อาทิตย์ที่ 1ในเทศกาลมหาพรต 22 กุมภาพันธ์ 2026
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 24, 2026 10:36 am
อาทิตย์ที่ 1ในเทศกาลมหาพรต 22 กุมภาพันธ์ 2026
บทอ่านและบทเทศน์เด็ดของคุณพ่อโจเซฟ วัดนักบุญอันโทนี มารีย์ ดี แคลเรท รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา (Father Joseph, Saint Anthony Mariede Claret, Kyle, Texas, U.S.A.)
บทอ่านที่หนึ่ง: ปฐมกาล 2:7-9, 3:1-7
พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเอาฝุ่นจากพื้นดินมาปั้นมนุษย์และทรงเป่าลมแห่งชีวิตเข้าในจมูกของเขา มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงปลูกสวนขึ้นทางทิศตะวันออกในแคว้นเอเดน และทรงนำมนุษย์ที่ทรงปั้นมาไว้ที่นั่น พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงบันดาลให้ต้นไม้ทุกชนิดงอกขึ้นจากดิน ต้นไม้เหล่านี้งดงามชวนมองและมีผลน่ากิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่ที่กลางสวน และมีต้นไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว บาป งูเป็นสัตว์เจ้าเล่ห์ที่สุดในบรรดาสัตว์ป่าที่พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงสร้าง มันถามหญิงว่า “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่าอย่ากินผลจากต้นไม้ใด ๆ ในสวนนี้” หญิงจึงตอบงูว่า “ผลของต้นไม้ต่าง ๆ ในสวนนี้ เรากินได้ แต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนเท่านั้น” พระเจ้าตรัสห้ามว่า “อย่ากินหรือแตะต้องเลย มิฉะนั้นท่านจะต้องตาย” งูบอกกับหญิงว่า “ท่านจะไม่ตายดอก พระเจ้าทรงทราบว่า ท่านกินผลไม้นั้นวันใด ตาของท่านจะเปิดในวันนั้น ท่านจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือรู้ดีรู้ชั่ว” หญิงเห็นว่า ต้นไม้นั้นมีผลน่ากิน งดงามชวนมอง ทั้งยังน่าปรารถนาเพราะให้ปัญญา นางจึงเด็ดผลไม้มากิน แล้วยังให้สามีซึ่งอยู่กับนางกินด้วย เขาก็กิน ทันใดนั้น ตาของทั้งสองคนก็เปิดและเห็นว่าตนเปลือยกายอยู่ จึงเอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้
บทอ่านที่สอง: โรม 5:12, 17-19
บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียว และความตายเข้ามาเพราะบาปฉันใด ความตายก็แพร่กระจายไปถึงมนุษย์ทุกคนเพราะทุกคนทำบาปฉันนั้น ถ้ามนุษย์คนเดียวล่วงละเมิด ทำให้ความตายมีอำนาจปกครองเหนือมนุษยชาติเพราะการล่วงละเมิดของมนุษย์คนเดียวนั้น เดชะพระเยซูคริสตเจ้าพระองค์เดียว ทุกคนที่ได้รับพระหรรษทานอย่างสมบูรณ์และความชอบธรรมเป็นของประทาน ก็ยิ่งจะมีชีวิตและมีอำนาจปกครองมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การล่วงละเมิดของมนุษย์คนเดียวเป็นเหตุให้มนุษย์ทุกคนถูกลงโทษฉันใด กิจการชอบธรรมของมนุษย์คนเดียวก็นำความชอบธรรมที่บันดาลชีวิตมาให้มนุษย์ทุกคนฉันนั้น
พระวรสาร โดยนักบุญมัทธิว 4:1-11
