พระเมตตาแด่เราทุกคน ( 21- 40 )

ใครมาใหม่เชิญทางนี้ก่อน ทักทาย ทดลองโพส
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 7073
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อังคาร ก.พ. 24, 2026 4:52 pm

🎊 พระเมตตาแด่เราทุกคน​ 🎊
🔥 แปลจาก​ : “Understanding Divine Mercy”​ 🔥
👉 เขียนโดย​ : คุณ​พ่อ​คริส​ อลาร์, MIC 👈
🍓 แปลโดย​ : คุณพ่อ​ ยอห์น​ บัปติสต์​ พงศ์​เทพ​ ประมวลพร้อม​ 🍓

ตอนที่​ ( 21 )
พระหรรษทานอื่นๆ

ในโอกาสต่อมา พระเยซูเจ้าประทานหนทางแห่งพระหรรษทาน​อื่นๆ​ เพิ่มเข้ามาตามที่เรา
เรียกว่าเป็นความศรัทธาภักดีต่อพระเมตตา​ พระองค์ทรงให้เธอมีประสบการณ์รหัสธรรม ซึ่ง
เธอบันทึกในสมุดบันทึกวิญญาณ เช่น ภาพนินิตเมืองสวรรค์ นรก ไฟชำระ ยิ่งกว่านั้นเธอยังได้
รับการมาหาจากซาตานหลายครั้ง​ บางทีก็มาในรูปตัวตนของมัน บางครั้งก็มาในรูปเทวดา
ความศักดิ์สิทธิ์และสุภาพถ่อมตนของเธอเป็นยาถอนพิษที่ทำความผิดหวังให้กับซาตาน
และผีปีศาจต่างๆ

นักบุญโฟสตินาได้รับของประทานจิตวิญญาณหลากหลาย เช่น พระพรที่สามารถอยู่ใน
สองสถานที่ ณ เวลาเดียวกัน พระพรพิเศษอ่านจิตวิญญาณ​ผ่านทางพระหรรษทานเหล่านี้
พระเยซูเจ้าทรงเตรียมเธอในอนาคตให้ทนรับทุกข์ทรมานที่พระองค์จะทรงขอเธอทนรับ
พระองค์ทรงให้เธอเลือกได้ ดังที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้กับเรา ว่าจะรับความทุกข์ทนหรือจะ
ไม่รับ พระองค์ตรัสว่าถ้าเธอไม่เต็มใจรับการทนทุกข์นี้สิ่งนั้นก็ไร้ความหมาย (บันทึกฯ 190)
จงคิดว่าสิ่งนั้นเป็นทุกข์ทรมานของตัวเราเอง ถ้าเราต้องทุกข์ทรมาน เราก็ไม่ต้องการให้การทน
ทุกข์นั้นไร้ความหมาย นักบุญโฟส​ตินาตอบ “ยอมรับ”​ ต่อความทุกข์ทนทุกสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรง
ขอจากเธอ ดังนั้นเราจึงมีแบบอย่างจากภคินีผู้ศรัทธาร้อนรน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าแม้เธอได้รับ
ความบรรเทาใจอย่างมากมาย แต่เธอก็ระลึกได้เสมอว่าต้องยึดเอาการสวดภาวนาเป็นอันดับ
แรกเพื่อจะพากเพียรอยู่ในการทดลองนี้ได้ ชีวิตจิตของเธออาจสรุปด้วยคำภาวนาของคริสตชน
โบราณที่เราปัจจุบันรู้จักในชื่อว่า “บทภาวนาของพระเยซูเจ้า”​ : “พระสวามีเยซูคริสต์เจ้า
พระบุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต โปรดเมตตาลูกคนบาปผู้น่าสงสารด้วยเทอญ”​

นักบุญโฟสตินา ทุกข์ทรมานอย่างมากจากวัณโรค ส่งผลทำลายส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปอด
เนื้อเยื่อ สมองและกระดูก ให้เจ็บปวดทั้งทางกายและจิตใจ ดังคำขอจากพระเยซูเจ้า เธอได้ถวาย
ความทุกข์ทรมานนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระทรมานของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนเพื่อลบล้างบาป
ของผู้อื่น นี่เป็นพระหรรษทานใหญ่หลวงประการแรก เปิดโอกาสให้เธอเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์
อย่างล้ำลึก ที่จะถวายความทุกข์ทนของเธอให้พระเจ้าทรงใช้เป็นประโยชน์ และเพื่อเปลี่ยน
ความทุกข์ทนเหล่านั้นเป็นเครื่องบูชาประจำวันถวายเพื่อความรอดพ้นของเหล่าวิญญาณ

