วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์
บทอ่านและบทเทศน์เด็ดของคุณพ่อโจเซฟ วัดนักบุญอันโทนี มารีย์ ดี แคลเรท เมืองคายร์ รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ( Fathet Joseph, Saint Anthony Marie de Claret, Kyle, Texas, U.S.A.)
บทอ่านที่หนึ่ง: อิสยาห์ 60:1-6
*เยรูซาเล็มเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิด จงฉายแสงเจิดจ้า เพราะความสว่างของเจ้ามาแล้ว พระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์ทอแสงเหนือเจ้า ดูซิ ความมืดปกคลุมแผ่นดิน และความมืดทึบปกคลุมประชาชาติทั้งหลาย แต่พระยาห์เวห์จะทรงทอแสงเหนือเจ้า ทุกคนจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์เหนือเจ้า นานาชาติจะเดินมาหาความสว่างของเจ้า บรรดากษัตริย์จะทรงพระดำเนินมาสู่ความสดใสที่ทอแสงเหนือเจ้า จงเงยหน้าขึ้นมองไปโดยรอบเถิด เขาเหล่านั้นทุกคนมาชุมนุมกันและเดินมาพบเจ้า บุตรชายทั้งหลายของเจ้ามาจากที่ไกล บุตรหญิงของเจ้าก็ถูกอุ้มมาด้วย เมื่อเจ้าเห็นดังนี้ก็จะปลาบปลื้ม ใจของเจ้าจะตื่นเต้นและยินดี เพราะความมั่งคั่งของทะเลจะกลับมาหาเจ้า ทรัพย์สมบัติของนานาชาติจะมายังเจ้า ฝูงอูฐจะมาอยู่เต็มถนนของเจ้า รวมทั้งคาราวานอูฐจาก**มีเดียนและ***เอฟาห์ ทุกคนจะมาจาก****เชบา นำทองคำและกำยานมาด้วย และจะสรรเสริญพระยาห์เวห์ต่อหน้าคนทั้งหลาย
บทอ่านที่สอง: เอเฟซัส 3:2-3,5-6
ข้าพเจ้า เปาโลผู้ถูกจองจำเพราะพระคริสตเยซูเพื่อท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นคนต่างชาติ…ท่านคงรู้แล้วถึงพระหรรษทานซึ่งพระเจ้าประทานให้ข้าพเจ้าประกอบพันธกิจเพื่อประโยชน์ของท่าน ข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกนี้เพราะพระเจ้าทรงเปิดเผย ดังที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ก่อนหน้านี้โดยสังเขป เมื่ออ่านแล้ว ท่านจะเข้าใจว่าข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกเรื่องพระคริสตเจ้าได้อย่างไร ธรรมล้ำลึกนี้พระองค์มิได้ทรงเปิดเผยให้มนุษย์ในอดีตรู้ แต่บัดนี้พระเจ้าทรงเปิดเผยเดชะพระจิตเจ้าให้แก่บรรดาอัครสาวกและประกาศกผู้ศักดิ์สิทธิ์รู้ว่าคนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในกองมรดกเดียวกันร่วมเป็นกายเดียวกัน ร่วมรับพระสัญญาเดียวกันในพระคริสตเยซู อาศัยข่าวดี
พระวรสาร โดยนักบุญมัทธิว: 2:1-12
ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรด พระเยซูเจ้าประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออก เดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม
สืบถามว่า “กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์” เมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงทราบข่าวนี้ พระองค์ทรงวุ่นวายพระทัย ชาวกรุงเยรูซาเล็มทุกคนต่างก็วุ่นวายใจไปด้วย พระองค์ทรงเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ ตรัสถามเขาว่า “พระคริสต์จะประสูติที่ใด” เขาจึงทูลตอบว่า “ในเมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย เพราะประกาศกเขียนไว้ว่า เมืองเบธเลเฮม ดินแดนยูดาห์ เจ้ามิใช่เล็กที่สุดในบรรดาหัวเมืองแห่งยูดาห์ เพราะผู้นำคนหนึ่งจะออกมาจากเจ้า ซึ่งจะเป็นผู้นำอิสราเอล ประชากรของเรา” ดังนั้น กษัตริย์เฮโรดทรงเรียกบรรดาโหราจารย์มาเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ทรงซักถามถึงวันเวลาที่ดาวปรากฏ แล้วทรงใช้บรรดาโหราจารย์ไปที่เมืองเบธเลเฮม ทรงกำชับว่า “จงไปสืบถามเรื่องพระกุมารอย่างละเอียด และเมื่อพบพระกุมารแล้ว จงกลับมาบอกให้เรารู้ เราจะได้ไปนมัสการพระองค์ด้วย” เมื่อบรรดาโหราจารย์ได้ฟังพระดำรัสแล้วก็ออกเดินทาง ดาวที่เขาเห็นทางทิศตะวันออกปรากฏอีกครั้งหนึ่งนำทางให้ และมาหยุดนิ่งอยู่เหนือสถานที่ประทับของพระกุมาร เมื่อเห็นดาวอีกครั้งหนึ่งบรรดาโหราจารย์มีความยินดียิ่งนัก เขาเข้าไปในบ้าน พบพระกุมารกับพระนางมารีย์พระมารดา จึงคุกเข่าลงนมัสการพระองค์ แล้วเปิดหีบสมบัตินำทองคำ กำยาน และมดยอบ ออกมาถวายพระองค์ แต่พระเจ้าทรงเตือนเขาในความฝันมิให้กลับไปหากษัตริย์เฮโรด เขาจึงกลับไปบ้านเมืองของตนโดยทางอื่น
คุณพ่อโจเซฟ: วันนี้เป็นวันสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์...เป็นการเปิดเผยตัวพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...พระองค์เสด็จมาเพื่อไถ่กู้โลกทั้งโลก...ไม่ใช่แต่ชาวอิสราเอล...