เวลานั้น พระจิตเจ้าทรงนำพระเยซูเจ้าไปใน*ถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ปีศาจมาผจญพระองค์ **เมื่อทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว ทรงหิว ปีศาจผู้ผจญจึงเข้ามาใกล้ ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปังเถิด” แต่พระองค์ตรัสตอบว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำ ที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” ต่อจากนั้น ปีศาจอุ้มพระองค์ไปยัง***นครศักดิ์สิทธิ์ วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงกระโดดลงไปเบื้องล่างเถิด เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าทรงสั่งทูตสวรรค์เกี่ยวกับท่าน ให้คอยพยุงท่านไว้ มิให้เท้ากระทบหิน” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ในพระคัมภีร์ยังมีเขียนไว้ด้วยว่า อย่าท้าทายองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย” อีกครั้งหนึ่งปีศาจนำพระองค์ไป****บนยอดเขาสูงมาก ชี้ให้พระองค์ทอดพระเนตรอาณาจักรรุ่งเรืองต่างๆ ของโลก แล้วทูลว่า “เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น ยังมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น” ปีศาจจึงได้ละพระองค์ไป แล้วทูตสวรรค์ก็เข้ามาปรนนิบัติรับใช้พระองค์
คุณพ่อโจเซฟ: พวกเราต้องถวายสิ่งที่เรามีเราเป็น อันประกอบด้วย เวลา ความสามารถพิเศษ และสินทรัพย์ ดังนั้น วันนี้พ่อขอเก็บถุงทานสองครั้ง ครั้งที่สองเป็นทุนในการเปลี่ยนนํ้าพุบรรจุนํ้าเสกในห้องโถงหน้าประตูเข้าออกของวัด เชิงเทียนหน้าพระแท่นของพระรูปพระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟอุ้มพระกุมาร แล้วเปลี่ยนไฟประดับในวัดน้อยเฝ้าศีลมหาสนิทที่เก่าแก่กว่าสิบปี มีหลอดไฟครึ่งเดียวที่ยังทํางานอยู่ พ่อขอบใจความใจดีของทุกคน...ล่วงหน้า...
พระเป็นเจ้าทรงเชิญเราไปอยู่ในทะเลทราย (ถิ่นทุรกันดาร) เหมือนที่ทรงเชิญอับรามแล้วเปลี่ยนชื่อท่านเป็นอับราฮัม ( บิดาของชนชาติต่างๆ) ให้สัญญาว่าท่านจะมีลูกหลานมากมายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าและเม็ดทรายในทะเลทราย โมเสส ฆาตกร เป็นผู้นําชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ เดินทางในทะเลทรายสี่สิบปีเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา เปาโลผู้เบียดเบียนพระศาสนจักรของพระเป็นเจ้า กําลังเดินทางบนเส้นทางไปเมืองดามัสกัส ( Damuscus) ในเขตทะเลทราย ม้าตกใจเพราะสายฟ้าฟาด พระเยซูเจ้าถามท่านว่าทําไมถึงเบียดเบียนพระองค์ ตาบอดแล้วได้รับการรักษาจากสานุศิษย์ของพระเป็นเจ้า เข้าทะเลทรายอาระเบีย ( Arabia) ก่อนเดินทางกลับไปเมืองเยรูซาเล็มประกาศข่าวดีของพระเป็นเจ้า...
การเข้าทะเลทราย/ถิ่นทุรกันดารของเรา:
1) เป็นการเปลี่ยนแปลง ทะเลทรายว่างเปล่า...ความตาย...ชีวิต...การสํานึกผิด...การพบปะกับตัวเราเอง...การกลับตัวหมุนทิศ 180°...การพบปะกับพระเป็นเจ้าแบบตัวต่อตัวที่ไม่มีสิ่งใดทําให้วอกแวก...น่าเบื่อ...แต่พระเป็นเจ้าถามเราว่า "ตัวเราและพระบุตรของเราพอเพียงหรือไม่"...เมื่อเราตาย ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปลดออก...พระเป็นเจ้าเท่านั้นที่พอเพียง...ชีวิตนิรันดร...
2) การรับรู้ว่าเราต้องการพระเป็นเจ้า...หญิงสาวชาวสะมาเรีย ในเขตทะเลทราย/ ทุรกันดาร ที่ตักนํ้าในบ่อ และพระองค์ทรงบอกว่าถ้าเธอรู้ว่าพระองค์เป็นผู้ใด เธอจะขอนํ้าจากพระองค์ เพราะนํ้าที่พระองค์จะให้เป็นนํ้าประทานชีวิต...เราต้องมีความกระหายต่อพระเป็นเจ้า...พระองค์เป็นชีวิต...เป็นนํ้าที่เราต้องแสวงหาเป็นอันดับแรก...ชีวิตของเราต้องขึ้นอยู่กับพระองค์...