ณ ตรงนี้ คำถามสำหรับเรา : เราได้รับการขอจากพระเยซูเจ้าให้มีส่วนในไม้กางเขนของพระองค์
บ้างหรือไม่? ในบางหนทางพวกเราทุกคนได้รับคำขอเช่นเดียวกัน ความทุกข์ทรมานบางประการ
ของเราบางทีก็อาจจะเป็นเพียง “เศษสะเก็ดไม้” จากไม้กางเขนของพระเยซูเจ้า ในขณะที่ของบางคน
เป็น “ไม้ท่อนขวางทั้งท่อน” และแม้ความทุกข์ทนอาจจะไม่เป็นอย่างที่เปรียบเทียบมานี้ พระองค์จะไม่
ทรงให้เราต้องแบกความทุกข์เกินกว่าที่เราจะแบกได้อาศัยพระหรรษทานของพระองค์ ใช่ พระองค์
อาจจะทรงขอจากวิญญาณบางดวงให้รับทุกข์มากหน่อย : ดังนั้นถ้าคุณมีความทุกข์ใหญ่ในชีวิต​
อาจเป็นได้ที่พระคริสต์เจ้าทรงขอจากคุณให้ช่วยแบกไม้กางเขนของพระองค์ตรงชิ้นส่วนใหญ่นั้น
ในขณะที่ ดูเหมือนกำลังท้อแท้ แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นของประทานสุดจะหยั่งถึงจากพระองค์

🦊โปรดติดตามตอนต่อไป🦊
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 7073
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อังคาร ก.พ. 24, 2026 5:02 pm

🎊 พระเมตตาแด่เราทุกคน​ 🎊
🔥 แปลจาก​ : “Understanding Divine Mercy”​ 🔥
👉 เขียนโดย​ : คุณ​พ่อ​คริส​ อลาร์, MIC 👈
🍓 แปลโดย​ : คุณพ่อ​ ยอห์น​ บัปติสต์​ พงศ์​เทพ​ ประมวลพร้อม​ 🍓

ตอนที่​ ( 22 )
แผนการของพระเจ้า

แผนการของพระเจ้าที่บังเกิดความทุกข์ทนและการท้าทายแก่นักบุญโฟสตินาให้เธอต้องสู้ทน
ก็เพื่อเตรียมเธอ ให้มีความไว้วางใจและความเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับภารกิจที่จะทรงมอบ
ให้เธอไปกระทำ เธอได้รับรอยบาดแผลภายในที่มองไม่เห็นเรียกว่า “รอยบาดแผลฝ่ายวิญญาณ”​
เธอทุกข์ทนและเจ็บปวดอันเป็นผลจากบาปทำแท้ง (ของผู้คนในสังคม) สามครั้งหมดสติไปเนื่อง
จากความเจ็บปวดนี้ เธอบันทึกว่านี่เป็นการถวายการใช้โทษบาปแด่พระเจ้าสำหรับวิญญาณที่ถูก
ฆาตกรรมในครรภ์มารดาของเขา (บันทึกฯ 1276)

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความทุกข์ทน พระเจ้าประทานความบรรเทาแก่นักบุญโฟสตินาเพิ่มมากขึ้น
เธอเป็นมนุษย์หนึ่งในสามคน (เท่าที่เรารู้) ได้เห็นทูตสวรรค์เซราฟิม ซึ่งนำเธอเข้าร่วมหมู่กับประกาศก
อิสยาห์ผู้ได้รับการนำถ่านลุกเป็นไฟจากเตาพระแท่นบูชาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าบนสวรรค์มาประทับ
ชำระที่ริมฝีปาก (อสย6:6-7) และมีนักบุญ​ ฟรังซิส ที่เซราฟิมมาเยี่ยมท่านก่อนที่ท่านจะได้รับรอยแผล
ศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายและบุคคลที่สามที่ได้รับการเยี่ยมคือนักบุญโฟสตินา เมื่อเซราฟิม​นำศีลมหาสนิท
มาให้เธอรับขณะป่วยเข้าร่วมพิธีมิสซาไม่ได้

