกโดยเฉพาะอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หลั่งไหลไปจาริกแสวงบุญ อัศจรรย์บังเกิดตลอดเวลาครับ

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงสถาปนาฮวนเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2002 (8 ปีที่ผ่านมาครับ)


พระแม่มารีย์แห่งลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส
(OUR LADY OF LOURDES, FRANCE)

รูปภาพ


พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ให้เด็กหญิงชาวนายากจนชื่อ เบอร์ดาเนต ชอบิโรส (BERDANETT SOUBIROUS) อายุ 14 ปีได้เห็น แล้วบอกให้ขุดพื้นถํ้าดื่มนํ้า เบอร์ดาเนต ขุดพื้นลงนิดเดียว พุนํ้าก็พลันปรากฏ พระแม่ทรงบอกให้เบอร์ดาเนตไปบอกพ่อเจ้าวัดให้สร้างวัดในถํ้านี้ และให้ผู้คนเจ็บป่วยมาดื่มนํ้าขออัศจรรย์บำบัดโรคภัย เจ้าอาวาสบอกขอแก้ข้อสงสัยให้หายข้องใจ ฝากถามว่าสตรีผู้นั้นชื่ออะไร พอเบอร์ดาเนตบอกว่า “เราคือผู้ปฏิสนธินิรมล” พ่อเจ้าอาวาสขนลุกซู่เข่าอ่อนเพราะพระศาสนจักรประกาศยืนยันว่า พระแม่คือผู้ปฏิสนธินิรมล (THE IMMACULATE CONCEPTION) เมื่อปี ค.ศ. 1854 ไม่มีทางที่เด็กชาวนาไร้การศึกษาจะได้ยินหรือปั้นแต่งขึ้นมาเองได้

พระศาสนจักรรับรองว่าทรงประจักษ์จริงเมื่อปี ค.ศ. 1862 (158 ปีที่ผ่านมา)
พระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) สถาปนาซิสเตอร์เบอร์ดาเนตเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1933 (77 ปีที่ผ่านมา) พระสันตะปาปาหลายองค์เสด็จไปแสวงบุญที่นี่ครับ เริ่มจากปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) จอห์น ที่ 23 (JOHN XXIII) จอห์นปอลที่ 2 (JOHN PAUL II) (3 ครั้ง) และเบเนดิกที่ 16 (BENEDICT XVI)
พระแม่มารีย์แห่งฟาติมา ประเทศโปรตุเกส
(OUR LADY OF FATIMA, PORTUGAL)
13 พฤษภาคม 1917 (93 ปีที่ผ่านมา)


รูปภาพ
พระแม่ทรงทรงปรากฏองค์ให้เด็กเลี้ยงแกะยากจน 3 คนได้เห็น ยาชินทา (ชาย) และฟรังซิสโก มาร์ทา (หญิง) (JACINTA AND FRANCISCO MARTA) สองพี่น้อง และลูเซีย ซานโตส (LUCIA SANTOS) ที่เป็นญาติผู้หญิงได้เห็นแล้วบอกว่าให้ทำพลีกรรมอุทิศแก่คนบาป สวดสายประคำทุกวันเพื่อความต้องการส่วนตัวและสันติสุขในโลก พระแม่ทรงบอกความลับ 3 ประการให้ลูเซีย ผู้ต่อมาก็คือ ซิสเตอร์ลูเซีย (สิ้นลมขึ้นสวรรค์วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2005, 5 ปีที่ผ่านมา) ผู้นำสารมอบให้ผู้นำของพระศาสนจักรของเรา

ผู้คนหลั่งไหลเดินทางไปแสวงบุญตำแหน่งที่พระแม่ทรงปรากฏองค์ให้เด็ก 3 คนได้เห็น แถมยังมีอัศจรรย์เกิดขึ้นเป็นระยะๆ อัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คืออัศจรรย์ในดวงอาทิตย์ (THE MIRACLE IN THE SUN) เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1917 ที่มีผู้ร่วมในเหตุการณ์กว่า 70,000 คน เป็นข่าวใหญ่ลงหนังสือพิมพ์เป็นพยานหลักฐานดังสนั่นโลก คนบาป นักบุญ ผู้แสวงบุญ ผู้แสวงหาความจริง ผู้จ้องจับผิด ยืนตากฝน แล้วฝนก็พลันหยุดตกเห็นดวงอาทิตย์ที่มีม่านสีเงินคลุม สามารถมองได้ด้วยดวงตาเปล่า แล้วดวงอาทิตย์ก็เปลี่ยนสี เต้นระริกไปมาหมุนติ้วเป็นวง ฝูงชนฮือฮามองอ้าปากหวอ แล้วภาพของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏให้เห็นเป็นขวัญตา พระเยซูเจ้า พระแม่มารีย์ ท่านนักบุญยอแซฟ อวยพรให้ทุกคนก่อนจะสลายหายไปจากสายตา

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงสถาปนา ยาชินทา (1910 -1920, 10 ขวบ) และ ฟรังซิสโก (1908 – 1919, 11 ขวบ) ให้เป็นบุญราศีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1989, 21 ปีที่ผ่านมา ยาชินทามีอายุน้อยสุดในทำเนียบบุญราศีที่ไม่ใช่มรณสักขีครับ

ความลับ 3 ประการของฟาติมา มีดังนี้ครับ

1. ภาพนรก ที่มีคนบาป ปีศาจ อสูรกายน่าเกลียด ทุเรศนัยน์ตา ถูกแผดเผาทุกข์ทรมานด้วยไฟอัคคีร้อนแรง ระเบิดโชติช่วง ไม่มีอ่อนแสง อ่อนแรง ผ่อนคลาย ร้องไห้โหยหวนทุบตีตัวเอง ทุบตีกันจ้าละหวั่น น่าสยดสยองเป็นที่สุด นรกมีจริง

2. สงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุดลง แล้วสงครามโลกครั้งที่ 2 จะตามมา พร้อมกับการแผ่อำนาจของประเทศรัสเซีย ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวโลก ต้องถวายรัสเซียให้พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ (พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 POPE PIUS XII) ถวายรัสเซียให้พระแม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1952 และ จอห์นปอลที่ 2 ถวายซํ้า (ไม่เอ่ยชื่อแต่บอกถวายโลกให้พระแม่มารีย์อีกครั้งเมื่อปี 1984, 26 ปีมาแล้ว)

3. การลอบปลงพระชนม์ ลอบฆ่าผู้นำของพระศาสนจักรคาทอลิก และการเบียดเบียนข่มเหงทำร้ายคริสตชน จอห์นปอลที่ 2 ถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1981 (29 ปีที่ผ่านมา) พระองค์ทรงบอกว่าพระแม่ช่วยกระสุนเฉียดหัวใจ ไม่ตาย แล้วไปขอบคุณพระแม่ที่ฟาติมา เอากระสุนสอดในมงกุฎของพระแม่ด้วยครับ ผู้นำของพระศาสนจักรบอกว่าความลับประการที่ 3 นี้ยังไม่สิ้นสุด ต้องรอดู สวดภาวนากันต่อไปครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 5084
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พุธ ส.ค. 15, 2012 12:51 pm

:s007: :s007: :s007:
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 12:55 pm

พระแม่ผู้เห็นอกเห็นใจเพื่อความยุติธรรมแด่ผู้น่าสงสาร ประเทศไทย
(THE COMPASSIONATE MOTHER, THAILAND)
12 เมษายน 1988 (22 ปีที่ผ่านมา)

รูปภาพ



การประจักษ์ให้กับสาธารณะชนของพระแม่มารีย์ที่ประเทศไทย (ยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ) พระแม่มารีย์ทรงบอก อดีเลีย เบอร์นาร์ด (ADELIA BERNARD) สุภาพสตรีชาวออสเตรเลีย ผู้ทำงานด้านช่วยเหลือผู้อพยพพลัดถิ่นในเอเชียให้บอกคุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม เจ้าอาวาสวัดพระวิสุทธิวงส์ (ในขณะนั้น) ลำไทร ปทุมธานี ว่าวันที่ 12 เมษายน 1988 (22 ปีที่ผ่านมา) พระแม่จะประจักษ์ที่ถํ้าน้อยของพระแม่ ให้พาผู้คนไปสวดภาวนาที่ถํ้านะ สวดสายประคำด้วย พระแม่จะทรงประทับที่นั่น คุณพ่อติดธุระกลับมาสัมภาษณ์หลายคนว่าเห็นอัศจรรย์หรือเปล่า บางคนบอกไม่เห็น บางคนบอกเห็นเป็นรูปกางเขน รูปแม่พระ รูปนกพิราบกําลังจะกางปีก รูปสายประคำรอบกางเขน รูปพระแม่ในชุดสีขาว

คุณพ่อวิจิตรถามอดีเลียว่าแม่พระประจักษ์มาทำไม อดีเลียเลยเขียนบอกเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1988 ว่าดังนี้ครับ (รวบรัดตัดตอน)

1. เพื่อสอนเราให้รักพระเยซูเจ้าเสมอ ไม่มีใครรักพระองค์ได้ดีเท่าแม่ และติดตามแบบอย่างอันสุภาพของแม่

2. เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา หากเราไม่ละทิ้งสิ่งเลวร้าย

3. เพื่อช่วยวิญญาณเราและวิญญาณในไฟชำระ

4. เพื่อให้เรานบนอบต่อพระศาสนจักร และผู้ที่มีหน้าที่อภิบาลสัตบุรุษทุกคน

5. เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอาณาจักรสวรรค์ และให้ความหวังแก่เรา

พระแม่ทรงบอกต่อว่าให้เรียกพระแม่ว่า “พระแม่ผู้เห็นอกเห็นใจเพื่อความยุติธรรมแด่ผู้น่าสงสาร (THE COMPASSIONATE MOTHER)”

การประจักษ์ให้กับสาธารณะชนของพระแม่มารีย์ที่ประเทศไทย (ยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ) พระแม่มารีย์ทรงบอก อดีเลีย เบอร์นาร์ด (ADELIA BERNARD) สุภาพสตรีชาวออสเตรเลีย ผู้ทำงานด้านช่วยเหลือผู้อพยพพลัดถิ่นในเอเชียให้บอกคุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม เจ้าอาวาสวัดพระวิสุทธิวงส์ (ในขณะนั้น) ลำไทร ปทุมธานี ว่าวันที่ 12 เมษายน 1988 (22 ปีที่ผ่านมา) พระแม่จะประจักษ์ที่ถํ้าน้อยของพระแม่ ให้พาผู้คนไปสวดภาวนาที่ถํ้านะ สวดสายประคำด้วย พระแม่จะทรงประทับที่นั่น คุณพ่อติดธุระกลับมาสัมภาษณ์หลายคนว่าเห็นอัศจรรย์หรือเปล่า บางคนบอกไม่เห็น บางคนบอกเห็นเป็นรูปกางเขน รูปแม่พระ รูปนกพิราบกําลังจะกางปีก รูปสายประคำรอบกางเขน รูปพระแม่ในชุดสีขาว
คุณพ่อวิจิตรถามอดีเลียว่าแม่พระประจักษ์มาทำไม อดีเลียเลยเขียนบอกเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1988 ว่าดังนี้ครับ (รวบรัดตัดตอน)

1. เพื่อสอนเราให้รักพระเยซูเจ้าเสมอ ไม่มีใครรักพระองค์ได้ดีเท่าแม่ และติดตามแบบอย่างอันสุภาพของแม่

2. เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา หากเราไม่ละทิ้งสิ่งเลวร้าย

3. เพื่อช่วยวิญญาณเราและวิญญาณในไฟชำระ

4. เพื่อให้เรานบนอบต่อพระศาสนจักร และผู้ที่มีหน้าที่อภิบาลสัตบุรุษทุกคน

5. เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอาณาจักรสวรรค์ และให้ความหวังแก่เรา

พระแม่ทรงบอกต่อว่าให้เรียกพระแม่ว่า “พระแม่ผู้เห็นอกเห็นใจเพื่อความยุติธรรมแด่ผู้น่าสงสาร (THE COMPASSIONATE MOTHER)”แล้วอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นมากมาย เป็นข่าวใหญ่โตทั่วประเทศไทย คริสตชนและผู้มีใจศรัทธาหวังขอหวังพึ่งพระแม่ คนต่างศาสนาก็หลั่งไหลไปที่วัดวิสุทธิวงศ์ มีการบันทึกเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ เพื่อพระศาสนจักรในอนาคตข้างหน้า

เวลาผ่านไปผู้คนก็ลดน้อยทยอยหายหน้า เหลือแต่ลูกหม้อ รักแม่จริงไม่ทิ้งไม่ขว้าง แก่เฒ่าชรา หอบสังขารไปหาแม่ด้วยรักแท้ ล้มหายตายจากกันไป ลูกหลานบางคนก็รับช่วงต่อไม่มีข่าวฟู่ฟ่า จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2004 (6 ปีที่ผ่านมา) ก็มีสุภาพบุรุษผู้หนึ่งแจ้งให้คุณพ่อวิจิตรว่า ตัวเขาได้รับสารจากพระแม่ และพระแม่ทรงประจักษ์ให้เขาเห็น เมื่อเขาไปสวดที่ถํ้าน้อยของพระแม่ เป็นลูกหลานของคุณยายลูกหม้อที่รักแม่จริง

สารพระแม่จากลำไทรและอัศจรรย์ต่างๆ ยังไม่เป็นที่รับรองของพระศาสนจักรอย่างเป็นทางการ สุภาพบุรุษผู้นั้นได้ให้ความสว่างเปิดเผยให้ผู้นำพระศาสนจักรในประเทศตรวจพิสูจน์ได้ตลอดเวลา ปัจจุบันมีคุณพ่อวิญญาณรักษ์ 2-3 องค์คอยดูแล และเก็บข้อมูลบันทึกเป็นหลักฐานอยู่ครับ

ดำรงชีพในพิธีมหาบูชามิสซา
(LIVE THE HOLY MASS)


