
ความลับของสายประคำ

โดย : นักบุญ หลุยส์ เดอ มงฟอร์ต

ตอนที่ ( 62 )

กุหลาบดอกที่ 46 (สวดเป็นกลุ่ม)
การสวดสายประคำมีหลายแบบหลายวิธี แต่วิธีที่ถวายสิริมงคลแก่พระเป็นเจ้ามากที่สุด
เป็นประโยชน์แก่วิญญาณเรามากที่สุด และมารร้ายเกลียดกลัวมากที่สุด คือการสวดหรือ
การขับร้องเพลงสายประคำอย่างเปิดเผยเป็นสองกลุ่ม
พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัยที่จะเห็นประชากรของพระองค์ภาวนาร่วมกับบรรดานิกรเทวดา
และนักบุญ ซึ่งร่วมกันสรรเสริญพระองค์ไม่สร่างซา คนดีบนโลกนี้ในหลายชมรมก็ร่วมกันสวด
ภาวนาทั้งกลางวันและกลางคืน พระอาจารย์ของเราเตือนให้สาวกและสานุศิษย์สวดร่วมกัน
และสัญญาว่า “ในที่ใดมีสองสามคนรวมกันในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”
(มธ 18:20)
ช่างเป็นสิ่งที่น่ายินดีเพียงใดที่จะมีพระเยซูคริสต์อยู่ท่ามกลางเราและวิธีเดียวที่เราต้องทำ
เพื่อให้พระองค์มาอยู่กับเราก็คือสวดสายประคำเป็นกลุ่มเป็นก้อน (จากการรณรงค์เพื่อสวด
ในครอบครัว) นี่แหละ
เป็นเหตุผลว่าทำไมคริสตชนสมัยแรก ๆ จึงมารวมกลุ่มภาวนาด้วยกันทั้ง ๆ ที่กองทหาร
ของจักรพรรดิโรมันเที่ยวตามล่าตามล้างพวกเขาตลอดเวลา และการรวมกลุ่มกันก็ถือว่าผิด
กฎหมายแล้ว เขาเสี่ยงตายดีกว่าขาดรวมกลุ่ม ขาดประชุม ซึ่งมีพระเยซูเจ้าเป็นประธานของเขา
นอกนั้นการสวดภาวนาเช่นนี้มีผลประโยชน์มาก เพราะว่า
1.) การสวดหลายคนทำให้เราตื่นตัวและตั้งใจมากกว่าสวดคนเดียว
2. )การรวมกันทำให้แผ่เผื่อเจือจานกันได้ คนใดสวดบกพร่อง การสวดที่ดีของคนอื่นก็จะมาลบเลือน
กันได้แบบคนรวยช่วยคนจน คนชั่วพึ่งคนดี หรือของไทยเราว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัยนั่นเอง
3. )ใครที่สวดสายประคำคนเดียว ก็ย่อมได้รับผลบุญของสายประคำสายเดียว แต่ถ้าสวดรวมกัน
30 คน เขาก็มีส่วนบุญใน 30 สาย นี่แหละเป็นผลของการสวดรวมกัน ช่างมีกำไรจริง ๆ !
4.) พระสันตปาปาอูรบันที่ 8 ซึ่งพอพระทัยมากที่ได้เห็นความศรัทธาต่อสายประคำเผยแพร่ไปใน
กรุงโรมอย่างดี และเห็นว่าได้ใช้สวดโดยแบ่งเป็นกลุ่มนักร้อง 2 กลุ่มโต้ตอบกันเป็นต้นในอาราม
แม่พระที่โซปรา มีแนร์วา (Sopra Minerva) จึงได้ประทานการุณย์เพิ่มพิเศษเป็น 100 วัน ทุกครั้งที่
สวดโดยขับร้องเช่นนี้ คำอนุมัตินี้เขียนในสมณกฤษฎีกา “อัดแปร์เปตูอัม เรอี เมมอรีอำ” (เพื่อความ
จำถึงเรื่องราวตลอดไป) เขียนในปี 1626 - ฉะนั้นทุกครั้งที่ท่านสวดสายประคำเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม
ก็จะได้พระคุณการุณย์ร้อยวันเพิ่มเป็นพิเศษ
5. )การสวดสาธารณะย่อมมีอำนาจกว่าสวดส่วนตัวมาก เพื่อทุเลาพระพิโรธของพระเป็นเจ้า และ
เรียกร้องขอพระเมตตาของพระองค์ และพระศาสนจักรโดยการนำของพระจิตเจ้า เมื่อเวลาประสบ
โรคภัยหรือความลำบากสาธารณะก็เตือนพวกเราให้สวดรวมกันเป็นการภาวนาสาธารณะเสมอ
ในพระสมณกฤษฎีกาของพระองค์เรื่องสายประคำนั้น พระสันตปาปาเกรกอรี่ที่ 13 ได้กล่าวไว้ว่า
เราต้องเชื่อ (โดยความเชื่อจากศรัทธา) ว่าการสวดภาวนาสาธารณะและการแห่แหนของสมาชิก
สมาคมภราดรภาพแห่งสายประคำอันศักดิ์สิทธิ์ ต้องนับว่ามีส่วนใหญ่หลวงในชัยชนะเหนือกองทัพ
เรือตุรกีที่ช่องแคบเลปานโต (Lepanto) ซึ่งพระเป็นเจ้าประทานให้แก่กองทัพคริสตัง