น่าสนใจอย่างยิ่งที่นักบุญโฟสตินาได้เห็นนิมิต ภาพเธอได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญพร้อมการฉลองวัน
อาทิตย์พระเมตตาในวัดน้อยในอารามของเธอและที่กรุงโรม (บันทึกฯ 1044 - 1048) เธออธิบายว่า
เธอเห็นฝูงชนทั้งในวัดน้อยอารามและวัดน้อยของพระสันตะปาปาที่กรุงโรมพร้อมๆ กัน ในเรื่องราว
เกี่ยวกับการสถาปนาเธอเป็นนักบุญ​อันงดงาม นักบุญเปโตรยืนอยู่ระหว่างพระแท่นและพระสันตะปาปา
และท่านพูดอะไรบางอย่างกับพระสันตะปาปา ถึงกระนั้นเธอก็ไม่อาจได้ยินคำพูด เมื่อพิจารณานิมิตนี้
น่าสังเกตว่าทันทีหลังจากการประกาศเธอเป็นนักบุญปี​ ค.ศ. 2000 แล้ว พระสันตะปา ยอห์น​ ปอล ที่สอง
ก็ทรงประกาศว่าต่อไปนี้จะมีวันฉลองวันอาทิตย์พระเมตตาในปฏิทินพิธีกรรมสากลของพระศาสนจักร
การประกาศนี้นำความแปลกใจมาสู่ผู้คน เพราะไม่มีกำหนดไว้ในกำหนดการของพิธีในวันนั้น ดูเหมือน
พระสันตะปายอห์น ปอล ที่สอง ก็มิได้ทรงมีแผนจะประกาศ หรืออาจเป็นท่านนักบุญเปโตรบอกพระองค์
ให้ประกาศ เช่นนั้น? เป็นเรื่องเหลือเชื่อควรนำมาใคร่ครวญ

ระหว่างช่วงชีวิตของนักบุญโฟส​ตินา คำพูดเรื่องราวภาพนิมิตของนักบุญโฟสตินาเป็นที่เล่าลือกัน
ในสมณสมัยของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 11 และปีโอ ที่ 12 มีการอนุญาตจากพระศาสนาในการตีพิมพ์
ข้อเขียน (imprimatur) ภายใต้การสนับสนุนของพระสังฆราชท้องถิ่น และทำให้ความศรัทธาภักดีต่อ
พระเมตตาเป็นที่ปฏิบัติทั่วไปได้ ขณะที่เธอป่วย เธอทำนายว่าจะมีสงครามเกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งใหญ่
หลวงกลืนกินชีวิตในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ สงครามนี้คือสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เกิดในประเทศ
โปแลนด์ หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งปีหลังการตายของเธอ เมื่อรู้ว่าสงครามกำลังจะมา พระเยซูเจ้าตรัสให้
เธอสวดภาวนาเพื่อประเทศชาติ นักบุญโฟสตินาได้ขอให้ภคินีในคณะของเธอสวดภาวนา
เพื่อประเทศโปแลนด์เป็นแบบอย่างแก่เราว่าควรสวดภาวนาให้ประเทศชาติของเราเช่นเดียวกัน

หลังจากต้องทุกข์ทนอย่างมากและใช้ความพยายามเหนือธรรมชาติที่จะทำทุกสิ่งแล้ว พระเยซูเจ้า
ทรงขอให้นักบุญโฟสตินายอมจำนนต่ออาการป่วยวัณโรค ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1938 ปัจจุบันในวัน
ดังกล่าวนี้เป็นวันฉลองท่านและใส่ไว้ในปฏิทินพิธีกรรมของพระศาสนจักรสากล และยืนยันความสำคัญ
ว่าเป็นนักบุญผู้เผยแผ่เรื่องพระเมตตา

🦊โปรดติดตามตอนต่อไป🦊
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 7073
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อังคาร ก.พ. 24, 2026 5:09 pm

🎊 พระเมตตาแด่เราทุกคน​ 🎊
🔥 แปลจาก​ : “Understanding Divine Mercy”​ 🔥
👉 เขียนโดย​ : คุณ​พ่อ​คริส​ อลาร์, MIC 👈
🍓 แปลโดย​ : คุณพ่อ​ ยอห์น​ บัปติสต์​ พงศ์​เทพ​ ประมวลพร้อม​ 🍓

ตอนที่​ ( 23 )
บทบาทของพระสงฆ์คณะแมเรียน

“เอกลักษณ์สำคัญ” อันหนึ่งของการเผยแผ่ข่าวสารและความศรัทธาภักดีนี้คือพระสงฆ์ คณะ
แมเรียนฯ คุณพ่อโจเซฟ จาร์เซบาวสกี MIC (Marian Fathers of the Immaculate Conception)
ผู้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับบุญราศีไมเกิ้ล โซปอกโก ในปี ค.ศ. 1941 เกือบ 3 ปีหลังการตายของ
นักบุญโฟสตินา​ ท่านนำข่าวสารเรื่องพระเมตตาจากประเทศโปแลนด์ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
พร้อมด้วยพระหรรษทานความช่วยเหลือจากพระเจ้า