รูปภาพ



เป็นสุดยอดของการร่วมมิสซา ประสานใจ ประสานวิญญาณกับพระเป็นเจ้าพร้อมกับพระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีและสาธุชนในมิสซา ดำรงชีพในพิธีมหาบูชามิสซานี้ นักบุญผู้มีจิตศรัทธาแก่กล้า นำปฏิบัติมากว่า 2000 ปีแล้วครับ สำหรับพวกเราระดับยอดหญ้าอาจจะแปลกใหม่ ผิดหูผิดตาน่าฉงน
พระแม่มารีย์และพระเยซูเจ้าพระเป็นเจ้าพระผู้ไถ่ทรงเปิดเผยความสำคัญและความหมายของขั้นตอนมิสซา ฤทธานุภาพ กุศลผลบุญที่แผ่กระจายทั่วสวรรค์ และแผ่นดินให้คุณแคทาลีน่า รีวาซ (CATALINA RIVAS) แม่บ้านจากเมืองโคคาบอมบา ประเทศโคลัมเบีย อเมริกาใต้ (COCHABOMBA, BOLIVIA, SOUTH AMERICA) แล้วทรงบอกให้เขียนบันทึกเผยแพร่รณรงค์ทั่วพระศาสนจักรเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2004 (6 ปีที่ผ่านมา)

ดำรงชีพในพิธีมหาบูชามิสซา เป็นสุดยอดหนังสือศรัทธา แปลกันเป็นหลายสิบภาษา (รวมทั้งภาษาไทยด้วย) ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์เผยแพร่โดยพระสังฆราชของแต่ละภาษา เป็นหนังสือคู่ใจคาทอลิกที่ต้องการดำเนินชีวิตในพิธีมหาบูชา อันเป็นอัศจรรย์ที่พระเป็นเจ้า ทรงอนุญาตให้พระสงฆ์กระทำได้แต่เพียงผู้เดียว เนื้อหาในความแบบรวบรัดตัดตอนมีดังนี้ครับ

อย่าไปสาย ไปก่อนพิธีจะได้มีเวลาสำรวมจิต สำรวมใจ อ่านบทอ่าน บทพระวรสารล่วงหน้าจะได้รับรู้ว่าพระเป็นเจ้าจะทรงบอกอะไรในวันนี้

ช่วงการสารภาพผิด ขออภัยจากพระเป็นเจ้า ความผิดบกพร่องที่ได้ทำล่วงเกินพระองค์ เพื่อจะได้มาร่วมมิสซาอันทรงเกียรติอย่างคู่ควร

ช่วงบทสวดพระสิริรุ่งโรจน์ จงสรรเสริญพระตรีเอกนุภาพ และถวายพระพรแด่พระองค์ด้วยความรักจากขั้วหัวใจ เป็นการแสดงความกตัญัญูขอบพระคุณในฐานะที่เราเป็นสิ่งสร้างของพระองค์คนหนึ่ง
ช่วงวจนพิธีกรรม ให้ขอพระจิตเจ้าชำระจิตใจให้พระวาจาของพระองค์เจริญงอกงามขึ้นภายใน บันดาลให้มีเจตนาดีงาม ปฏิบัติตามพระวาจาที่ได้รับฟัง เพราะพระวาจาจากพระเป็นเจ้าจะไม่กลับมาไร้ผล (เทียบ อสย. 55:11) เอาถ้อยคำหรือประโยคที่ประทับใจเก็บคิดตลอดวันแล้วให้ถ้อยคำประโยคนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรา เปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดีขึ้น

ช่วงภาคถวายให้สวดดังนี้ “พระเจ้าข้า ลูกขอถวายทุกสิ่งที่ลูกเป็น ทุกสิ่งที่ลูกมี ทุกสิ่งที่ลูกสามารถถวายได้ ลูกขอมอบทั้งหมดไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ โปรดรวบรวมสิ่งเหล่านี้พร้อมกับความตํ่าต้อยของลูกเถิด พระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ โปรดเปลี่ยนลูกด้วยเดชะพระบารมีของพระบุตรของพระองค์ ลูกอ้อนวอนพระองค์เพื่อครอบครัวของลูก เพื่อผู้มีพระคุณต่อลูก เพื่อผู้แพร่ธรรมของเราแต่ละคน เพื่อทุกคนที่ต่อต้านเรา เพื่อบรรดาผู้ที่มอบตัวเขาไว้ในคำภาวนาด้อยคุณภาพของลูก โปรดสอนลูกให้มีความไว้วางใจอย่างสิ้นสุดจิตใจก่อนเถิด เพื่อว่าการดำเนินชีวิตของท่านเหล่านั้นจะได้รับความบรรเทา”

ช่วงบทเสกศีล จงอย่ามองลงก้มหน้า จงเงยหน้ามองพระองค์ พิจารณาพระองค์ สบตาพระองค์ แล้วสวดบทภาวนาของฟาติมาดังนี้ “ข้าแต่พระเป็นเจ้า ลูกเชื่อในพระองค์

ลูกนมัสการพระองค์ ลูกวางใจในพระองค์ และลูกรักพระองค์ ลูกกราบขอสมาโทษแทนคนที่ไม่เชื่อในพระองค์ ไม่นมัสการพระองค์ ไม่วางใจในพระองค์ และไม่รักพระองค์”

ช่วงบทข้าแต่พระบิดา ให้สำรวมจิตสวดอย่างจริงจัง จงระลึกถึงคนที่เคยมุ่งร้ายต่อเรา เพื่อเราจะได้กอดเขาแนบอก และบอกเขาอย่างจริงใจว่า “เดชะพระบารมีของพระเยซูเจ้า ฉันยกโทษให้คุณ และขอให้คุณประสบสันติสุข เดชะพระบารมีของพระเยซูเจ้า ฉันขอให้คุณยกโทษให้ฉัน และขอให้คุณอวยพรให้ฉันประสบสันติสุข” ถ้าเราสามารถให้อภัยแต่ยังฝังใจอยู่ ก็เหมือนกับเราวางเงื่อนกับการให้อภัยของพระเป็นเจ้า เหมือนกับพูดว่า พระองค์ยกโทษให้ลูกเท่าที่ลูกสามารถยกโทษให้คนอื่นก็พอ
ช่วงพระสงฆ์รับศีลมหาสนิท จงสวดภาวนาดังนี้ “พระเจ้าข้า โปรดอวยพรพวกท่าน โปรดดลบันดาลให้พวกท่านศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วยเหลือพวกท่าน โปรดรักพวกท่าน โปรดดูแลพวกท่าน และคํ้าจุนพวกท่านด้วยความรักของพระองค์ โปรดระลึกถึงพระสงฆ์ทุกองค์ทั่วโลก โปรดภาวนาให้แก่วิญญาณผู้ถวายตัวทั้งหลาย”

ช่วงรับศีล จงรับศีลด้วยหัวใจที่ใสสะอาดปราศจากบาปเบาหรือบาปหนัก แก้บาปแล้วต้องสู้ไม่ให้ตกในความชั่วอีกเหมือนเดิม ใช้เวลาบอกพระเป็นเจ้าว่ารักพระองค์ ขอบพระคุณพระองค์ในพระเมตตาที่ถ่อมตัวลดความเป็นพระเป็นเจ้าลงมาหาเรามนุษย์ ยกย่องเราให้ขึ้นหาพระองค์ พระองค์ต้องการความรักของเรา

ช่วงพิธีกล่าวอวยพร จงตั้งใจให้ดี จงระลึกว่าการอวยพรคราวนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้รับจากพระสงฆ์ เราไม่รู้ว่าจะอยู่หรือจะตายเมื่อออกจากวัดแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสรับพระพรจากพระสงฆ์องค์อื่นอีกหรือไม่ จงทำสำคัญมหากางเขนด้วยความเคารพราวกับว่าเป็นการทำสำคัญมหากางเขนครั้งสุดท้ายในชีวิตของเรา

หลังมิสซา อย่าพึ่งรีบจากไป อยู่เป็นเพื่อนพระเป็นเจ้าสัก 2-3 นาที แล้วให้พระองค์อยู่กับเรา พระองค์จะอยู่กับเราตราบที่เราต้องการ พระองค์ต้องการมีส่วนร่วมในชีวิตครอบครัวของเราอย่างน้อยก็ในวันนั้น มีห้องในบ้านสำหรับพระองค์ซึ่งสมาชิกในครอบครัวร่วมกันขอบคุณพระ วอนขอสิ่งต้องการ วอนขอพระพร ขอการปกป้องคุ้มครอง ขอสุขภาพ อย่างน้อยวันละ 5 นาที ต้องมีพื้นที่ให้พระองค์ ไม่ใช่เอารูปของพระองค์วางไว้ให้ฝุ่นจับที่มุมใดมุมหนึ่งในบ้าน มีเวลาไปเยี่ยมพระองค์ในตู้ศีลบ้าง ไปกันทั้งครอบครัวพูดคุยกับพระองค์ ปรับทุกข์ ขอสิ่งที่ต้องการ ให้พระองค์เป็นเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของเรา

คุณผู้อ่านครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มเขียนอธิบายความหมายของบทภาวนาสุดยอดของพวกเราคาทอลิกนี้ ผมขออนุญาตเขียนอธิบายความหมายของการทำสำคัญมหากางเขนก่อนครับ


ความหมายของการทำสำคัญมหากางเขน

- เดชะพระนาม พระบิดา แตะที่หน้าผาก เป็นการนมัสการ แด่พระเป็นเจ้าสูงสุดคือองค์พระบิดา เดชะ หมายถึง การนบนอบในการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

- และพระบุตร แตะที่กลางหน้าอก หมายถึงหัวใจขององค์พระบุตร

- และพระจิต แตะที่ไหล่ทั้งสองข้างหมายถึงพละกําลังขององค์พระจิตเจ้า

- อาแมน สาธุ/ ขอให้เป็นไปเช่นนั้น/ การยอมรับในสิ่งที่กล่าว/ เห็นด้วย

อันดับหนึ่ง สุดยอดบทภาวนาของคาทอลิกก็คือบทข้าแต่พระบิดา ที่พระเยซูเจ้า พระบุตร พระผู้ไถ่ของมวลมนุษยชาติ ได้ทรงตรัสสอนพวกเรา ครอบคลุมทุกอย่าง ไม่ต้องสวดเพ้อเจ้อ สวดเอาปริมาณ แบบนํ้าท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง
ความหมายของบทข้าแต่พระบิดา

บทภาวนานี้แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

1. คำวอนขอเกี่ยวกับพระเป็นเจ้าและพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์

- ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย

พระบิดาทรงเป็นพ่อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักต่อมนุษย์ทุกคน ดังนั้นเราจึงเป็นพี่น้องกัน

- พระองค์สถิตในสวรรค์

บ้านแท้ของลูกอยู่ในสวรรค์ สักวันหนึ่งลูกจะกลับไปหาพ่อที่นั่น

- พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ

ลูกขอเทิดทูนนอบน้อมกราบนมัสการพระนามของพ่อ

- พระอาณาจักรจงมาถึง

ลูกขอให้โลกนี้มีความรัก สันติภาพ และสันติสุขเหมือนเป็นสวรรค์ ณ แผ่นดิน

- พระประสงค์จงสาเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์

พ่ออยากให้ลูกทุกคนเป็นคนดี มีสันติสุข มีความรักซึ่งกันและกันเหมือนกับชาวสวรรค์

2. คำวอนขอเกี่ยวกับความต้องการของเราเอง

- โปรดประทานอาหารประจาวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้

ขอพ่อโปรดประทานทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของลูกและเพื่อนพี่น้องทั้งหลายใน
วันนี้ ทั้งอาหารที่บำรุงร่างกายและจิตวิญญาณของลูกด้วยเถิด

- โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
พ่ออภัยให้ลูกในยามที่ลูกทำบาปผิด ดังนั้นลูกจะต้องมีความรักอย่างแท้จริง มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไข และรู้จักการให้อภัยด้วยเช่นกัน

- โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ

ด้วยลำพังตัวของลูกเองแล้ว ลูกไม่อาจที่จะต่อสู้กับการประจญล่อลวงของปีศาจได้เลย
ลูกจึงวอนขอพละกําลังจากพ่อให้ลูกนี้เข้มแข้งเพื่อเอาชนะการประจญนี้ด้วยเถิด

อันดับสอง สุดยอดบทภาวนาของคาทอลิกก็คือบทวันทามารีอา
ความหมายของบทวันทามารีอาแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

1. การสรรเสริญ
- วันทามารีอา เป็นบทคำนับของเทวทูตซึ่งเป็นการถวายเกียรติแด่พระตรีเอกภาพ และ
เป็นการถวายเกียรติอันสูงสุดแด่แม่โดยอัครเทวดาคาเบรียล โดยท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอคำนับพระนางด้วยความเคารพนับถือสูงสุด” และท่านได้นำข่าวสารจากพระเป็นเจ้ามาแจ้งให้แม่ผู้ซึ่งเป็นพรหมาจารีที่ได้ถวายตัวแด่พระองค์ แม่จะตั้งครรภ์ด้วยฤทธานุภาพขององค์พระจิตเจ้า แม่จะให้กําเนิดบุตรชาย และบุตรนั้นจะมีชื่อว่าเยซู จะเป็นผู้นำความรอดอันใหญ่หลวงมาสู่มวลมนุษยชาติ

- มารีย์ หมายถึง ราชินีแห่งแสงสว่าง เป็นดาราสมุทร (ดาวเหนือ) ผู้นำทางแห่งวิญญาณ

ของลูก ไปสู่ความรอดนิรันดรอย่างปลอดภัย
พระเยซูเจ้าทรงมองลงมาจากกางเขน แล้วตรัสว่า “สตรีเอ๋ย นี่แน่ะลูกของท่าน” และ
ตรัสแก่ศิษย์นั้นว่า “นี่แน่ะ แม่ของเจ้า” ตั้งแต่นั้นมาศิษย์ผู้นั้นก็รับเอาพระนางไปอยู่ที่บ้านของตน เป็นเสมือนคำที่พระเยซูเจ้ามอบชาวเราทุกคนให้เป็นลูกของแม่ และแม่จะเป็นผู้เสนอวิงวอนตามคำภาวนาของลูกๆ ที่มีต่อพระเป็นเจ้า

- เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่าน ทั้งสองประโยคนี้เป็นการเสริม 21
ความหมายให้แก่กัน อัครเทวดาคาเบรียลได้กล่าวสรรเสริญแม่พระว่า แม่เป็นที่โปรดปรานของพระเป็นเจ้า พระองค์เสด็จมาประทับใกล้ชิดกับแม่ พระจิตเจ้าได้ประทานพระหรรษทานแก่แม่อย่างมากมาย และทำให้แม่เป็นคนกลางที่สามารถแจกจ่ายพระหรรษทานแก่ทุกคนที่วอนขอ

- ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ และพระเยซูโอรสของท่านทรงบุญหนักหนา เป็นคำพูดของ
นักบุญเอลิซาเบธที่กล่าวสรรเสริญต่อแม่พระ เมื่อตอนที่แม่ทราบว่าพระมหาไถ่จะมาเกิดโดยอาศัยฤทธานุภาพขององค์พระจิตเจ้า แม่ก็รีบไปหาท่านนักบุญ แล้วท่านนักบุญกล่าวกับแม่ด้วยความปลื้มปิติเป็นอันมาก ทันทีที่พบแม่

2. การวอนขอ เป็นบทที่แต่งเพิ่มขึ้นมาโดยพระศาสนจักรคาทอลิกของเรา

- สันตะมารีอา มารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อเราคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตาย อาแมน
แม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ แม่ผู้เป็นมารดาของพระเจ้า แม่เป็นที่พึ่งของลูกคนบาปได้เสมอ โดยเฉพาะในขณะที่ลูกใกล้จะตาย ลูกขอให้แม่อยู่ที่นั่นเหมือนกับแม่อยู่ที่เชิงกางเขนของพระเยซูเจ้าเพื่อช่วยลูกให้รอดพ้นจากเงื้อมือของปีศาจ และนำลูกไปหาพระเยซูพระบุตรของแม่ในเมืองสวรรค์

- สันตะ หมายถึงศักดิ์สิทธิ์
อันดับสาม สุดยอดบทภาวนาของคาทอลิกก็คือบทสิริพึงมี
เป็นบทที่พระศาสนจักรแต่งขึ้นให้มีความหมายเหมือนหนึ่งว่าเป็นคำพูดของแม่พระต่อพระเป็นเจ้า เป็นการถวายเกียรติพระตรีเอกภาพ

- สิริพึงมีแด่พระบิดา และพระบุตรและพระจิต
ลูกขอเทิดพระเกียรติแด่องค์พระตรีเอกภาพ

- เหมือนในปฐมกาล บัดนี้ และทุกเมื่อ ตลอดนิรันดร
ลูกขอเทิดพระเกียรติแด่พระองค์พร้อมกับมวลมนุษยชาติทั้งหลาย นับตั้งแต่มนุษย์คู่แรกจนถึงมนุษย์คนสุดท้าย ที่จะมีส่วนร่วมในชีวิตนิรันดร
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 1:14 pm

สมาธิจิตภาวนา
(CONTEMPLATIVE PRAYER)


รูปภาพ
เป็นการกําหนดจิตในการภาวนาด้วยความรู้สึกจากหัวใจ พินิจพิศเพ่ง และครุ่นคิดไตร่ตรองในพระวาจา บทภาวนา เข้าให้ถึงแก่นพระธรรม บังเกิดความสว่างแห่งสติปัญญา มีสมาธิ เข้าใจ และใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์ ได้สัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์ ฤทธานุภาพ สิริมงคลโรจนา ความรักความห่วงใย เมตตาปราณีต่อลูกๆ ของพระองค์ทุกคน แนบสนิทกับพระหฤทัย เป็นส่วนหนึ่งของกายทิพย์ของพระองค์ เป็นสุดยอดของการภาวนาที่นักบุญทุกองค์ได้ปฏิบัติเข้าถึงมาตลอด 2000 กว่าปีที่ผ่านมา รู้กันในหมู่พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง ที่พวกเราชาวบ้านอาจจะไม่เคยได้ยิน หรือได้ยินแล้วแต่ก็ไม่สนใจ เพราะไม่มีเวลาเหมือนพวกนักบวช ต้องลุยชีวิตทำมาหากิน แค่ไปวัดวันอาทิตย์ร่วมพิธีมหาบูชามิสซาก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว เหนื่อยแรง เหนื่อยใจ ปวดหัวกับงาน ธุรกิจ ชีวิตในครอบครัว บางคืนนอนก่ายหน้าผากว่าลูก… พ่อจะเอาเงินที่ไหนไปเสียแป๊ะเจี๊ยให้โรงเรียน เพราะลูกรักเรียนไม่เก่งเหมือนลูกข้างบ้าน และถ้าจำไม่ผิด ไปมิสซาอาทิตย์ละครั้งนี้ก็เป็นกฎพระศาสนจักรที่กําหนดไว้มิใช่หรือพระเจ้าข้า?

ไม่เกิน 2 ปีที่ผ่านมา สมาธิจิตภาวนาเริ่มเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มคาทอลิกระดับชาวบ้าน คุณนิพนธ์ บอกกับคุณพ่อสุรินทร์ ชุนฟ้ง ว่าได้รับการดลใจให้เข้าใจถึง วิธีการทำสมาธิจิตภาวนาในขณะที่ไปตื่นเฝ้าศีลที่ศูนย์ภาวนาทาบอร์ กาจนบุรี แล้วก็เสนอการทำสมาธิจิตภาวนาที่บันทึกไว้ให้คุณพ่อตรวจดู วินิจฉัยว่า เป็นของกำนัลจากพระผู้สร้างจักรวาลจริงหรือเปล่า? มีข้อขัดแย้งกับหลักความเชื่อ หลักธรรม กฎวินัยของพระศาสนจักรของเราหรือไม่? คุณพ่อสุรินทร์ ตรวจดูแล้วบอกว่าดี ไม่มีปัญหา แล้วขอร่วมฝึกสมาธิจิตภาวนาเป็นการพิสูจน์ ขอลองด้วยตัวเอง

ปัจจุบันมีผู้ได้รับฝึกประมาณ 202 คนครับ ส่วนมากเป็นกลุ่มเป็นชมรม อาทิเช่น กลุ่มพระเมตตา (50 คน, 22-23 พฤศจิกายน 2008) กลุ่มภาวนาเซนาเกิลจากบ้านเซเวียร์ (20 คน, 12-15 เมษายน 2009) กลุ่มพระเมตตา กาญจนบุรี ราชบุรี (25 คน, 12 พฤษภาคม 2009) ครอบครัว และผู้แสวงบุญที่วัดพระวิสุทธิวงศ์ ลำไทร (45 คน, 6-9 กรกฎาคม 2009) รุ่นที่หนึ่งโครงการปฏิบัติธรรมเชิงรุกของกลุ่มพลมารี นำโดยคุณวิภา มณีไพโรจน์ (33 คน, 17-18 เมษายน 2010) รุ่นที่ 2 โครงการปฏิบัติธรรม(จิตภาวนา) สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการธรรมทูตในสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยคุณพ่อวัชศิลป์ กิจเจริญ (22 คน, 23-25 เมษายน 2010)

คุณพ่อสุรินทร์ ชุนฟ้ง มักจะอยู่ร่วมในพิธีการฝึก คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ เป็นพ่อวิญญาณรักษ์
คุณนิพนธ์มีความประสงค์ให้ผู้ที่สนใจ ติดต่อเข้ารับการฝึกจากตัวเขา อย่างน้อย 1 ครั้ง จะได้รับของจริงต้นฉบับ แต่ผู้อาศัยอยู่ต่างประเทศอาจมีข้อยกเว้น ส่งดีวีดี หรือ ซีดี ไปให้เพราะคุณวรรณภา แก้วมณี เพื่อนร่วมงาน หัวคิดดีคิดการณ์ไกล ถ่ายทำเองตั้งแต่ต้นจนจบ

การทำสมาธิจิตภาวนามีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่พรวดพราดก็ทำกันเลย ผมจะอธิบายขั้นตอนพอสังเขป (รายละเอียดติดต่อขอฟรีที่ท้ายรายการ)

สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ หาเวลาว่างประมาณ 1-2 ชั่วโมงที่ไม่ต้องวุ่นวายกับภารกิจต่างๆ เพื่อจะมีเวลาอยู่กับพระเป็นเจ้าตามลำพัง เลือกสถานที่ที่สงบ ปลดปล่อยละวางความคิดทั้งหมดไว้นอกสถานที่ที่ทำการฝึก ไม่วอกแวก นั่งในท่าที่สบาย หลังตรง ไม่พิงผนัง หรือพนักเก้าอี้เพื่อจะได้ตื่นตัวอยู่เสมอ ไม่เผลอหลับ

การทำสมาธิ

1. เชิญพระจิตเจ้า

2. เชิญอัครเทวดามีคาแอล

3. กําหนดลมหายใจด้วยพระนามของพระเยซูเจ้า

4. การฟังเสียงของพระในจิตใจ

5. บทแสดงความทุกข์

6. ขอรับการชำระจิตวิญญาณ

7. ระลึกถึงการประทับอยู่ที่หัวใจแห่งจิตวิญญาณ

การทำจิตภาวนา

1. การภาวนาด้วยหัวใจแห่งจิตวิญญาณ

2. การกราบนมัสการ

3. การภาวนาขอยกระดับจิตวิญญาณ

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2
(POPE JOHN PAUL II)
18 พฤษภาคม 1920- 2 เมษายน 2005, อายุ 84 ปี


รูปภาพ

เป็นลูกคนสุดท้อง (คนที่ 3) ของคุณพ่อแคโรล วัจทีล่า และคุณแม่อิมิเลีย คอคซโรสกา (KAROL WOJTYLA AND EMILIA KACZOROWSKA) เกิดที่เมืองวาโดวิส ประเทศโปแลนด์ (WADOWICE, POLAND) คุณแม่สิ้นลมขึ้นสวรรค์เมื่อท่านอายุได้ 8 ขวบ พี่สาวคนโตตายในวัยทารกก่อนที่ท่านจะเกิด ท่านจึงสนิทกับพี่ชาย เอ๊ดมันท์ (EDMOND) ที่แก่กว่า 14 ปี พี่ชายเป็นแพทย์ ติดโรคไข้อีดำอีแดง (SCARLET FEVER) เสียชีวิต ทำให้ท่านโศกเศร้า กระทบกระเทือนใจเป็นที่สุด คุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย เมื่อท่านอายุ 20 เป็นชีวิตที่น่าสมเพช ล้มลุกคลุกคลาน เมื่อนาซีเยอรมันบุกยึดโปแลนด์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ครองประเทศท่านตั้งแต่ปี 1940-1944 ท่านต้องทำงานแรงทาส ในภัตตาคาร ในเหมืองแร่ ในโรงงานผลิตสารเคมี เลี่ยงการถูกส่งไปเยอรมัน เพราะท่านเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในเมืองแครเคา ซึ่งถูกปิดเพราะนาซีเมื่อปี 1939

ท่านเป็นคนเรียนเก่ง มีพรสวรรค์ด้านศิลปกรรม เขียนบทละครเวที เก่งด้านภาษา แตกฉานถึง 12 ภาษาแน่ะครับ ซึ่งท่านได้ใช้อย่างคุ้มค่าเมื่อเป็นพระสันตะปาปา

ท่านมีความรักเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนจักร อยากบวชเป็นพระสงฆ์ ถึงกับแอบไปเรียนบ้านเณรใต้ดินของพระอัครสังฆราชแห่งเมืองแครเคา อาดัม สตีเฟน คาร์ดินัลซาฟีฮา (ARCHBISHOP OF KRAKOW ADAM STEFAN CARDINAL SAPIEHA) เมื่อเดือนตุลาคม 1942 ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามของนาซี หวุดหวิดเกือบตายเมื่อ เกสตาโป (GESTAPO) หน่วยงานของนาซี กวาดกําจัดหนุ่มชาวโปแลนด์ป้องกันการต่อต้านรณรงค์ ท่านแอบหลบในห้องใต้ดินของบ้านลุง ขณะที่เกสตาโปตรวจค้นบนบ้าน เกสตาโปกวาดต้อนหนุ่มชาวโปแลนด์ได้ถึง 8,000 คน ในวันนั้นครับ

ท่านพูดว่า เคยเดินผ่านอารามของท่านนักบุญโฟสตินา และเยี่ยมเคารพหลุมศพท่าน เมื่อท่านเป็นแรงงานทาสใส่รองเท้าไม้ไปทำงาน ท่านจึงรู้จักพระเมตตาดี ท่านบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1946 (วันฉลองนักบุญทั้งหลาย) จบปริญญาเอกสาขาเทววิทยาศักดิ์สิทธิ์ (SACRED THEOLOGY) และปรัชญา (PHILOSOPHY) เป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือเกี่ยวกับหลักธรรมของพระศาสนจักรในชีวิตสมรส

ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชของเมืองแครเคา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1958 ร่วมสังคายนาวาติกันที่ 2 (1962-1965) ได้รับแต่งตั้งเป็นอัครสังฆราชแห่งเมืองแครเคา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 1967 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสันตะปาปาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1978

จอห์นปอลที่ 2 มีความเคารพรักพระแม่มารีย์เป็นพิเศษ ถือว่าเป็นแม่ของตัวเองเพราะท่านกำพร้ามาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เป็นบุคคลสำคัญในศตวรรษที่ 20 เป็นผู้มีส่วนทำลายระบบคอมมิวนิสต์ (COMMUNISM) ในประเทศโปแลนด์และยุโรป เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกและจูดาอิสซึ่ม (JUDAISM = ศาสนายิว) ออธอดอกซ์ตะวันออก (EASTERN ORTHODOX CHURCH) และแองกลิกัน (ANGLICAN – พระคริสต์ศาสนาแห่งสหราชอาณาจักร = อังกฤษ) เป็นผู้รณรงค์ต่อต้านการบวชพระสงฆ์ของเพศหญิง และเป็นหัวหลักหัวแรงป้องกันความเชื่อ ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรคาทอลิก เป็นผู้นำของโลกที่เดินทางไปเยี่ยม 129 ประเทศในรัชสมัยของพระองค์ ทรงสถาปนา 483 นักบุญ จำนวนมากกว่าพระสันตะปาปารวมกันในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา

พระองค์ทรงสถาปนาซิสเตอร์โฟสตินา เป็นนักบุญ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2000 ทำให้ท่านนักบุญเป็นนักบุญองค์แรกของศตวรรษที่ 21 ทรงเสกศิลาฤกษ์ของอาสนวิหารพระเมตตาเมื่อเดือนมิถุนายน 1997 ศิลาฤกษ์นี้เอามาจากเนินกลโกธา (GOLGATHA = เนินที่พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ทรงถูกตรึงกางเขนในอิสราเอล) ทรงเสกอาสนวิหารพระเมตตาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2002 (8 ปีที่ผ่านมา) ทรงออกพระราชกฤษฎีกา ประกาศให้วันอาทิตย์แรกหลังวันอิสเตอร์เป็นวันฉลองพระเมตตา ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2005 ตอนเย็นวันฉลองพระเมตตาครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
salvation7
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 522
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 31, 2010 1:05 am
ติดต่อ:

พุธ ส.ค. 15, 2012 2:01 pm

คณะสงฆ์พระแม่มารีย์ปฏิสนธินิรมลและพระเมตตา
(THE MARIANS OF THE IMMACULATE CONCEPTION)


รูปภาพ
ต้นกําเนิดจากประเทศโปแลนด์เมื่อปี 1631 (379 ปีที่ผ่านมา) ผู้ก่อตั้งคณะคือบุญราศีคุณพ่อ สแตนิลัส แห่งพระเยซูเจ้า และพระแม่มารีย์ บับซิสสกิ้ (FATHER STANISLAUS OF JESUS AND MARY PAPCZYNSKI) คณะผ่านมรสุมการเมืองหลายลูกเกือบจะดับสลาย เพราะเหลือคุณพ่อองค์เดียวในปี ค.ศ.1904 แต่พระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์ดลใจให้พร สงฆ์คณะอื่นที่หลีกภัยจากรัสเซียมาเข้าคณะแล้วรื้อฟื้นจิตตารมณ์ ย้ายบ้านเณร ศูนย์กลางไปอยู่ที่เมืองฟริบอร์ค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (FRIBOURG, SWITZERLAND) ขยายเติบโตจนมีพระสงฆ์ และภราดา 600 องค์ในปัจจุบัน

สงครามโลกครั้งที่ 2 มีผลกระทบกระเทือนต่อการสูญเสียพระสงฆ์ ภราดาโดยเฉพาะในประเทศลิทัวเนีย (LITHUANIA) เบลารุส (BELARUS) ลัตเวีย (LATVIA) และแมนจูเรีย (MANCHURIA)

คำขวัญของคณะ “เพื่อพระเยซูเจ้าและพระศาสนจักร” (FOR CHRIST AND THE CHURCH)

เรื่องราวอัศจรรย์ระทึกใจของการเผยแพร่พระเมตตาสู่สหรัฐ และทั่วโลกเริ่มในปี ค.ศ.1939 (81 ปีที่ผ่านมา) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในโปแลนด์ เมื่อคุณพ่อโจเซฟ จารซีโบซกิ (FR. JOSHEP JARAZEBOWSKI, MIC) ในเขตโปแลนด์ต้องหนีภัยจากนาซีเยอรมนี หลบหลีกเข้าประเทศลิทัวเนีย เดินทางมุ่งไปสู่สหรัฐที่เพื่อนร่วมคณะรับรองขอวีซ่าให้ แต่รัสเซียสร้างปัญหาต้องมีวิซ่าออกจากประเทศรัสเซีย คุณพ่อหลบๆ ซ่อนๆ จนไปเจอเณรลูกศิษย์ของคุณพ่อไมเคิ้ล โซโพคโค (FR. MICHAEL SOPOCKO) คุณพ่อวิญญาณรักษ์ของซิสเตอร์โฟสตินา ซึ่งท่านสนับสนุนให้ผู้คนกราบนมัสการพระรูปพระเมตตา ขอความกรุณาทุกอย่าง ถ้าวางใจในพระองค์แล้วจะได้ตามประสงค์ คุณพ่อโจเซฟสิ้นหนทางจนตรอก เลยบอกกับพระเป็นเจ้าว่า ถ้าทรงกรุณาให้รอดภัย เดินทางไปสหรัฐได้ จะขอรับใช้เผยแพร่กระแสปฏิบัติพระเมตตาไปจนตาย พระเป็นเจ้าทรงช่วยดลใจให้เจ้าหน้าที่รัสเซียมองผ่านใบออกประเทศและวีซ่าหมดอายุ หลุดไปถึงสหรัฐด้วยพระเมตตา คุณพ่อโจเซฟเป็นปลื้มป่าวประกาศให้เพื่อนร่วมคณะรณรงค์กระแสศรัทธาพระเมตตา เพื่อนร่วมคณะกระโจนร่วมวง พิมพ์พระรูปเผยแพร่ทั่วโลก แล้วชะงักในปี 1958 เมื่อพระศาสนจักรสั่งห้ามเพราะบันทึกของเลขานุการิณีของพระเป็นเจ้าตกในข่ายต้องห้ามประกาศในพระศาสนจักร กล่าวกันว่าทุกประโยคที่นักบุญโฟสตินาเขียนต้องมีคำสะกดผิด 1 คำ ทำให้ผู้แปลสับสน และเป็นช่วงสงครามติดต่อสอบถามกันไม่ได้ ร้อนถึงพระคาร์ดินัลแคโรล (CARDINAL KAROL = จอห์นปอลที่ 2) แห่งอัครสังฆมณฑลแครเคาต้องเริ่มทำประวัติผลงานเลขานุการิณีใหม่ แล้วบอกคณะกรรมการให้มองข้ามหลักภาษา เอาเนื้อๆ วันที่ 15 เมษายน 1978 พระศาสนจักรก็ประกาศถอนบันทึกออกจากสิ่งต้องห้ามให้เผยแพร่ได้
รูปภาพ
สองประเทศในเอเชียที่มีคณะพระเมตตาที่เกี่ยวสนิทสัมพันธ์กันเป็นพิเศษก็คือประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย เพราะมีสุภาพบุรุษฟิลิปปินโน ชื่อ สแตนเล่ย์ วิลลาวีเซนซีโอ (STANLEY VILLAVICENCIO) นักบิน ผู้สิ้นสติ แบบหมอบอกไม่รอด นอนไม่มีสัญญาณชีพ 3 วัน ลงบันทึกว่าตายแล้วในปี ค.ศ. 1993 แต่สแตนเล่ย์ ได้รับพระราชโองการจากพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าองค์แห่งความเมตตา ให้กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมารับใช้พระองค์ เผยแพร่กระแสปฏิบัติศรัทธาแห่งพระเมตตาของพระองค์ นำพระรูปพระเมตตา สื่อและภาชนะรองรับพระพรพระหรรษทาน เดินสายทั่วประเทศฟิลิปปินส์ แล้วลุยสหรัฐ วาติกัน อัศจรรย์เกิดมากมาย บันทึกในพระศาสนจักร พระสงฆ์องค์เจ้า สังฆราชคาร์ดินัล สนับสนุน เพราะเจอของจริง สัมผัสพระเมตตาหายซ่า หายสงสัยไปหลายองค์

สแตนเล่ย์แวะมาเมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว เปิดรายการชุมนุมประกาศพระเมตตา ให้แก่ผู้ที่สนใจ ที่หอประชุมคณะของวัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2009 มีผู้ร่วมรับฟังกันเป็นร้อย หลายคนสัมผัสและได้รับพระพร พระเมตตา จนคณะพระเมตตาแห่งประเทศไทย ขอให้กลับมาอีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2010 ปีนี้ คราวนี้เดินสายออกต่างจังหวัดกันเลยครับ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา แครเคา โปแลนด์
(SANCTUARY OF THE DIVINE MERCY, KRAKOW, POLAND)


รูปภาพ
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา ที่แครเคา โปแลนด์ แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ครับ ส่วนแรกก็คืออารามของซิสเตอร์คณะพระมารดามารีอาแห่งความเมตตา เป็นตึกอิฐแดงสูง 3 ชั้นหลังใหญ่ยาว เป็นที่พักของพวกท่าน และเป็นนวกสถานของเณรี ปีกหนึ่งของตึกเป็นวัดของอารามที่พระรูปพระเมตตาประทับอยู่เหนือโลงเก็บอัฐินักบุญโฟสตินาในพระแท่นซ้าย พระแท่นกลางเป็นที่ทำพิธีมหาบูชามิสซาขอบพระคุณ หลังพระแท่นเป็นที่เก็บศีล และมีรูปปั้นของพระแม่มารีย์แห่งความเมตตาประทับอยู่ พระแท่นขวามีพระรูปของท่านนักบุญยอแซฟอุ้มพระกุมารเยซู แล้วมีรูปพระแม่มารีอาประดับบนพระแท่น อารามนี้จุสาธุชนได้ไม่เกิน 300 คน เพดานสูงเท่าตึก 3 ชั้น ศิลปกรรมเรียบง่ายไม่หรูหราโอ่อ่า แต่มีความสง่าและอำนาจบารมีที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้ ลูกสาวพ่อ ลูกสาวแม่ ซิสเตอร์ สวดภาวนาร่วมมิสซาตลอดวัน ไม่เดินกร่างสะดุดตา แต่สำรวมนิ่มนวล ในอากัปกิริยาน่านับถือ

ทางเข้าของวัดประจำอารามปูด้วยอิฐสีแดงแซมด้วยอิฐสีขาว กําแพงซ้ายมือมีธงชาติของประเทศที่มีคณะพระเมตตาเป็นสมาพันธ์สมาชิก มีตู้กระจกฝังในกำแพง และรูปภาพของสายประคำพระเมตตากำกับด้วยภาษาของแต่ละประเทศ(ใหญ่ๆ) ผมมองไม่เห็นธงชาติไทย ถ้าผมพลาดท่าเพราะเซ่อซ่าเอง ผมขออภัยคณะพระเมตตาแห่งประเทศไทยด้วยนะครับ
รูปภาพ
หน้ากําแพงทางเข้าวัดของอาราม มีรูปปั้นแกะสลักครึ่งตัวของพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 และพระคาร์ดินัลผู้สนับสนุนพระเมตตา
รูปภาพ
ถ้าหันหน้าเข้าวัดของอาราม จะเป็นที่อยู่ของพวกซิสเตอร์ เยื้องขวามือด้านหลังติดถนนมีตึกใหญ่ ร่มรื่น และเป็นทางเข้าอารามของพวกท่าน ในสนามหญ้ามีรูปและคำคมจากบันทึกของเลขานุการิณีของพระเป็นเจ้าปักอยู่ 7-8 อัน ตรงกลางสวน มีรูปปั้นท่านนักบุญยอแซฟ หัวหน้าครอบครัวศักดิ์สิทธิ์อุ้มพระกุมารเยซู ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของซิสเตอร์ ประวัติคณะบันทึกว่า ซิสเตอร์รุ่นบุกเบิกขอท่านให้ช่วยมีพื้นที่ตั้งอาราม ท่านนักบุญเลยจัดหาให้ครับ ปลายสุดของสนามหญ้ามีห้องนมัสการขนาดใหญ่ทำด้วยไม้ มีรูปปั้นของท่านอัครเทวดามีคาแอล มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือตราชั่ง เหยียบคอปีศาจ
รูปภาพ

ซ้ายมือจะเป็นบริเวณอาสนวิหารที่นับเป็นส่วนที่สองของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตัวอาสนวิหารใหญ่โตทันสมัย จุสาธุชนได้เป็นพันๆ สะดุดตาแสนเท่ห์คือหอคอยชมเมืองแครเคา มีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ถือไม้กางเขนยาวคู่ใจ หัวไหล่มีพระจิตในรูปนกเขาทอดสายตามองไปยังเมืองที่พระองค์ใช้ชีวิตสงฆ์ส่วนใหญ่อยู่ที่นั่นในอาสนวิหาร เหนือพระแท่นมีรูปพระเมตตาสูงใหญ่สง่า เปี่ยมด้วยพระบารมีข้างซ้าย ข้างขวาตํ่ากว่าพระรูปมีต้นไม้ลู่ลมอันเป็นสัญลักษณ์ของมวลมนุษยชาติที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิต ต้องอาศัยพระเมตตาเป็นที่พักพิง ตู้ศีลเป็นโลกกลมสวยเก๋เลียบหน้าอาสนวิหารเดินไปที่จอดรถจะเป็นวัดน้อยที่มีพระศีลใหญ่ประทับในที่เก็บศีลทำด้วยทอง ฐานและปีกทั้งสองข้างของที่เก็บศีลเป็นรูปทรงสมัยใหม่ มองดูเหมือนดอกบัวตูม วัดน้อยนี้ชื่อวัดแห่งการเทิดพระเกียรตินิรันดร (CHAPEL OF PERPETUAL ADORATION)

ผ่านวัดน้อยก็จะเป็นตึกกระจกชั้นเดียวยาวประมาณ 300 เมตร เป็นร้านขายศาสนภัณฑ์ จำหน่ายแก่นักจาริกแสวงบุญ ราคาย่อมเยาหลายระดับ ซิสเตอร์เป็นเจ้าของครับ

ถ้าหันหลังให้ร้านขายศาสนภัณฑ์ก็จะเห็นตึกสูง 4 ชั้น รูปทรงโปร่งใสสมัยใหม่ กว้างใหญ่ยาวเหยียด เป็นที่ประชุมอบรมคณะพระเมตตาทั่วโลก มีร้านอาหาร มีห้องนํ้า (ไม่เสียเงิน) เยื้องข้างตึกข้ามถนนจะเป็นบ้านพักของผู้คน มีร้านอาหาร ไอศครีมเล็กๆ หนึ่งร้านรสชาติอร่อยราคาไม่แพงที่ผมแวะอุดหนุน แล้วหิ้วอาหารพื้นเมืองขึ้นรถรางกลับโรงแรม เพราะกินอาหารในโรงแรมบ่อยจนเลี่ยน และราคาแพง 3 เท่าของข้างนอก
รูปภาพ
เป็นยังไงครับดูรูปประกอบแล้วคงจะพอเห็นเป็นรูปเป็นร่างนะครับ อ้อลืมบอกไปครับว่ากำแพงหลังของอารามที่เผชิญหน้ากับอาสนวิหาร มีระฆังหลายใบแขวนอยู่ดูสวยเก๋ ใบเท่ห์สุดคือ พระเมตตา มีระฆังของท่านนักบุญโฟสตินา และพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 เคียงข้างซ้ายขวาด้วยครับ
เจ้าหน้าที่ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พระเมตตา ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปในตัวอาสนวิหารและในวัดน้อยของอาราม มีป้ายบอกชัดเด่นตา