3) เกิดใหม่...และนี่คือเทศกาลมหาพรต...
*เขาแห่งการผจญ/ Mount of Temptation อยู่ในทะเลทรายแคว้นยูเดีย ห่างจากเมืองเยริโก ทิศเหนือเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร
**ในถํ้าของเขาแห่งการผจญครั้งแรก: เปลี่ยนก้อนหินเป็นขนมปัง
***วิหารแห่งกรุงเยรูซาเล็ม การผจญครั้งที่สอง: จุดสูงสุดคือมุมทิศใต้เฉียงตะวันออกสูง 48.77 เมตร เป็นจุดสงฆ์ป่าวประกาศวันพิธีศาสนกิจ
****บนยอดเขาแห่งการผจญ ครั้งที่สาม (ไม่ใช่ครั้งที่สอง): ก้อนหินที่พระเยซูเจ้าทรงนั่งประทับ (รูปภาพประกอบจากกูเกิ้ล)
กราบขอบพระคุณ: พระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์
ขอบพระคุณ: นักบุญโยเซฟ อัครเทวดาไมเกิ้ล เกเบรียล ราฟาเอล อัครเทวดาแห่งสันติภาพ คุณพี่อารักขเทวดา คุณพ่อโจเซฟ สหพันธ์นักบุญทุกท่าน
_________________________
อ้างอิง/เครดิต/ขอบคุณ: กูเกิ้ล พระคัมภีร์แอ้ปของโรมันคาทอลิก
อ่านแล้วถูกใจ อยากอ่านอีกหรืออยากอ่านบทอ่านและบทเทศน์เด็ดของมิสซาวันอาทิตย์ และบทอ่านเสริมศรัทธาหลากหลาย เชิญอ่านได้ที่ www.newmana.com เวปบอร์ด สนทนาธรรม สามัคคีธรรม และ สารแม่พระผู้เห็นอกเห็นใจฯ
viewforum.php?f=8
บทอ่านและบทเทศน์เด็ดของคุณพ่อโจเซฟ วัดนักบุญอันโทนี มารีย์ ดี แคลเรท รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา (Father Joseph, Saint Anthony Mariede Claret, Kyle, Texas, U.S.A.)
บทอ่านที่หนึ่ง: ปฐมกาล 2:7-9, 3:1-7
พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเอาฝุ่นจากพื้นดินมาปั้นมนุษย์และทรงเป่าลมแห่งชีวิตเข้าในจมูกของเขา มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงปลูกสวนขึ้นทางทิศตะวันออกในแคว้นเอเดน และทรงนำมนุษย์ที่ทรงปั้นมาไว้ที่นั่น พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงบันดาลให้ต้นไม้ทุกชนิดงอกขึ้นจากดิน ต้นไม้เหล่านี้งดงามชวนมองและมีผลน่ากิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่ที่กลางสวน และมีต้นไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว บาป งูเป็นสัตว์เจ้าเล่ห์ที่สุดในบรรดาสัตว์ป่าที่พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงสร้าง มันถามหญิงว่า “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่าอย่ากินผลจากต้นไม้ใด ๆ ในสวนนี้” หญิงจึงตอบงูว่า “ผลของต้นไม้ต่าง ๆ ในสวนนี้ เรากินได้ แต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนเท่านั้น” พระเจ้าตรัสห้ามว่า “อย่ากินหรือแตะต้องเลย มิฉะนั้นท่านจะต้องตาย” งูบอกกับหญิงว่า “ท่านจะไม่ตายดอก พระเจ้าทรงทราบว่า ท่านกินผลไม้นั้นวันใด ตาของท่านจะเปิดในวันนั้น ท่านจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือรู้ดีรู้ชั่ว” หญิงเห็นว่า ต้นไม้นั้นมีผลน่ากิน งดงามชวนมอง ทั้งยังน่าปรารถนาเพราะให้ปัญญา นางจึงเด็ดผลไม้มากิน แล้วยังให้สามีซึ่งอยู่กับนางกินด้วย เขาก็กิน ทันใดนั้น ตาของทั้งสองคนก็เปิดและเห็นว่าตนเปลือยกายอยู่ จึงเอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้