คุณพ่อจาร์เซบาวสกี ได้รู้เห็นเป็นพยานเกี่ยวกับพระหรรษทานใหญ่หลวงที่รายงานมาจากบุคคล
ที่ศรัทธาฝากตัวไว้กับพระเมตตา ในฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 1940 ท่านรู้ตัวว่าจะต้องหลบหนีออกจาก
ประเทศโปแลนด์เนื่องจากอันตรายจากสงครามโลก ท่านได้บนว่าหากท่านสามารถไปพบพระสงฆ์
คณะแมเรียนฯ ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างปลอดภัยท่านจะอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดเผยแผ่
ข่าวสารและความศรัทธาภักดีเรื่องพระเมตตาแก่ผู้คนตลอดไป

ก่อนท่านจะจากโปแลนด์ บุญราศีไมเกิ้ล มอบเอกสารเรื่องพระเมตตาแก่คุณพ่อจาร์เซบาวสกี
ซึ่งท่านเก็บเตรียมไว้แล้ว ให้นำเอกสารเหล่านี้และเผชิญกับอุปสรรคที่ดูเหมือนไม่อาจข้ามพ้นไปได้
คุณพ่อจาร์เซบาวสกีเริ่มออกเดินทาง ท่านไม่อาจไปทางตะวันตกได้เพราะเยอรมันนาซียึดครองพื้นที่
เหล่านั้น​ จึงมุ่งไปทางด้านตะวันออก และก็สามารถผ่านไปได้ในขณะที่เอกสารและวีซ่าหมดอายุไปแล้ว
ที่จริงข้อมูลเอกสารที่แบกมาด้วยนั้นถือว่าเป็นเอกสารต้องห้ามและถ้าตรวจพบก็จะต้องถูกจับและดำเนิน
การทางระเบียบพวกนาซี ความไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเมตตา ท่านสามารถผ่านรอดพ้น
ด่านตรวจไปได้หลายครั้งหลายครา โดยเอกสารเรื่องพระเมตตาไม่ถูกตรวจพบเลย

หลังจากสามารถเดินทางอย่างพิเศษจากโปแลนด์ไปยังประเทศลิทัวเนียแล้วก็ข้ามประเทศรัสเซีย
และไซบีเรียไปยังวลาดิวอสต็อกมุ่งตรงไปยังประเทศญี่ปุ่นและมาถึงแผ่นดินประเทศสหรัฐอเมริกา
หนึ่งปี ต่อมา เป็นจริงดังที่บนไว้ ท่านลงมือผลิตแจกจ่ายข่าวสารและความศรัทธาภักดีต่อพระเมตตา
ทันที โดยอาศัยความช่วยเหลือของซิสเตอร์คณะเฟลิเชียนในมลรัฐมิชิแกนและคอนเน็กติกัต ไม่ช้า
สมาชิก ในคณะแมเรียนฯ ก็เข้าร่วมการเผยแผ่นี้อย่างเข้มแข็งด้วยเช่นกัน

ปี ค.ศ. 1944 หลายปีหลังจากกิจการของท่านดำเนินไป คุณพ่อวอลเตอร์​ เพลซินสกี MIC
(เป็นผู้อำนวยการคนแรกของสมาคมช่วยเหลือแห่งแมเรียนฯ) จัดพิมพ์หนังสือ “อัครสาวกแห่ง
ความเมตตาของพระเจ้า”​ (Mercy of God Apostolate) ณ เอเดนฮิลล์ เมืองสต็อคบริดจ์ มลรัฐ
แมสซาชูเสตส์ ปัจจุบันคือสักการสถานพระเมตตาแห่งชาติ ณ ดินแดนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของ
สมาคมช่วยเหลือแห่งแมเรียนฯ ที่ซึ่งเป็นบ้านของพระสงฆ์คณะแมเรียน อิมมาคูเลต คอนเซ็ปชัญ
บริหารงานสิ่งพิมพ์ศาสนาทันสมัย และได้กลายเป็นศูนย์กลางคณะพระเมตตาระดับชาติ เพราะพั
นธกิจเริ่มต้นที่นี่ข่าวสารสำคัญไม่เคยหยุดประกาศเผยแผ่จากที่นี่ แม้แต่ทหารที่ไปรบในสงครามโ
ลกครั้งที่ 2 ยังช่วยเผยแผ่ข่าวสารไปยังประเทศฟิ​ลิปปินส์ พอถึงปีค.ศ. 1953 เอกสารข้อเขียนเรื่อง
พระเมตตาก็ได้รับการตีพิมพ์เผยแผ่ออกไปแล้วกว่า 25 ล้านฉบับทั่วโลก