ผมเป็นคนเซ่อซ่า มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะเก็บรูปเป็นที่ระลึกและแบ่งปันกับลูกเมียเพื่อนฝูง คุณผู้อ่านอิสระ คณะพระเมตตาแห่งประเทศไทย ลืมตัวเคยชิน กราบพระเมตตานั่งภาวนาขอบพระคุณแล้วกดปุ่มกล้องติดมาสองรูป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะกระซิบบอกว่าห้ามถ่ายรูป ผมจึงขอพูดกับซิสเตอร์ผู้สามารถให้อนุญาต เดินตามเจ้าหน้าที่เปิดประตูก็ถึงที่ต้อนรับแขกของอาราม ซิสเตอร์บอกต้องให้พูดกับล่าม แล้วบอกให้รับโทรศัพท์ ซิสเตอร์ (ล่าม) บอกต้องมีไฟมีกล้องอย่างมืออาชีพ แล้วต้องทำงานตอนเย็นหลังเลิกวัด ต้องคอยอนุญาต ทำไมไม่ซื้อที่ร้านศาสนภัณฑ์ ผมบอกมันไม่เหมือนรูปที่ถ่ายด้วยตัวเอง ผมไม่ใช่มืออาชีพ มีกล้องธรรมดาๆ ท่านบอกให้กลับมาหลังมิสซา 9.30 น. ตอนเช้า เพราะแม่อธิการิณีกำลังร่วมมิสซาอยู่ ผมวางหู แล้ววูบหนึ่งเหมือนสิ้นหวังจะเดินทางกลับโรงแรม แต่ตั้งสติได้ ก็บอกกับตัวเองว่าต้องสู้ เพราะมีความรู้สึกว่าต้องได้รับอนุญาตแน่ เดินชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ร้องเพลงเทเซ่ฆ่าเวลา (สายัณห์ทัวร์ : เทเซ่ = TAIZE เป็นเพลงที่เอาบทสดุดีหรือประโยคบางตอนของพระวรสาร เอามาร้อง ส่วนมากจะสั้นๆ ร้องทวนกันไปทวนกันมา ดนตรีจะมีน้อยชิ้น อาจจะเป็นแตรที่เป่าเสียงสูงตํ่า ลากจังหวะแซมสลับกับเสียงนักร้องนำ แทรกขึ้นมาเป็นระยะๆ มีจุดเริ่มต้นจากศูนย์แพร่ธรรมเพื่อสันติและยุติธรรมที่ก่อตั้งโดย ภราดาโปรแตสแตนท์และคาทอลิก ที่เมืองเทเซ่ เขตเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส (TAIZE, BURGUNDY, FRANCE) เมื่อปี ค.ศ. 1940 (70 ปีที่ผ่านมา) กลายเป็นจุดแสวงบุญของหนุ่มสาวในยุโรปและทั่วโลกจำนวน 100,000 คนต่อปี หนุ่มสาวจะร่วมภาวนา ศึกษาพระธรรม แบ่งปันประสบการณ์ และทำงานเพื่อสังคม การภาวนาที่เป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงที่สุดก็คือการร้องเพลงสดุดี เรียกกันว่าเทเซ่ครับ)

ผมนั่งคอยในห้องรับแขก แล้วเอากล้องวางบนโต๊ะ ร้องเพลงเทเซ่ได้ 3 รอบ ซิสเตอร์คลอเดีย สก๊าส (SISTER GAUDI SKASS ผู้บรรยายภาษาอังกฤษในดีวีดีของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และล่ามของคณะ) กับซิสเตอร์ เอ็ม เอสบิทา ซิพัค (SISTER M.ELZBIETA SIEPAK, ตัวแทนคณะ และผู้เขียนประวัตินักบุญโฟสตินาภาษาอังกฤษ) ก็เดินเข้ามานั่งคุยด้วย พอผมอธิบายเสร็จ ซิสเตอร์เอ็มก็ผงกหัวอนุญาต ซิสเตอร์คลอเดียงง บอกผมว่าไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ แล้วพาผมเข้าวัดในอาราม ผมคุกเข่าจะสวด ซิสเตอร์กระซิบบอก รีบถ่ายรูปเพราะสาธุชนจะมาอีกชุดใหญ่ ผมถ่ายรูปพระเมตตาเสร็จ ซิสเตอร์ก็หันตัวกลับจะพาออกจากวัด ผมพูดกับท่านว่า ต้องถ่ายรูปพระแท่นกลาง พระแท่นขวาด้วย ลูกชายลูกสาวของพ่อแม่มองหน้ากันหน้าพระแท่น ซิสเตอร์ก็บอก เอางั้นเลยหรือ แล้วก็ยืนคอย ออกจากวัดเสร็จท่านก็บอกว่าจะพาไปที่ร้านศาสนภัณฑ์ที่ปิดวันอาทิตย์ พูดไม่ทันจบซิสเตอร์เพื่อนท่านก็ปรากฏตัว พากันเดินไปที่ร้าน ไขกุญแจให้ผมเลือกซื้อตามใจชอบผมกลับโรงแรม แล้วหวนกลับไปที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในวันรุ่งขึ้นก่อนจะเดินทางกลับ นั่งรถรางไม่ถึง 15 นาทีก็ถึง มันเป็นตอนเช้าของวันจันทร์ ผู้คนรถราพลุกพล่าน หน้าตาครํ่าเครียดลุยชีวิตกันทุกคน สวดหน้าพระรูปพระเมตตาแล้วร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณกับพระสงฆ์ 3 องค์ และสาธุชนหญิง 4 ท่าน จบมิสซากำลังจะไหว้อำลาพระเป็นเจ้า พระแม่มารีย์ ท่านนักบุญยอแซฟ และนักบุญโฟสตินา ก็มีซิสเตอร์ 4-5 ท่านเข้ามาสวดข้างหน้า ข้างหลัง ข้างๆ ผม ผมรู้สึกมีความอบอุ่น เพราะมีบุญได้ร่วมสวดกับผู้ศักดิ์สิทธิ์ อุทิศชีวิตรับใช้พระเป็นเจ้า แล้วบอกกับตัวเองว่า ที่บ้านมีรูปใหญ่เท่าโต๊ะกินข้าว 2-3 รูป ติดกําแพง อวดศักดาประกาศความสามารถสมัยเป็นทหาร แต่ซื้อรูปพระเมตตาขนาดเท่าชามข้าวเอากลับบ้าน ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ให้ได้งานที่ค่ายใกล้บ้านในสหรัฐ ให้กลับไปอยู่กับลูกเมีย หลังจากระเหเร่ร่อนอยู่คนละมุมโลก คนละทวีปเกือบ 2 ปี
รูปภาพ
ผมก้มลงกราบอำลาแล้วแวะซื้อพระรูปพระเมตตาใหญ่กว่าโต๊ะกินข้าว ม้วนเป็นวงกลมอัญเชิญขึ้นรถราง แล้วส่งทางไปรษณีย์กลับบ้าน จะติดตั้งหน้าพื้นบันไดชั้น 2 ของบ้าน พ่อแม่ลูกจะร่วมกันเลือกซื้อกรอบแล้วแขวน จะกราบไหว้นมัสการทุกครั้งที่ขึ้นลงบันได จะเชิญพระองค์ให้เป็นสมาชิกครอบครัว จะเล่าเรื่องงานเรื่องปัญหา เรื่องตลกขำขัน เรื่องเศร้า จะบอกว่ารักพระองค์ ขอบพระคุณในพระเมตตา จะสวดขอทุกอย่างในสิ่งที่ปรารถนา จะแผ่เมตตาเดินตามรอยพระบาทไม่หวาดกลัว ...
ขอบคุณคณะซิสเตอร์พระแม่มารีอาแห่งความเมตตา แครเคา โปแลนด์ คุณเปโตรน้อย คุณอ้อย (อ้อยเอง) คุณตุ๊ก เว็บไซต์คณะพระเมตตาแห่งประเทศไทย แนะนำหนังสือฉบับบางพิธีมหาบูชามิสซาขอบพระคุณภาษาไทย หนังสือฉบับบางสมาธิจิตภาวนา สนใจติดต่อขอรับฟรีได้ที่คุณวรรณภา แก้วมณี 081-174-9906 หรือ 02-537-5199
email: vanapa@pttep.com

อ้างอิง
http://www.vatican.va/news_services/lit ... na_en.html

http://www.krakow-info.com/

http://en.wikipedia.org/wiki/Mary_Faustina_Kowalska

http://www.faustina.ch/index_en.htm

http://www.marian.org/divinemercy/

http://en.wikipedia.org/wiki/Pope_John_Paul_II

http://www.thai-divinemercy.com/index.html

http://www.milosierdzie.pl/jezyki/en/convent.php

http://www.milosierdzie.pl/jezyki/en/faustina.php

http://www.thaicatholicmission.com/main/

http://www.greatcrusade.org/greatcrusad ... ss-Web.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/Taiz%C3%A9_Community
ภาพประจำตัวสมาชิก
sunofgod
โพสต์: 2479
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 18, 2011 8:17 pm

พุธ ส.ค. 15, 2012 4:39 pm

:s002: :s012:
s.gabriel
โพสต์: 1011
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 27, 2009 2:21 pm

พฤหัสฯ. ส.ค. 16, 2012 6:20 pm

:s002: :s002: :s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

เสาร์ ต.ค. 06, 2012 4:24 am

Today is Friday, 5 October 2012, 5 ตุลาคม ,the Feast Day of Saint Faustina. :s002:

เลขานุการิณีของพระเป็นเจ้า อัครสาวกหญิงแห่งพระเมตตา และของขวัญจากพระเป็นเจ้าที่ทรงมอบให้พวกเราในยุคสมัยนี้ (GOD’S SECRETARY, AN APOSTLE OF THE DIVINE MERCY AND A GIFT FROM GOD FOR OUR TIMES) 25 สิงหาคม 1905 – 5 ตุลาคม 1938 อายุ 33 ปี วันฉลอง 5 ตุลาคม
เมจิ
โพสต์: 3259
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 22, 2011 6:44 pm

เสาร์ ต.ค. 06, 2012 9:25 am

:s007: :s015: :s007:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

อังคาร มี.ค. 26, 2013 10:53 am

Hello everyone,

This year's Divine Mercy Sunday is April 7, 2013. The following are Lord Jesus' words:

On that day the very depths of My tender mercy are open. I pour out a whole ocean of graces upon those souls who approach the fount of My mercy. The soul that will go to Confession and receive Holy Communion shall obtain complete forgiveness of sins and punishment. The Feast of Mercy emerged from My very depths of tenderness. It is My desire that it be solemnly celebrated on the first Sunday after Easter. Mankind will not have peace until it turns to the Fount of My Mercy.

Ref: http://thedivinemercy.org/mercysunday/christswords.php
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

อาทิตย์ ก.ค. 28, 2013 11:24 am

คุณแคทาลีน่า รีวาซ (CATALINA RIVAS) แม่บ้านจากเมืองโคคาบอมบา ประเทศโคลัมเบีย อเมริกาใต้ (COCHABOMBA, BOLIVIA, SOUTH AMERICA) is the same person whom Mother Mary and Lord Jesus told her to write "Live the Holy Mass."

“สัญญาณจากพระเป็นเจ้า”
Signs From God

เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1999 (14 ปีที่แล้ว) บริษัท ทีวีฟ็อกซ์ (FOX TV) 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของบริษัททีวีในสหรัฐอเมริกา ได้ถ่ายทอดรายการพิเศษ “สัญญาณจากพระเป็นเจ้า (Signs From God)” เป็นสารคดีพิสูจน์สอบสวนปรากฏการณ์เหนือ ธรรมชาติของคุณแคทาลีนา รีวาซ (Catalina Rivas) แม่บ้านจากเมืองโคคาบอมบา ประเทศโคลัมเบีย อเมริกาใต้ (Cochabamba, Bolivia, South America) เป็นรายการทีวีที่ประชาชนให้ความสนใจดูเป็นพิเศษ ฮือฮา ตื่นเต้น ท้าทายความเชื่อ หลักการวิทยาศาสตร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์สนับสนุนต่อต้านขัดแย้ง ดังจนต้องถ่ายทอดทั่วโลก เพราะพาดพิงถึงมหาภัยพิบัติของโลกด้วยครับ

viewtopic.php?f=4&t=18900
รุ่งอรุณ
โพสต์: 477
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ธ.ค. 06, 2010 9:26 pm
ที่อยู่: Bangkok

อาทิตย์ ก.ค. 28, 2013 9:52 pm

Yan Agape เขียน:คุณแคทาลีน่า รีวาซ (CATALINA RIVAS) แม่บ้านจากเมืองโคคาบอมบา ประเทศโคลัมเบีย อเมริกาใต้ (COCHABOMBA, BOLIVIA, SOUTH AMERICA) is the same person whom Mother Mary and Lord Jesus told her to write "Live the Holy Mass."