บทอ่านที่สอง: โรม 5:12, 17-19
บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียว และความตายเข้ามาเพราะบาปฉันใด ความตายก็แพร่กระจายไปถึงมนุษย์ทุกคนเพราะทุกคนทำบาปฉันนั้น ถ้ามนุษย์คนเดียวล่วงละเมิด ทำให้ความตายมีอำนาจปกครองเหนือมนุษยชาติเพราะการล่วงละเมิดของมนุษย์คนเดียวนั้น เดชะพระเยซูคริสตเจ้าพระองค์เดียว ทุกคนที่ได้รับพระหรรษทานอย่างสมบูรณ์และความชอบธรรมเป็นของประทาน ก็ยิ่งจะมีชีวิตและมีอำนาจปกครองมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การล่วงละเมิดของมนุษย์คนเดียวเป็นเหตุให้มนุษย์ทุกคนถูกลงโทษฉันใด กิจการชอบธรรมของมนุษย์คนเดียวก็นำความชอบธรรมที่บันดาลชีวิตมาให้มนุษย์ทุกคนฉันนั้น
พระวรสาร โดยนักบุญมัทธิว 4:1-11
เวลานั้น พระจิตเจ้าทรงนำพระเยซูเจ้าไปใน*ถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ปีศาจมาผจญพระองค์ **เมื่อทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว ทรงหิว ปีศาจผู้ผจญจึงเข้ามาใกล้ ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปังเถิด” แต่พระองค์ตรัสตอบว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำ ที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” ต่อจากนั้น ปีศาจอุ้มพระองค์ไปยัง***นครศักดิ์สิทธิ์ วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงกระโดดลงไปเบื้องล่างเถิด เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าทรงสั่งทูตสวรรค์เกี่ยวกับท่าน ให้คอยพยุงท่านไว้ มิให้เท้ากระทบหิน” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ในพระคัมภีร์ยังมีเขียนไว้ด้วยว่า อย่าท้าทายองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย” อีกครั้งหนึ่งปีศาจนำพระองค์ไป****บนยอดเขาสูงมาก ชี้ให้พระองค์ทอดพระเนตรอาณาจักรรุ่งเรืองต่างๆ ของโลก แล้วทูลว่า “เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น ยังมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น” ปีศาจจึงได้ละพระองค์ไป แล้วทูตสวรรค์ก็เข้ามาปรนนิบัติรับใช้พระองค์
คุณพ่อโจเซฟ: พวกเราต้องถวายสิ่งที่เรามีเราเป็น อันประกอบด้วย เวลา ความสามารถพิเศษ และสินทรัพย์ ดังนั้น วันนี้พ่อขอเก็บถุงทานสองครั้ง ครั้งที่สองเป็นทุนในการเปลี่ยนนํ้าพุบรรจุนํ้าเสกในห้องโถงหน้าประตูเข้าออกของวัด เชิงเทียนหน้าพระแท่นของพระรูปพระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟอุ้มพระกุมาร แล้วเปลี่ยนไฟประดับในวัดน้อยเฝ้าศีลมหาสนิทที่เก่าแก่กว่าสิบปี มีหลอดไฟครึ่งเดียวที่ยังทํางานอยู่ พ่อขอบใจความใจดีของทุกคน...ล่วงหน้า...