🦊โปรดติดตามตอนต่อไป🦊
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 7073
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อังคาร ก.พ. 24, 2026 5:25 pm

🎊 พระเมตตาแด่เราทุกคน​ 🎊
🔥 แปลจาก​ : “Understanding Divine Mercy”​ 🔥
👉 เขียนโดย​ : คุณ​พ่อ​คริส​ อลาร์, MIC 👈
🍓 แปลโดย​ : คุณพ่อ​ ยอห์น​ บัปติสต์​ พงศ์​เทพ​ ประมวลพร้อม​ 🍓

ตอนที่ ( 24 )
ได้รับการรับรอง ถูกห้ามเผยแผ่ และได้รับการรับรอง

ปี ค.ศ. 1959 ไม่นานหลังจากข่าวสารและความศรัทธาภักดีต่อพระเมตตาเผยแผ่ออกไป
อย่างกว้างขวางทั่วโลกดุจ “แรงระเบิด”​ ก่อผลให้ต้องหยุดประกาศเนื่องจากทางกรุงโรมได้
ประกาศให้หยุดเผยแผ่รูปภาพและข้อเขียนเรื่องพระเมตตา นักบุญโฟสตินาได้พูดถึงเรื่องนี้
ก่อนแล้ว (ในสมุดบันทึกวิญญาณฯ 378) การสั่งห้ามเนื่องมาจากคำแปลสมุดบันทึกวิญญาณ
ไม่ถูกต้องจากต้นฉบับ เมื่อแปลจากภาษาโปแลนด์เป็นภาษาอิตาเลียน คำแปลมีประโยคที่ก่อ
ความสับสน เช่น จากบันทึก 1273 “เราเป็นความรักและความเมตตานั้นเอง”​ ซึ่งเมื่อแปลเป็น
ภาษาอิตาเลียน กลายเป็นความหมายว่าหมายถึงตัวท่านนักบุญโฟสตินาเอง

ดังนั้นโดยปรีชาญาณของพระศาสนจักร แม้จะสั่งห้ามข้อเขียนในเวลานั้น แต่ก็สามารถเข้าใจ
กระจ่างชัด เราต้องขอบพระคุณพระเจ้า ปีค.ศ. 1978 ไม่นานก่อนที่นักบุญยอห์น ปอล ที่สอง,
พระสันตะปาปา จะทรงได้รับเลือกการสั่งห้ามถูกยกเลิก นักบุญยอห์น ปอล ที่สอง, พระสันตะปาปา
ทรงเป็นดั่งหัวหอกทรงพยายามเริ่มต้นศึกษางานเขียนของนักบุญโฟสตินาและนำเอาหีบสมบัติ
แห่งพระหรรษทานนี้ มาให้แก่สัตบุรุษคาทอลิก หลังจากนี้ไม่นาน​ คุณพ่อเซราฟิม มิคาเลนโก, MIC
ได้ลักลอบนำเอารูปภาพเนื้อหาหน้ากระดาษในสมุดบันทึกวิญญาณของนักบุญโฟส​ตินาจาก
คอมมิวนิสต์โปแลนด์ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและแปลเป็นภาษาอังกฤษในเวลานั้น และสามารถ
ทำความเข้าใจต่อคนหมู่มากในพระศาสนจักรอเมริกา

พันธกิจพิเศษของนักบุญโฟสตินาคือ : มีความไว้างใจในพระเมตตาของพระเจ้าและวอนขอ
พระเมตตาเพื่อชาวโลกทั้งมวล เราด้วยได้รับเรียกให้ทำสิ่งนี้ พันธกิจของเธอก็คือพันธกิจของเรา
ชีวิตวิญญาณจิตทั้งหมดของนักบุญโฟสตินาคือความไว้วางใจและพระเมตตา เธอยอมมอบถวาย
ตัวเองทั้งครบแด่พระประสงค์ของพระเจ้า ดั่งว่าเธอไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเธอเองโดยปราศจาก
พระหรรษทานจากพระเจ้า เช่น พระเจ้าทรงขอให้เธอวาดภาพแต่เธอไม่ใช่ศิลปิน พระองค์ทรงขอให้
เธอเผยแผ่ความศรัทธาต่อพระเมตตาไปทั่วโลกแต่เธอไม่มีเงินทอง พระองค์ทรงขอให้จัดวันอาทิตย์
ฉลองพระเมตตาทั่วพระศาสนจักรสากล แต่เธอไม่มีอำนาจอะไรในพระศาสนจักร
คุณเข้าใจประเด็นเหล่านี้หรือยัง