“สัญญาณจากพระเป็นเจ้า”
Signs From God

เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1999 (14 ปีที่แล้ว) บริษัท ทีวีฟ็อกซ์ (FOX TV) 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของบริษัททีวีในสหรัฐอเมริกา ได้ถ่ายทอดรายการพิเศษ “สัญญาณจากพระเป็นเจ้า (Signs From God)” เป็นสารคดีพิสูจน์สอบสวนปรากฏการณ์เหนือ ธรรมชาติของคุณแคทาลีนา รีวาซ (Catalina Rivas) แม่บ้านจากเมืองโคคาบอมบา ประเทศโคลัมเบีย อเมริกาใต้ (Cochabamba, Bolivia, South America) เป็นรายการทีวีที่ประชาชนให้ความสนใจดูเป็นพิเศษ ฮือฮา ตื่นเต้น ท้าทายความเชื่อ หลักการวิทยาศาสตร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์สนับสนุนต่อต้านขัดแย้ง ดังจนต้องถ่ายทอดทั่วโลก เพราะพาดพิงถึงมหาภัยพิบัติของโลกด้วยครับ

viewtopic.php?f=4&t=18900
ขอบคุณค่ะ

:s002:
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 5084
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

เสาร์ ส.ค. 03, 2013 10:35 pm

ขอบคุณอาสายัญมากๆ ที่เอาเรื่องต่างๆมาแบ่งปัน เสริมศรัทธาดีมากๆเลยค่ะ
:s002: :s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

อังคาร ก.พ. 11, 2014 8:01 am

11 กุมภาพันธ์ 2014 วันฉลอง พระแม่มารีย์แห่งลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส
(OUR LADY OF LOURDES, FRANCE)

พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ให้เด็กหญิงชาวนายากจนชื่อ เบอร์ดาเนต ชอบิโรส (BERDANETT SOUBIROUS) อายุ 14 ปีได้เห็น แล้วบอกให้ขุดพื้นถํ้าดื่มนํ้า เบอร์ดาเนต ขุดพื้นลงนิดเดียว พุนํ้าก็พลันปรากฏ พระแม่ทรงบอกให้เบอร์ดาเนตไปบอกพ่อเจ้าวัดให้สร้างวัดในถํ้านี้ และให้ผู้คนเจ็บป่วยมาดื่มนํ้าขออัศจรรย์บำบัดโรคภัย เจ้าอาวาสบอกขอแก้ข้อสงสัยให้หายข้องใจ ฝากถามว่าสตรีผู้นั้นชื่ออะไร พอเบอร์ดาเนตบอกว่า “เราคือผู้ปฏิสนธินิรมล” พ่อเจ้าอาวาสขนลุกซู่เข่าอ่อนเพราะพระศาสนจักรประกาศยืนยันว่า พระแม่คือผู้ปฏิสนธินิรมล (THE IMMACULATE CONCEPTION) เมื่อปี ค.ศ. 1854 ไม่มีทางที่เด็กชาวนาไร้การศึกษาจะได้ยินหรือปั้นแต่งขึ้นมาเองได้

พระศาสนจักรรับรองว่าทรงประจักษ์จริงเมื่อปี ค.ศ. 1862 (158 ปีที่ผ่านมา)
พระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) สถาปนาซิสเตอร์เบอร์ดาเนตเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1933 (77 ปีที่ผ่านมา) พระสันตะปาปาหลายองค์เสด็จไปแสวงบุญที่นี่ครับ เริ่มจากปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) จอห์น ที่ 23 (JOHN XXIII) จอห์นปอลที่ 2 (JOHN PAUL II) (3 ครั้ง) และเบเนดิกที่ 16 (BENEDICT XVI)

:s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

อาทิตย์ พ.ค. 11, 2014 11:53 pm

13 พฤษภาคม 2014 วันฉลองพระแม่มารีย์แห่งฟาติมา ประเทศโปรตุเกส

(OUR LADY OF FATIMA, PORTUGAL)
1917 (97 ปีที่ผ่านมา)

พระแม่ทรงทรงปรากฏองค์ให้เด็กเลี้ยงแกะยากจน 3 คนได้เห็น ยาชินทา (ชาย) และฟรังซิสโก มาร์ทา (หญิง) (JACINTA AND FRANCISCO MARTA) สองพี่น้อง และลูเซีย ซานโตส (LUCIA SANTOS) ที่เป็นญาติผู้หญิงได้เห็นแล้วบอกว่าให้ทำพลีกรรมอุทิศแก่คนบาป สวดสายประคำทุกวันเพื่อความต้องการส่วนตัวและสันติสุขในโลก พระแม่ทรงบอกความลับ 3 ประการให้ลูเซีย ผู้ต่อมาก็คือ ซิสเตอร์ลูเซีย (สิ้นลมขึ้นสวรรค์วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2005, 9 ปีที่ผ่านมา) ผู้นำสารมอบให้ผู้นำของพระศาสนจักรของเรา

ผู้คนหลั่งไหลเดินทางไปแสวงบุญตำแหน่งที่พระแม่ทรงปรากฏองค์ให้เด็ก 3 คนได้เห็น แถมยังมีอัศจรรย์เกิดขึ้นเป็นระยะๆ อัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คืออัศจรรย์ในดวงอาทิตย์ (THE MIRACLE IN THE SUN) เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1917 ที่มีผู้ร่วมในเหตุการณ์กว่า 70,000 คน เป็นข่าวใหญ่ลงหนังสือพิมพ์เป็นพยานหลักฐานดังสนั่นโลก คนบาป นักบุญ ผู้แสวงบุญ ผู้แสวงหาความจริง ผู้จ้องจับผิด ยืนตากฝน แล้วฝนก็พลันหยุดตกเห็นดวงอาทิตย์ที่มีม่านสีเงินคลุม สามารถมองได้ด้วยดวงตาเปล่า แล้วดวงอาทิตย์ก็เปลี่ยนสี เต้นระริกไปมาหมุนติ้วเป็นวง ฝูงชนฮือฮามองอ้าปากหวอ แล้วภาพของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏให้เห็นเป็นขวัญตา พระเยซูเจ้า พระแม่มารีย์ ท่านนักบุญยอแซฟ อวยพรให้ทุกคนก่อนจะสลายหายไปจากสายตา

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงสถาปนา ยาชินทา (1910 -1920, 10 ขวบ) และ ฟรังซิสโก (1908 – 1919, 11 ขวบ) ให้เป็นบุญราศีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1989, 21 ปีที่ผ่านมา ยาชินทามีอายุน้อยสุดในทำเนียบบุญราศีที่ไม่ใช่มรณสักขีครับ

ความลับ 3 ประการของฟาติมา มีดังนี้ครับ

1. ภาพนรก ที่มีคนบาป ปีศาจ อสูรกายน่าเกลียด ทุเรศนัยน์ตา ถูกแผดเผาทุกข์ทรมานด้วยไฟอัคคีร้อนแรง ระเบิดโชติช่วง ไม่มีอ่อนแสง อ่อนแรง ผ่อนคลาย ร้องไห้โหยหวนทุบตีตัวเอง ทุบตีกันจ้าละหวั่น น่าสยดสยองเป็นที่สุด นรกมีจริง

2. สงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุดลง แล้วสงครามโลกครั้งที่ 2 จะตามมา พร้อมกับการแผ่อำนาจของประเทศรัสเซีย ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวโลก ต้องถวายรัสเซียให้พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ (พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 POPE PIUS XII) ถวายรัสเซียให้พระแม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1952 และ จอห์นปอลที่ 2 ถวายซํ้า (ไม่เอ่ยชื่อแต่บอกถวายโลกให้พระแม่มารีย์อีกครั้งเมื่อปี 1984, 26 ปีมาแล้ว)

3. การลอบปลงพระชนม์ ลอบฆ่าผู้นำของพระศาสนจักรคาทอลิก และการเบียดเบียนข่มเหงทำร้ายคริสตชน จอห์นปอลที่ 2 ถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1981 (29 ปีที่ผ่านมา) พระองค์ทรงบอกว่าพระแม่ช่วยกระสุนเฉียดหัวใจ ไม่ตาย แล้วไปขอบคุณพระแม่ที่ฟาติมา เอากระสุนสอดในมงกุฎของพระแม่ด้วยครับ ผู้นำของพระศาสนจักรบอกว่าความลับประการที่ 3 นี้ยังไม่สิ้นสุด ต้องรอดู สวดภาวนากันต่อไปครับ

:s002: :s002: :s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

อังคาร ธ.ค. 09, 2014 12:03 pm

วันศุกร์ 12 ธันวาคม 2014: วันฉลองพระแม่มารีย์แห่งกัวดาลูปประเทศเม็กซิโก
(OUR LADY OF GUADALUPE, MEXICO)

พระแม่มารีย์ทรงประจักษ์ในรูปลักษณ์ของหญิงพื้นเมืองทรงครรภ์ ให้ชาวนายากจน ชื่อฮวน ดิเอโก (JUAN DIEGO) เห็นที่เนินทิพิยัค (TEPEYAC) ใกล้เมืองเม็กซิโก ทรงบอกให้ท่านไปบอกพระสังฆราชเชื้อสายผู้ดีจากสเปนว่า พระแม่ต้องการให้ท่านสร้างวัดที่เนินนี้ จะได้เป็นจุดรวมศรัทธาที่พึ่งทางใจแก่ฝูงชน

พระสังฆราชข้องใจ ขอแก้ข้อสงสัยด้วยการขออัศจรรย์ยืนยัน พระแม่ทรงบอกให้ฮวน ขึ้นเขาเก็บดอกกุหลาบในเนินนั้นทั้งๆ ที่เป็นฤดูหนาว แล้วทรงบอกให้ฮวนห่อดอกกุหลาบด้วยผ้าคลุมตัว เอาไปฝากพระสังฆราช พอฮวนเปิดผ้าคลุมเอาดอกกุหลาบให้พระสังฆราช พระสังฆราชตกตะลึง เพราะเป็นกุหลาบสเปนละแวกบ้านท่าน ไม่ใช่กุหลาบพื้นเมือง แล้วก็เซซังแทบสลบ เพราะเห็นภาพของพระแม่มารีย์สลักบนผ้าคลุม ก้มกราบแล้วเร่งสร้างวัดอาสนวิหาร

พระรูปนี้ถูกตรวจสอบด้วยนักวิทยาศาสตร์มาเป็นระยะๆ แต่ละชุดไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นมายังไง วัตถุสีไม่ใช่ของโลกนี้ ปัจจุบันพระรูปนี้ประดิษฐานในอาสนวิหารแห่งเมืองเม็กซิโก ฝูงชนทั่วโลกโดยเฉพาะอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หลั่งไหลไปจาริกแสวงบุญ อัศจรรย์บังเกิดตลอดเวลาครับ

นักบุญพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงสถาปนาฮวนเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2002 (12 ปีที่ผ่านมาครับ)

:s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

ศุกร์ เม.ย. 10, 2015 5:05 pm

Hello everyone,

This year's Divine Mercy Sunday is April 12, 2015. The following are Lord Jesus' words:

On that day the very depths of My tender mercy are open. I pour out a whole ocean of graces upon those souls who approach the fount of My mercy. The soul that will go to Confession and receive Holy Communion shall obtain complete forgiveness of sins and punishment. The Feast of Mercy emerged from My very depths of tenderness. It is My desire that it be solemnly celebrated on the first Sunday after Easter. Mankind will not have peace until it turns to the Fount of My Mercy.

Ref: http://thedivinemercy.org/mercysunday/christswords.

:s005:



E-mail Yan Agape
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

ศุกร์ เม.ย. 10, 2015 5:21 pm

วันอาทิตย์แรกหลังวันอิสเตอร์เป็นวันฉลองพระเมตตา 12 เมษายน 2015

:s005:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10007
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ค. 06, 2015 10:15 pm

ขอบคุณอาสายัณห์ครับ
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

จันทร์ ก.พ. 01, 2016 1:02 am

สวดสายประคำพระเมตตา
(เริ่มต้นด้วย...)

บทข้าแต่พระบิดา
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์
พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง
พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
โปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความ
ชั่วร้ายเทอญ อาแมน

บทวันทามารีย์
วันทามารีย์ เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่าน
ผู้ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ และพระเยซูโอรสของท่าน ทรงได้รับพระพรยิ่งนัก
สันตะมารีย์ พระมารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตาย อาแมน

บทข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า
ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงเนรมิตฟ้าดิน
ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย ทรง
ปฏิสนธิ เดชะพระจิตเจ้า ทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์ พรหมจารี ทรง รับทรมานสมัยปอนทิอัสปิลาต ทรงถูกตรึง
กางเขน สิ้นพระชนม์ และทรงถูกฝังไว้ เสด็จสู่แดนมรณะ วันที่สาม ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
เสด็จสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากลความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์ การอภัย
บาป การกลับคืนชีพของร่างกาย และชีวิตนิรันดร อาแมน

(ที่ประคำเม็ดใหญ่ ให้สวดว่า...) “ข้าแต่พระบิดานิรันดร ลูกขอถวายแด่พระองค์ ซึ่งพระกาย พระโลหิต
พระวิญญาณ และพระเทวภาพแห่งพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของลูกทั้งหลาย
เพื่อชดเชยบาปของลูกและของชาวโลกทั้งมวล”

(ที่ประคำเม็ดเล็ก ให้สวดว่า...) “เดชะพระมหาทรมานอันน่าเศร้าสลดยิ่งของพระเยซูเจ้า ขอทรงโปรด
เมตตาลูกทั้งหลายและชาวโลกทั้งมวลเทอญ”

(หลังจากสวดครบสาย ให้สวด 3 จบว่า...) “ข้าแต่พระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงฤทธิ์ และผู้มิรู้ตาย ขอทรง
โปรดเมตตาลูกทั้งหลายและชาวโลกทั้งมวลเทอญ”


Credit/Reference:

http://www.thai-divinemercy.com/

http://www.thai-divinemercy.com/UserFil ... er2015.pdf
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

เสาร์ ก.พ. 06, 2016 2:30 pm

11 กุมภาพันธ์ 2016 วันฉลอง พระแม่มารีย์แห่งลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส
(OUR LADY OF LOURDES, FRANCE)

พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ให้เด็กหญิงชาวนายากจนชื่อ เบอร์ดาเนต ชอบิโรส (BERDANETT SOUBIROUS) อายุ 14 ปีได้เห็น แล้วบอกให้ขุดพื้นถํ้าดื่มนํ้า เบอร์ดาเนต ขุดพื้นลงนิดเดียว พุนํ้าก็พลันปรากฏ พระแม่ทรงบอกให้เบอร์ดาเนตไปบอกพ่อเจ้าวัดให้สร้างวัดในถํ้านี้ และให้ผู้คนเจ็บป่วยมาดื่มนํ้าขออัศจรรย์บำบัดโรคภัย เจ้าอาวาสบอกขอแก้ข้อสงสัยให้หายข้องใจ ฝากถามว่าสตรีผู้นั้นชื่ออะไร พอเบอร์ดาเนตบอกว่า “เราคือผู้ปฏิสนธินิรมล” พ่อเจ้าอาวาสขนลุกซู่เข่าอ่อนเพราะพระศาสนจักรประกาศยืนยันว่า พระแม่คือผู้ปฏิสนธินิรมล (THE IMMACULATE CONCEPTION) เมื่อปี ค.ศ. 1854 ไม่มีทางที่เด็กชาวนาไร้การศึกษาจะได้ยินหรือปั้นแต่งขึ้นมาเองได้

พระศาสนจักรรับรองว่าทรงประจักษ์จริงเมื่อปี ค.ศ. 1862 (158 ปีที่ผ่านมา)
พระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) สถาปนาซิสเตอร์เบอร์ดาเนตเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1933 (77 ปีที่ผ่านมา) พระสันตะปาปาหลายองค์เสด็จไปแสวงบุญที่นี่ครับ เริ่มจากปีโอที่ 11 (POPE PIUS XI) จอห์น ที่ 23 (JOHN XXIII) จอห์นปอลที่ 2 (JOHN PAUL II) (3 ครั้ง) และเบเนดิกที่ 16 (BENEDICT XVI)