พระเป็นเจ้าทรงเชิญเราไปอยู่ในทะเลทราย (ถิ่นทุรกันดาร) เหมือนที่ทรงเชิญอับรามแล้วเปลี่ยนชื่อท่านเป็นอับราฮัม ( บิดาของชนชาติต่างๆ) ให้สัญญาว่าท่านจะมีลูกหลานมากมายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าและเม็ดทรายในทะเลทราย โมเสส ฆาตกร เป็นผู้นําชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ เดินทางในทะเลทรายสี่สิบปีเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา เปาโลผู้เบียดเบียนพระศาสนจักรของพระเป็นเจ้า กําลังเดินทางบนเส้นทางไปเมืองดามัสกัส ( Damuscus) ในเขตทะเลทราย ม้าตกใจเพราะสายฟ้าฟาด พระเยซูเจ้าถามท่านว่าทําไมถึงเบียดเบียนพระองค์ ตาบอดแล้วได้รับการรักษาจากสานุศิษย์ของพระเป็นเจ้า เข้าทะเลทรายอาระเบีย ( Arabia) ก่อนเดินทางกลับไปเมืองเยรูซาเล็มประกาศข่าวดีของพระเป็นเจ้า...
การเข้าทะเลทราย/ถิ่นทุรกันดารของเรา:
1) เป็นการเปลี่ยนแปลง ทะเลทรายว่างเปล่า...ความตาย...ชีวิต...การสํานึกผิด...การพบปะกับตัวเราเอง...การกลับตัวหมุนทิศ 180°...การพบปะกับพระเป็นเจ้าแบบตัวต่อตัวที่ไม่มีสิ่งใดทําให้วอกแวก...น่าเบื่อ...แต่พระเป็นเจ้าถามเราว่า "ตัวเราและพระบุตรของเราพอเพียงหรือไม่"...เมื่อเราตาย ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปลดออก...พระเป็นเจ้าเท่านั้นที่พอเพียง...ชีวิตนิรันดร...
2) การรับรู้ว่าเราต้องการพระเป็นเจ้า...หญิงสาวชาวสะมาเรีย ในเขตทะเลทราย/ ทุรกันดาร ที่ตักนํ้าในบ่อ และพระองค์ทรงบอกว่าถ้าเธอรู้ว่าพระองค์เป็นผู้ใด เธอจะขอนํ้าจากพระองค์ เพราะนํ้าที่พระองค์จะให้เป็นนํ้าประทานชีวิต...เราต้องมีความกระหายต่อพระเป็นเจ้า...พระองค์เป็นชีวิต...เป็นนํ้าที่เราต้องแสวงหาเป็นอันดับแรก...ชีวิตของเราต้องขึ้นอยู่กับพระองค์...
3) เกิดใหม่...และนี่คือเทศกาลมหาพรต...
*เขาแห่งการผจญ/ Mount of Temptation อยู่ในทะเลทรายแคว้นยูเดีย ห่างจากเมืองเยริโก ทิศเหนือเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร
**ในถํ้าของเขาแห่งการผจญครั้งแรก: เปลี่ยนก้อนหินเป็นขนมปัง
***วิหารแห่งกรุงเยรูซาเล็ม การผจญครั้งที่สอง: จุดสูงสุดคือมุมทิศใต้เฉียงตะวันออกสูง 48.77 เมตร เป็นจุดสงฆ์ป่าวประกาศวันพิธีศาสนกิจ
****บนยอดเขาแห่งการผจญ ครั้งที่สาม (ไม่ใช่ครั้งที่สอง): ก้อนหินที่พระเยซูเจ้าทรงนั่งประทับ (รูปภาพประกอบจากกูเกิ้ล)
กราบขอบพระคุณ: พระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์
ขอบพระคุณ: นักบุญโยเซฟ อัครเทวดาไมเกิ้ล เกเบรียล ราฟาเอล อัครเทวดาแห่งสันติภาพ คุณพี่อารักขเทวดา คุณพ่อโจเซฟ สหพันธ์นักบุญทุกท่าน
_________________________
อ้างอิง/เครดิต/ขอบคุณ: กูเกิ้ล พระคัมภีร์แอ้ปของโรมันคาทอลิก
อ่านแล้วถูกใจ อยากอ่านอีกหรืออยากอ่านบทอ่านและบทเทศน์เด็ดของมิสซาวันอาทิตย์ และบทอ่านเสริมศรัทธาหลากหลาย เชิญอ่านได้ที่ www.newmana.com เวปบอร์ด สนทนาธรรม สามัคคีธรรม และ สารแม่พระผู้เห็นอกเห็นใจฯ
viewforum.php?f=8