พระเยซูเจ้าทรงให้เธอได้รับความช่วยเหลือบ้างจากคุณพ่อโซปอกโก​ แต่พระองค์ทรงมอบหมาย
ให้เธอรับผิดชอบต่อวิญญาณซึ่งจะไม่ได้รับความรอดพ้นหากเธอไม่ทำงานที่ดูเหมือนจะเป็นไป
ไม่ได้ ทั้งหมดนี้ ทำไมพระเยซูเจ้าทรงทำเช่นนี้? พระสวามีเจ้าของเราทรงทดลองเธอดูว่าเธอจะมี
ความ ไว้วางใจ ในพระองค์มากเพียงใด และอาศัยความไว้วางใจนี้เองที่นักบุญ​โฟสตินารู้ว่า
พระเยซูเจ้า ทรงพระดำเนินร่วมทางไปกับเธอตลอดเส้นทาง

กลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่คุณพ่อเซราฟิม​กำลังกำลังเริ่มศึกษางานเขียนของนักบุญ
โฟสตินา เพื่อเสนอให้เธอเป็นบุญราศีกลายเป็นหัวข้อถกเถียงว่าช่วงเวลาค่อนข้างจะเร็วเกินไป
(นับแบบธรรมประเพณีที่พระศาสนจักรปฏิบัติต้องใช้เวลานานพอสมควรเพื่อพิจารณาแต่งตั้งใคร
เป็นบุญราศี... ผู้แปล) แต่เธอก็ได้รับแต่งตั้งเป็นบุญราศีบนพื้นฐานของเครื่องหมายอัศจรรย์ที่ได้รับ
โดย มัวรีน ดิแกน เพื่อนที่ดีมากของชาวแมเรียนที่สักการสถานพระเมตตาแห่งชาติ มัวรีน ได้รับ
การรักษาให้หายจากโรคภาวะบวมน้ำเหลือง ซึ่งไม่มีทางรักษาให้หาย ภายหลังนักบุญโฟสตินา
ได้รับ การประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญจากการรับรองเครื่องหมายอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับ
คุณพ่อรอน ไพเทล ที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจที่รักษาไม่ได้กลับหายอย่างน่าอัศจรรย์

ปัจจุบันนี้ ซิสเตอร์โฟสตินาเป็นนักบุญแล้ว เรายังภาวนาขอให้เธอได้เป็นนักปราชญ์ของ
พระศาสนจักร ซึ่งถ้าได้รับการแต่งตั้งก็จะเป็นนักบุญหญิงองค์ที่ 5 ที่ได้รับเกียรตินี้ ข้อเขียนของเธอ
เกี่ยวกับพระเมตตาที่เปี่ยมไปด้วยข่าวสารให้กำลังใจแห่งความไว้วางใจในพระเยซูเจ้าเป็นดั่งการ
เตรียมโลกให้พร้อมกับการเสด็จมาครั้งสุดท้ายของพระองค์ ความตระหนักเรื่องพระเมตตาได้
กระจายออกไปอย่างมั่นคงดังที่เรากล่าวแล้วว่าคุณพ่อเซราฟิมเรียกความศรัทธาต่อพระเมตตา
อย่างมั่นคงนี้ว่า “เป็นกลุ่มศรัทธาชนที่หยั่งรากลึกและกว้างไกลที่สุดในประวัติศาสตร์พระศาสนจักร
คาทอลิก” และหนึ่งในผู้ประกาศหลักเรื่องพระเมตตานี้ก็คือ นักบุญยอห์น ปอล ที่สอง, พระสันตะปาปา​
ตรัสอย่างตรงประเด็นว่า “เป็นที่แน่แท้ว่าเด็กหญิงยากจนคนนี้ ผู้ไม่มีที่ทางจะไปที่พระเจ้าทรงมอบ
หมายพันธกิจให้ประกาศไปทั่วโลก ซึ่งข่าวสารที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20”​
นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

🦊โปรดติดตามตอนต่อไป🦊
ตอบกลับโพส