:s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

พุธ มี.ค. 23, 2016 11:26 am

นพวารพระเมตตา

พระเยซูเจ้าตรัสกับนักบุญโฟสตินาไว้ว่า “ในระหว่างเก้าวันนี้ เราปรารถนาให้ลูกนำวิญญาณทั้งหลายมายังต้นธารความเมตตาของเรา เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้รับพลังและความสดชื่น อีกทั้งพระหรรษทานต่างๆที่พวกเขาต้องการยามเผชิญความทุกข์ยากในชีวิต โดยเฉพาะในเวลาใกล้จะตาย ในแต่ละวัน ลูกจงนำวิญญาณของบุคคลกลุ่มหนึ่งมายังเรา และชุบพวกเขาลงในมหาสมุทรความเมตตาของเรา เราจะนำวิญญาณเหล่านี้ไปยังบ้านพระบิดาของเรา ลูกจงทำเช่นนี้ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า เราจะไม่ผลักไสวิญญาณที่ลูกนำมาสู่ต้นธารความเมตตาของเราเลย ในแต่ละวัน ลูกจงวอนขอพระหรรษทานจากพระบิดาของเราให้แก่วิญญาณเหล่านี้ โดยอาศัยมหาทรมานของเรา” (1209)

วันแรก (วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์)
“วันนี้ จงนำมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะคนบาปมายังเรา จงชุบพวกเขาในมหาสมุทรความเมตตาของเราดังนี้แหละ ลูกจะบรรเทาความเศร้าสลดใจยิ่งของเราที่ต้องสูญเสียวิญญาณเหล่านี้ไป” (1210)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ทรงปรานีสงสารและยกโทษให้ลูกทั้งหลายเสมอมา โปรดอย่าทรงถือโทษลูก แต่โปรดทรงเห็นความไว้วางใจในพระมหากรุณาหาที่สุดมิได้ของพระองค์ โปรดรับลูกทั้งหลายไว้ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ อย่าให้มีอันพรากจากพระองค์ไป ลูกทั้งหลายอ้อนวอนพระองค์ดังนี้ อาศัยความรักมั่นคงซึ่งรวมพระองค์ท่านให้เป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระบิดาและพระจิตเจ้า โอ้พลานุภาพพระเมตตาเหลือคณานับ องค์ความรอดพ้นของคนบาป พระองค์คือมหาสมุทรความปรานีสงสารทรงเกื้อกูลบรรดาผู้อ้อนวอนพระองค์ด้วยใจสุภาพ
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะคนบาปที่น่าเวทนา ซึ่งพระเยซูเจ้าได้ทรงรวบรวมไว้ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ท่านแล้ว โปรดทรงสำแดงพระเมตตาต่อลูกทั้งหลาย เดชะพระมหาทรมานอันน่าเศร้าสลดยิ่งของพระเยซูเจ้า เพื่อลูกทั้งหลายจะได้สรรเสริญสรรพานุภาพแห่งพระเมตตาของพระองค์ ตลอดนิรันดร อาแมน (1211)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่สอง
“วันนี้ จงนำวิญญาณบรรดาพระสงฆ์และนักบวชมายังเรา จงชุบพวกเขาในความเมตตาล้ำลึกของเรา คนเหล่านี้เป็นกำลังใจให้เราทนรับมหาทรมานได้ คนเหล่านี้คือช่องทางให้ความเมตตาของเราหลั่งไหลไปสู่มวลมนุษย์” (1212)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์คือต้นธารความดีงามทุกประการ โปรดเพิ่มพูนพระหรรษทานแก่บรรดาพระสงฆ์และนักบวช เพื่อพวกท่านจะได้ประกอบกิจการที่ทรงคุณค่าด้วยความเมตตา และทุกคนที่ได้สัมผัสพวกท่าน จะได้สรรเสริญพระบิดาองค์ความเมตตาผู้สถิตในสวรรค์
ต้นธารความรักมั่นคงของพระเจ้า สถิตในบรรดาผู้มีใจบริสุทธิ์ สระสนานในห้วงสมุทรพระเมตตา ส่องสว่างดุจดวงดารา เจิดจ้าดุจรุ่งอรุณ
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังบรรดาพระสงฆ์และนักบวช ที่พระองค์ทรงเลือกสรรให้ทำงานในสวนองุ่นของพระองค์ โปรดทรงอำนวยพรพวกท่าน เพื่อเห็นแก่ความรักขององค์พระบุตรซึ่งบทภาวนาพระเมตตาโอบอุ้มพวกท่านไว้แล้ว โปรดประทานพลังและความสว่างของพระองค์ เพื่อให้พวกท่านสามารถนำผู้อื่นมาสู่หนทางแห่งความรอดพ้น และร่วมสรรเสริญพระเมตตาอันหาขอบเขตมิได้เป็นเสียงเดียวกัน ตลอดกาลมิรู้สิ้นสุด อาแมน
(1213)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่สาม
“วันนี้ จงนำวิญญาณผู้มีใจร้อนรนศรัทธาและซื่อสัตย์ทุกคนมายังเรา จงชุบพวกเขาในมหาสมุทร
ความเมตตาของเรา วิญญาณเหล่านี้ช่วยปลอบใจเราขณะแบกกางเขน พวกเขาคือหยาดความบรรเทาในความขมขื่นสุดประมาณของเรา” (1214)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ประทานพระหรรษทานเหลือล้นจากพระคลังความ
เมตตาแก่มนุษย์ทุกคน โปรดรับลูกทั้งหลายเข้าสู่ดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ อย่าให้มีอันพรากจากพระองค์ไป ลูกอ้อนวอนพระองค์ดังนี้ อาศัยความรักน่าพิศวงที่ทรงมีต่อพระบิดาเจ้าสวรรค์ ซึ่งลุกร้อนโชติช่วงในดวงพระทัยพระองค์อัศจรรย์ความเมตตาเป็นเรื่องเข้าใจยาก ทั้งคนบาปและคนดีก็มิอาจหยั่งรู้ได้ พระองค์ท่านจูงใจชาวเราเข้ามาชิดใกล้ความรักมั่นคงของพระองค์ เมื่อทรงทอดสายตามายังเราด้วยความสงสาร
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณที่ซื่อสัตย์ทั้งหลาย ผู้เป็นเสมือนมรดกขององค์พระบุตร เดชะพระมหาทรมานอันน่าเศร้าสลดยิ่งของพระองค์ท่าน โปรดประทานพระพรและคุ้มครองคนเหล่านั้นเสมอไป เพื่อพวกเขาจะได้ไม่สิ้นรักพระองค์หรือสูญเสียความเชื่อ แต่จะสรรเสริญพระเมตตาอันหาขอบเขตมิได้ของพระองค์ ร่วมกับบรรดาทูตสวรรค์และนักบุญทั้งหลาย ตลอดชั่วนิรันดร อาแมน
(1215)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่สี่
“วันนี้ จงนำผู้ไม่เชื่อในเราและผู้ที่ยังไม่รู้จักเรามายังเรา เรานึกถึงเขาเหล่านั้นด้วยในมหาทรมานของเราแรงศรัทธาในภายหน้าของพวกเขาบรรเทาใจเรา จงชุบเขาเหล่านั้นในมหาสมุทรความเมตตาของเราเถิด” (1216)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์คือแสงสว่างส่องสากลโลก โปรดรับวิญญาณผู้ไม่เชื่อในพระองค์ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ เข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์เถิด โปรดให้รังสีแห่งพระหรรษทานให้ความรู้แก่เขาเหล่านั้น เพื่อพวกเขาจะได้สรรเสริญพระเมตตาอันน่าพิศวงของพระองค์ร่วมกับลูกทั้งหลาย โปรดอย่าให้พวกเขามีอันพรากจากดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์เลย ความสว่างจากความรักมั่นคงของพระองค์ จงส่องสว่างวิญญาณในความมืด โปรดช่วยให้วิญญาณเหล่านี้ได้รู้จักพระองค์ และสรรเสริญพระเมตตาของพระองค์ร่วมกับลูกทั้งหลาย
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณผู้ที่ไม่เชื่อในองค์พระบุตร และ
บรรดาผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ แต่ได้อยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้าแล้ว โปรดนำพวกเขาสู่แสงสว่างแห่งพระวรสาร วิญญาณเหล่านี้ยังไม่รู้ว่าช่างเป็นความสุขใจใหญ่หลวงเพียงใดเมื่อได้รักพระองค์โปรดให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมสรรเสริญพระเมตตาเหลือล้นของพระองค์ตลอดชั่วนิรันดร อาแมน (1217)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่ห้า
“วันนี้ จงนำวิญญาณผู้แยกตัวจากศาสนจักรมายังเรา จงชุบพวกเขาในมหาสมุทรความเมตตาของเราระหว่างมหาทรมาน เขาเหล่านั้นได้ทำให้ศาสนจักรอันเป็นชีวิตจิตใจของเราต้องปวดร้าว การที่พวกเขากลับมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ย่อมสมานแผลและบรรเทาความทรมานของเราได้” (1218)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ท่านคือองค์ความดีงาม พระองค์ประทานความสว่างให้แก่บรรดาผู้ที่แสวงหาจากพระองค์ โปรดรับวิญญาณผู้แยกตัวจากพระศาสนจักร เข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ โปรดให้แสงสว่างของพระองค์นำพวกเขาสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระศาสนจักร อย่าให้พวกเขามีอันต้องพรากจากดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์เลย แต่โปรดให้พวกเขามีโอกาสได้ชื่นชมพระเมตตาเหลือล้นของพระองค์เช่นเดียวกัน แม้แต่ผู้ฉีกอาภรณ์แห่งเอกภาพของพระองค์ สายธารพระเมตตาก็หลั่งไหลไปถึง โอ้พระสรรพเดชะแห่งพระเมตตาของพระองค์ สามารถนำพาวิญญาณเหล่านี้ออกจากความผิดหลงได้
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณผู้แยกตัวจากพระศาสนจักร ผู้ที่ยังผิดหลงจงใจผลาญพระพรและใช้พระหรรษทานของพระองค์โดยมิชอบ โปรดอย่าทรงถือโทษพวกเขา แต่โปรดเห็นแก่ความรักและพระมหาทรมานขององค์พระบุตร ที่ทรงตรากตรำมาเพื่อเขาเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขาอยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้าด้วยเช่นกัน โปรดบันดาลให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมสรรเสริญพระเมตตาเหลือล้นของพระองค์ ตลอดกาลนิรันดร อาแมน (1219)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่หก
“วันนี้ จงนำวิญญาณที่อ่อนโยนสุภาพ และวิญญาณเด็กเล็กๆมายังเรา จงชุบพวกเขาในความเมตตาของเรา วิญญาณเหล่านีี้่คล้ายคลึงเรามาก พวกเขาทำให้เราเข้มแข็งระหว่างเข้าตรีทูต เราเห็นเขาเหล่านั้นเหมือนทูตสวรรค์ที่คอยเฝ้าแท่นบูชาของเราบนแผ่นดินนี้ เราหลั่งกระแสพระหรรษทานทั้งสิ้นมายังเขา ผู้มีใจสุภาพเท่านั้นที่สามารถรับพระหรรษทานของเราได้ เรามีความเชื่อมั่นในพวกเขาเป็นพิเศษ” (1220)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ท่านตรัสว่า “จงมาเป็นศิษย์ของเรา เพราะเรามีใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน” โปรดรับวิญญาณผู้มีใจสุภาพอ่อนโยนและเด็กเล็กๆ เข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์เถิด วิญญาณเหล่านี้ทำให้ชาวสวรรค์ปลาบปลื้มยินดีเหลือล้น และเป็นที่โปรดปรานของพระบิดาเจ้าสวรรค์ เขาเหล่านั้นคือช่อดอกไม้หอมหน้าบัลลังก์พระเจ้า พระเจ้าทรงชื่นชมกลิ่นหอมรื่นชื่นใจของเขา ข้าแต่พระเยซูเจ้า วิญญาณเหล่านี้มีที่พำนักถาวรในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ และพวกเขาขับร้องบทเพลงสรรเสริญความรักและพระเมตตาไม่หยุดหย่อน (1221) วิญญาณสุภาพและอ่อนโยนแท้ ได้สัมผัสบรรยากาศสวรรค์บนแผ่นดินนี้แล้ว อีกเสาวคนธ์จากดวงใจที่สุภาพของเธอ ก็เป็นที่พอพระทัยพระผู้สร้าง (1222)
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณผู้มีใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตนอีกทั้งวิญญาณเด็กเล็กๆ ซึ่งได้เข้าพำนักอยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้า เขาเหล่านี้คล้ายคลึงองค์พระบุตรมากที่สุด กลิ่นหอมของวิญญาณเหล่านี้ล่องลอยจากโลกไปถึงบัลลังก์ของพระองค์ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงเมตตาและองค์ความดีงามทุกประการ ลูกอ้อนวอนพระองค์ อาศัยความรักและความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเขา โปรดอวยพรชาวโลกทั้งมวล เพื่อวิญญาณทั้งหลายจะได้สรรเสริญพระเมตตาของพระองค์ตลอดกาลนิรันดร อาแมน (1223)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่เจ็ด
“วันนี้ จงนำวิญญาณที่เคารพเลื่อมใสและสรรเสริญความเมตตาของเราเป็นพิเศษมายังเรา จงชุบพวกเขาในความเมตตาของเรา วิญญาณเหล่านี้คร่ำครวญเกี่ยวกับมหาทรมานของเรามากที่สุด ทั้งรู้ซึ้งถึงจิตใจเรา พวกเขาเป็นภาพลักษณ์มีชีวิตของดวงใจเปี่ยมความปรานีสงสารของเรา วิญญาณเหล่านี้จะฉายแสงเจิดจ้าเป็นพิเศษในชีวิตหน้า ในจำนวนนี้ ไม่มีสักรายไปสู่ไฟนรก เราจะปกป้องเขาทุกคนในวาระใกล้จะตาย” (1224)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง ดวงพระทัยของพระองค์ท่านคือความรัก โปรดรับวิญญาณที่สรรเสริญและเทิดเกียรติพระเมตตายิ่งใหญ่ของพระองค์เป็นพิเศษนี้ เข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์เถิด วิญญาณเหล่านี้เข้มแข็งทรงพลังด้วยพระอานุภาพของพระเจ้าโดยแท้ แม้เขาตกระกำลำบาก ก็ยังเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นใจในพระเมตตาของพระองค์ วิญญาณเหล่านี้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์และแบกรับภาระของมวลมนุษยชาติไว้ พวกเขาจะไม่ถูกตัดสินอย่างเข้มงวด แต่พระเมตตาของพระองค์จะโอบรับพวกเขาไว้ขณะที่เขาใกล้จะตาย
วิญญาณซึ่งสรรเสริญคุณความดีของพระเจ้า เป็นวิญญาณที่พระองค์โปรดปรานเป็นพิเศษ เธออยู่ใกล้ชิดต้นธารทรงชีวิตเสมอ และตักตวงพระหรรษทานจากพระเมตตาของพระเจ้า
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณที่ถวายเกียรติและเคารพเลื่อมใสในพระเมตตาสุดจะหยั่งถึงได้ อันเป็นคุณลักษณะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์ พวกเขาพำนักอยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้าแล้ว เขาเหล่านี้คือพระวรสารที่มีชีวิต มือเขาเต็มไปด้วยกิจเมตตา ทั้งจิตใจเขาก็เปี่ยมล้นด้วยความชื่นชมยินดี ร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์สรรเสริญพระเมตตาถวายพระองค์ข้าแต่พระเจ้าสูงสุด ลูกอ้อนวอนพระองค์ โปรดทรงสำแดงพระเมตตาตามที่พวกเขาฝากความหวังและความไว้วางใจในพระองค์ โปรดให้เขาได้รับตามคำสัญญาของพระเยซูเจ้า ผู้ตรัสแก่เขาว่า “เราจะปกป้องวิญญาณที่เคารพเลื่อมใสในความเมตตาสุดจะหยั่งถึงได้ของเรา เสมอเกียรติมงคลของเราเอง ตลอดชีวิตของเขา โดยเฉพาะเมื่อเขาใกล้จะตาย” (1225)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่แปด
“วันนี้ จงนำวิญญาณผู้ถูกคุมขังในไฟชำระมายังเรา จงชุบพวกเขาในความเมตตาเหลือประมาณของเรา ให้กระแสโลหิตของเราคลายความร้อนแรงจากเปลวไฟที่ชำระเขา เรารักวิญญาณเหล่านี้มากเหลือเกิน พวกเขากำลังชดใช้โทษตามความเที่ยงธรรมของเรา ลูกสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ ขอให้ลูกรับพระคุณการุณย์จากคลังพระศาสนจักรในนามของพวกเขาและมอบให้เขาเหล่านั้น หากลูกรู้ซึ้งถึงความทรมานที่พวกเขาได้รับ ลูกจะอุทิศส่วนกุศลให้แก่เขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อชำระหนี้บาปแทนเขา ตามความเที่ยงธรรมของเรา” (1226)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ท่านตรัสว่าพระองค์ปรารถนาความเมตตา ลูกจึงนำวิญญาณในไฟชำระซึ่งพระองค์ทรงรักยิ่ง หากยังต้องใช้โทษตามความเที่ยงธรรมของพระองค์นั้น เข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ ขอให้สายธารพระโลหิตและน้ำ ซึ่งหลั่งไหลออกมาจากดวงพระทัยพระองค์ ดับความร้อนแรงของไฟชำระ เพื่ออานุภาพพระเมตตาของพระองค์จะได้รับการสรรเสริญในแดนชำระด้วยเช่นกันจากความร้อนแรงของไฟชำระ เสียงร้องทุกข์ดังขึ้นมาร้องหาพระเมตตา แล้วเขาทั้งหลายก็ได้รับการปลอบประโลม ความชุ่มชื่นและความบรรเทา ในสายธารพระโลหิตและน้ำ
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณผู้ทนทุกข์อยู่ในไฟชำระ พวกเขาพำนักอยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้าแล้ว ลูกวิงวอนพระองค์ อาศัยพระทรมานอันน่าเศร้าสลดของพระเยซูเจ้า องค์พระบุตร และความตรอมตรมขมขื่นท่วมล้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระองค์ โปรดทรงสำแดงพระเมตตาแก่วิญญาณซึ่งกำลังใช้โทษตามที่สมควรได้รับอยู่ขณะนี้ โปรดทอดพระเนตรเขาเหล่านั้นผ่านบาดแผลของพระเยซูเจ้า พระปิยบุตรของพระองค์แต่ทางเดียวเท่านั้น เพราะลูกทั้งหลายเชื่อมั่นว่า พระมหากรุณาและความปรานีสงสารของพระองค์ไม่มีที่สิ้นสุด (1227)
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