พวกเราสนองตอบอย่างไร? การสนองตอบมีสามอย่าง..1) แบบกษัตริย์โฮโรด...เป็นภัยคุกคามพระองค์...เป็นสิ่งตรงกันข้ามกับพระองค์...ต้องฆ่า...
2) แบบโหราจารย์...เป็นของขวัญจากพระเป็นเจ้าให้กับคนต่างชาติที่พวกเขาถึงกับกราบนมัสการแบบหมอบราบ ( prostrate) ลงกับพื้นด้วยความปลื้มปีติ...3) แบบไม่สนองตอบเพราะโง่เขลา...ใจแข็งกระด้าง...เฉื่อยชา....ไม่เห็นสัญญาน...ไม่เตรียมตัว...
การสนองตอบที่ 3 นี้เป็นส่วนใหญ่ที่เรากระทํา: เราให้พระเป็นเจ้าเศษส่วนที่เหลือ...เป็นการดูหมิ่นพระองค์...การนมัสการผูกติดกับการเสียสละ...กาอินคนเพาะปลูก ถวายผลจากแผ่นดิน...อาแบลคนเลี้ยงแกะถวายแกะจากฝูงรุ่นแรกและไขมันมาถวายพระป็นเจ้า...
พระเป็นเจ้าบอกโมเสสให้บอกฟาโรห์อนุญาตให้ชาวอิสราเอลไปถิ่นทุรกันดารสามวันเพื่อถวายบูชา ( กราบนมัสการ) พระองค์...ฟาโรห์ไม่ยอม...ไม่เชื่อ...แข่งบารมีของพระองค์...อียิปต์เจอภัย 10 อย่าง...พระองค์ต้องสยบให้อิสรภาพแก่ชาวอิสราเอล...
เราต้องถวายสิ่งที่ดีที่สุดให้พระเป็นเจ้า...1) ผลของสิ่งแรกที่เรามี...2) เวลา...3) ทรัพย์สินของมีค่า...4) ความสามารถพิเศษ...
หัวใจของศาสนาของเรา: คริสตชนและโรมันคาทอลิกก็คือ: นมัสการพระเป็นเจ้า...เราต้องถวายสิ่งแรกของทุกอย่างที่เรามีให้พระองค์...ถวายสิ่งที่พระองค์ทรงปราถนานั่นก็คือเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์เช่นเดียวกับพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระบิดาและพระจิตเจ้า...พระองค์จึงทรงมอบศีลมหาสนิท พระกายสุดศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ให้เราในมหาบูชามิสซาเพื่อที่เราจะได้เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์...
*เยรูซาเล็ม (Jerusalem=รากฐานของสันติภาพ/เมืองสันติภาพ) เมืองหลวงของอิสราเอล อายุเก่าแก่ 4,000 กว่าปี ชื่อเก่า "ซาเลม" เมลคีเซเดค สมณะของพระเป็นเจ้า เป็นเจ้าเมืองเมื่อชาวอิสราเอลยึดได้ กษัตริย์ดาวิดตั้งเป็นเมืองหลวงและเก็บหีบพันธสัญญาในวิหารแล้วหายไป ระยะทางระหว่างเยรูซาเล็มกับเบทเลเฮม=10 กิโลเมตร ปัจจุบัน 9 กิโลเมตร/ขับรถ 28 นาที
**มีเดียนเป็นลูกชายคนที่สี่ของอับราฮัมกับคีทูราห์ (หลังจากซาราห์ศรีภรรยาสิ้นชีวิต) ตั้งรกรากแล้วมีอาณาเขตมีเดียนตามชื่อในประเทศซาอุดีอาระเบียของปัจจุบัน
***เอฟาห์เป็นลูกชายของมีเดียนเก่งด้านค้าขายอูฐมีชื่ออาณาเขตตั้งตามชื่อในประเทศซาอุดีอาระเบียของปัจจุบัน
****ชีบาเป็นอาณาจักรมีชื่อเสียงด้านค้าขายและเครื่องเทศปัจจุบันคือประเทศเยเมน ดังขนาดราชินีแห่งอาณาจักรชีบาต้องไปชม
__________________
กราบขอบพระคุณ: พระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์
ขอบพระคุณ: นักบุญโยเซฟ อัครเทวดาไมเกิ้ล เกเบรียล ราฟาเอล อัครเทวดาแห่งสันติภาพ คุณพี่อารักขเทวดา สหพันธ์นักบุญทุกท่าน
อ่านแล้วถูกใจ อยากอ่านอีกหรืออยากอ่านบทอ่านและบทเทศน์เด็ดของมิสซาวันอาทิตย์ และบทอ่านเสริมศรัทธาหลากหลาย เชิญอ่านได้ที่ www.newmana.com เวปบอร์ด สนทนาธรรม สามัคคีธรรม และ สารแม่พระผู้เห็นอกเห็นใจฯ
viewtopic.php?f=8&t=20940