ณ วันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมปี 1571
เมื่อพระเจ้าหลุยส์ผู้ทรงธรรม (The Just) กำลังล้อมป้อมลาโรแชล (Rochelle) อันเป็นที่มั่นของ
กองทัพคณะเฮเรติกปฏิวัติอยู่นั้น พระองค์ได้เขียนจดหมายถึงพระชนนีให้จัดการสวดภาวนาสาธารณะ
เพื่อจะได้มีชัยชนะต่อศัตรู พระชนนีก็สั่งให้สวดสายประคำพร้อมกันแบบสาธารณะที่ปารีสในวิหาร
ดอมินิกันที่เมืองโฟบูร์ค คือวัดนักบุญฮอนอเร พิธีสวดนี้มีอัครสังฆราชแห่งปารีสเป็นประธาน
โดยเริ่มวันที่ 20 พฤษภาคม 1628
ทั้งพระชนนี และพระราชินีเอง (กำลังครองราชย์) ก็มาร่วมสวดสายประคำด้วยกัน พร้อมกับดยุค
แห่งออร์ลีนส์, ฯพณฯ คาร์ดินัล เดอ ลา ร้อชฟูโกลด์ และ ฯพณฯ คาร์ดินัล เดอ เบอ รืลเลอะ และ
สังฆราชอื่น ๆ พระวิหารมีคนมาเต็มแน่นเหมือนมหกรรมยิ่งใหญ่ ท่านอัครสังฆราชเริ่มอ่านบทรำพึงถึง
ข้อลึกลับดัง ๆ ตามด้วยข้าแต่พระบิดาและวันทามารีย์ทุกระยะสิบเม็ด ส่วนที่ประชุมซึ่งประกอบด้วย
นักบวชและฆราวาสก็สวดตอบโต้กับ ฯพณฯ จบสายประคำแล้วก็เอาพระบรมรูป (ตั้ง) ของพระแม่
เข้าขบวนแห่ไปรอบ ๆ บริเวณโดยขับบทเร้าวิงวอนแม่พระไปตลอดทาง
ความศรัทธาเช่นนี้ถูกรักษาไว้ด้วยความร้อนรนเป็นพิเศษสำหรับทุกวันเสาร์ และมีผลออกมา
เป็นการได้รับพระพระพรจากสวรรค์ กล่าวคือ ในวันฉลองนักบุญทั้งหลายปีเดียวกันพระเจ้าแผ่นดิน
องค์เดียวกันนี้ได้รบชนะพวกอังกฤษที่เกาะเร (Re) และยาตราทัพอย่างสง่าเข้าป้อม ลารอแชลเลอะ
ทั้งนี้ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นอำนาจของการสวดภาวนาสาธารณะว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด
ที่สุดเมื่อสัตบุรุษสวดสายประคำด้วยกัน ก็มีฤทธิ์เป็นที่น่าครั่นคร้ามแก่ปีศาจมากกว่าการสวด
คนเดียว เพราะในการสวดรวมกันนั้นมันถูกโจมตีจากกองทัพหนึ่ง มันอาจเอาชนะเราได้หากสวด
คนเดียว แต่ถ้าสวดหลายคนก็ยากเต็มที่สำหรับมัน เปรียบเหมือนว่าเราอาจหักไม้ได้ทีละท่อน ๆ
แต่ถ้าเอาไม้นั้น มามัดรวมกัน การหักก็แทบเป็นไปไม่ได้ตามสุภาษิตที่ว่า “สามัคคีเป็นกำลัง”
ทหารย่อมรวมกันรบศัตรู คนร้ายย่อมรวมกันเพื่อปล้นหรือขโมยของ ปีศาจก็รวมกันเพื่อโจมตี
วิญญาณ แล้วทำไมเราคริสตชน จึงไม่รวมกันโดยเอาพระเยซูเจ้าเป็นประธานเล่า เราจะได้รับ
ความกรุณาจากพระเจ้า และชนะการประจญของปีศาจได้
พี่น้องชาวภราดรภาพที่รัก ไม่ว่าท่านจะอาศัยอยู่ในเมือง หรือชนบท ใกล้วัดหรือใกล้หมู่บ้าน
ของท่าน ถ้าทำได้ลองไปสวดสวดสายประคำในวัดด้วยกันบ้างเป็นไร โดยแบ่งออกเป็นสองข้าง
ตอบรับกัน ถ้าไม่มีวัดก็สวดตามบ้านของท่านหรือบ้านข้างเคียงก็ได้ การปฏิบัติเช่นนี้เป็นกิจศักดิ์สิทธิ์
ที่พอพระทัยพระเป็นเจ้ามาก จะเป็นการส่งเสริมความเชื่อและความศรัทธาแก่กันและกัน และช่วย
ให้เราเกลียดกลัวและหลีกบาปด้วย
มนุษย์เราไม่ว่าที่ไหนย่อมมีคนดีและคนชั่วปะปนกัน ฉะนั้นจงทำใจให้ปลงตกไว้ว่าจะมี
หลายคนมาสวดตามคำชักชวนของท่าน แต่จะมีหลายคนเยาะหยันท่านหรือแก้ตัวไปต่าง ๆ
นานา จงอย่าท้อถอย คนไม่ดีเหล่านี้สักวัน พระเป็นเจ้าจะเอาเขาไปลงโทษก็ได้ เพราะตั้งแต่
อยู่ในโลกนี้แล้ว เขาก็ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เป็นบุตรหรือข้ารับใช้ของพระองค์

โปรดติดตามตอนต่อไป