วันที่เก้า
“วันนี้ จงนำวิญญาณคนใจเย็นเฉยมายังเรา จงชุบพวกเขาในความเมตตาเหลือประมาณของเรา พวกเขาทำให้เราช้ำใจยิ่ง เราลังเลใจอย่างหนักในสวนมะกอกเทศก็เพราะวิญญาณเย็นเฉยเหล่านี้ พวกเขานี่แหละ เป็นสาเหตุให้เราร้องว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ โปรดทรงนำถ้วยนี้ไปจากข้าพเจ้าเถิด” ความหวังสุดท้ายที่พวกเขาจะรอดพ้นได้ คือต้องหลบเข้ามาพึ่งความเมตตาของเรา” (1228)
ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงพระเมตตากรุณายิ่ง พระองค์ท่านคือพระผู้ทรงปรานีสงสาร ลูกนำวิญญาณใจเย็นเฉยเข้ามาพำนักในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระองค์ โปรดให้วิญญาณเฉื่อยชาดุจซากศพที่ทำให้พระองค์ลังเลพระทัยเหล่านี้ กลับกระตือรือร้นขึ้นมาใหม่ในไฟรักบริสุทธิ์ของพระองค์ ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงปรานีสงสาร โปรดทรงใช้พระสรรพานุภาพแห่งพระเมตตา โน้มนำพวกเขาสู่ความรักที่กระตือรือร้นของพระองค์และประทานพระคุณความรักศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา เพราะไม่มีสิ่งใดเกินฤทธิ์อำนาจของพระองค์ไฟกับน้ำแข็งย่อมเข้ากันมิได้ ไฟรู้จักมอด น้ำแข็งก็รู้จักละลาย เว้นแต่ด้วยเดชะพระเมตตาของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงชดเชยให้ครบทุกสิ่งที่ขาดแคลน
ข้าแต่พระบิดานิรันดร ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรมายังวิญญาณที่ใจเย็นเฉย ถึงอย่างไร พวกเขาก็พำนักอยู่ในดวงพระทัยเปี่ยมความปรานีสงสารของพระเยซูเจ้าแล้ว ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงเมตตา ลูกอ้อนวอนพระองค์ อาศัยพระมหาทรมานขององค์พระบุตร ตลอดจนการเข้าตรีทูตถึงสามชั่วโมงของพระองค์ท่านบนไม้กางเขน โปรดให้เขาเหล่านี้ได้ร่วมสรรเสริญพระเมตตาอันลึกล้ำของพระองค์ด้วยเทอญ... (1229) อาแมน__
(สวด ... สายประคำพระเมตตา)

Credit: http://www.thai-divinemercy.com/?name=p ... ge&op=pray
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

พุธ มี.ค. 07, 2018 1:06 am

This year Divine Mercy Sunday is April 8, 2018.
:s002:
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

พุธ มี.ค. 27, 2019 5:53 am

วันอาทิตย์แรกหลังวันอิสเตอร์เป็นวันฉลองพระเมตตา 28 เมษายน 2019
Yan Agape
โพสต์: 930
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

พฤหัสฯ. ต.ค. 21, 2021 11:18 am

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2021 วันระลึกถึง นักบุญโป๊ป ยอห์นปอล ที่ 2 "โป๊ปพระเมตตา" ระลึกถึงท่าน วันที่ 22 ตุลาคม เพราะเป็นวันที่ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสันตปปา ( โป๊ป) เป็นบุญราศรี 1 พฤษภาคม 2021โดยโป๊ปเบเนดิกที่ 16 และเป็นนักบุญ 27 เมษายน 2014 โดยโป๊ปฟรานซิส นักบุญโป๊ปยอห์นปอลที่ 2 เป็นโป๊ปพระเมตตา สถาปนาซิสเตอร์มารีอา โพสตินา โควัลสกา เป็นนักบุญ วันที่ 30 เมษายน 2000 (นักบุญองค์แรกของศัตวรรษที่ 21) ประกาศให้วันอาทิตย์หลังอิสเตอร์เป็นวันอาทิตย์พระเมตตา ตามพระประสงค์ของพระเยซูเจ้าพระเมตตา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2005 ตอนเย็นวันฉลองพระเมตตา

เป็นลูกคนสุดท้อง (คนที่ 3) ของคุณพ่อแคโรล วัจทีล่า และคุณแม่อิมิเลีย คอคซโรสกา (KAROL WOJTYLA AND EMILIA KACZOROWSKA) เกิดที่เมืองวาโดวิส ประเทศโปแลนด์ (WADOWICE, POLAND) คุณแม่สิ้นลมขึ้นสวรรค์เมื่อท่านอายุได้ 8 ขวบ พี่สาวคนโตตายในวัยทารกก่อนที่ท่านจะเกิด ท่านจึงสนิทกับพี่ชาย เอ๊ดมันท์ (EDMOND) ที่แก่กว่า 14 ปี พี่ชายเป็นแพทย์ ติดโรคไข้อีดำอีแดง (SCARLET FEVER) เสียชีวิต ทำให้ท่านโศกเศร้า กระทบกระเทือนใจเป็นที่สุด คุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย เมื่อท่านอายุ 20 เป็นชีวิตที่น่าสมเพช ล้มลุกคลุกคลาน เมื่อนาซีเยอรมันบุกยึดโปแลนด์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ครองประเทศท่านตั้งแต่ปี 1940-1944 ท่านต้องทำงานแรงทาส ในภัตตาคาร ในเหมืองแร่ ในโรงงานผลิตสารเคมี เลี่ยงการถูกส่งไปเยอรมัน เพราะท่านเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในเมืองแครเคา ซึ่งถูกปิดเพราะนาซีเมื่อปี 1939

ท่านเป็นคนเรียนเก่ง มีพรสวรรค์ด้านศิลปกรรม เขียนบทละครเวที เก่งด้านภาษา แตกฉานถึง 12 ภาษาแน่ะครับ ซึ่งท่านได้ใช้อย่างคุ้มค่าเมื่อเป็นพระสันตะปาปา

ท่านมีความรักเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนจักร อยากบวชเป็นพระสงฆ์ ถึงกับแอบไปเรียนบ้านเณรใต้ดินของพระอัครสังฆราชแห่งเมืองแครเคา อาดัม สตีเฟน คาร์ดินัลซาฟีฮา (ARCHBISHOP OF KRAKOW ADAM STEFAN CARDINAL SAPIEHA) เมื่อเดือนตุลาคม 1942 ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามของนาซี หวุดหวิดเกือบตายเมื่อ เกสตาโป (GESTAPO) หน่วยงานของนาซี กวาดกําจัดหนุ่มชาวโปแลนด์ป้องกันการต่อต้านรณรงค์ ท่านแอบหลบในห้องใต้ดินของบ้านลุง ขณะที่เกสตาโปตรวจค้นบนบ้าน เกสตาโปกวาดต้อนหนุ่มชาวโปแลนด์ได้ถึง 8,000 คน ในวันนั้นครับ

ท่านพูดว่า เคยเดินผ่านอารามของท่านนักบุญโฟสตินา และเยี่ยมเคารพหลุมศพท่าน เมื่อท่านเป็นแรงงานทาสใส่รองเท้าไม้ไปทำงาน ท่านจึงรู้จักพระเมตตาดี ท่านบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1946 (วันฉลองนักบุญทั้งหลาย) จบปริญญาเอกสาขาเทววิทยาศักดิ์สิทธิ์ (SACRED THEOLOGY) และปรัชญา (PHILOSOPHY) เป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือเกี่ยวกับหลักธรรมของพระศาสนจักรในชีวิตสมรส

ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชของเมืองแครเคา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1958 ร่วมสังคายนาวาติกันที่ 2 (1962-1965) ได้รับแต่งตั้งเป็นอัครสังฆราชแห่งเมืองแครเคา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 1967 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสันตะปาปาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1978

ยอห์นปอลที่ 2 มีความเคารพรักพระแม่มารีย์เป็นพิเศษ ถือว่าเป็นแม่ของตัวเองเพราะท่านกำพร้ามาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เป็นบุคคลสำคัญในศตวรรษที่ 20 เป็นผู้มีส่วนทำลายระบบคอมมิวนิสต์ (COMMUNISM) ในประเทศโปแลนด์และยุโรป เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกและจูดาอิสซึ่ม (JUDAISM = ศาสนายิว) ออธอดอกซ์ตะวันออก (EASTERN ORTHODOX CHURCH) และแองกลิกัน (ANGLICAN – พระคริสต์ศาสนาแห่งสหราชอาณาจักร = อังกฤษ) เป็นผู้รณรงค์ต่อต้านการบวชพระสงฆ์ของเพศหญิง และเป็นหัวหลักหัวแรงป้องกันความเชื่อ ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรคาทอลิก เป็นผู้นำของโลกที่เดินทางไปเยี่ยม 129 ประเทศในรัชสมัยของพระองค์ ทรงสถาปนา 483 นักบุญ จำนวนมากกว่าพระสันตะปาปารวมกันในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา

พระองค์ทรงสถาปนาซิสเตอร์โฟสตินา เป็นนักบุญ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2000 ทำให้ท่านนักบุญเป็นนักบุญองค์แรกของศตวรรษที่ 21 ทรงเสกศิลาฤกษ์ของอาสนวิหารพระเมตตาเมื่อเดือนมิถุนายน 1997 ศิลาฤกษ์นี้เอามาจากเนินกลโกธา (GOLGATHA = เนินที่พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ทรงถูกตรึงกางเขนในอิสราเอล) ทรงเสกอาสนวิหารพระเมตตาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2002 (8 ปีที่ผ่านมา) ทรงออกพระราชกฤษฎีกา ประกาศให้วันอาทิตย์แรกหลังวันอิสเตอร์เป็นวันฉลองพระเมตตา ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2005 ตอนเย็นวันฉลองพระเมตตาครับ
ตอบกลับโพส