โดยต้องการจัดระเบียบข้าราชการในนครรัฐวาติกันให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ
และล้างระบบเส้นสาย
ห้ามจ้างญาติพี่น้องเด็ดขาด ห้ามรับของขวัญมูลค่าเกินกำหนด เพื่อป้องกันการติดสินบน
ผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่การเงิน “ต้องสำแดงทรัพย์สิน” เพื่อความโปร่งใส
และทุกคนต้องทำงานอย่างน้อย 36 ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่วนการจัดซื้อระบบไอทีต่างๆ เช่น พวกซอฟท์แวร์ ต้องผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจาก
“สำนักเลขาธิการเพื่อเศรษฐกิจ” เท่านั้น
(ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไม ข้าราชการวาติกัน ถึง “กลัวความเงียบของ
พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14” เพราะเมื่อตัดสินใจแล้ว พระองค์สั่งการแบบเด็ดขาดแบบนี้ทันที)
___________
เมื่อวานนี้ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ลงนามกฎระเบียบใหม่ 2 ฉบับ ซึ่งจะทดลองใช้ 5 ปี
โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ.2026 กฎระเบียบใหม่นี้ มีขึ้นเพื่อจัดระเบียบ
ข้าราชการทุกระดับในนครรัฐวาติกัน ไล่ตั้งแต่คาร์ดินัลลงไปถึงบรรดาฆราวาส ให้เกิดความ
โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และล้างระบบเส้นสาย ซึ่งเป็นภาพจำของวาติกันมานานแสนนาน
Pope Report ได้อ่านเอกสารฉบับเต็มและสรุปรายละเอียดที่น่าสนใจทั้งหมดมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
ก่อนจะถึงกำหนด Ad Limina
พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกกฎว่า สภาบิช็อปคาทอลิกในประเทศต่างๆ ต้องส่งรายงาน
สถานการณ์ของเขตศาสนปกครองของตนให้วาติกันล่วงหน้า 6 เดือน ก่อนถึงกำหนดการ
Ad Limina (การที่บิช็อปท้องถิ่นต้องเดินทางมาเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาและมาเยือนหลุมศพของ
นักบุญเปโตร ทุกๆ 5 ปี) ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของวาติกันเตรียมข้อมูล และเพื่อให้พระสันตะปาปา
ทราบสถานการณ์ในท้องถิ่นนั้นๆ อย่างถ่องแท้
นี่คือกฎเกณฑ์ใหม่ที่ควบคุมชีวิตการทำงานของ “ข้าราชการวาติกัน” ไล่ตั้งแต่คาร์ดินัล บิช็อป
สงฆ์ นักบวช และฆราวาส
- ห้ามจ้างญาติพี่น้อง (Anti-Nepotism): กฎระเบียบข้อ 14 ระบุชัดเจนว่า “ห้ามจ้างญาติทางสายเลือด”
(จนถึงลำดับชั้นที่ 4) เข้ามาทำงานในหน่วยงานเดียวกัน เพื่อป้องกันระบบเครือญาติ
และผลประโยชน์ทับซ้อน
- สงฆ์/นักบวช จะทำสัญญาจ้างงานในวาติกันวาระละ 5 ปี (ข้อ 12) เมื่อครบวาระแล้ว โดยหลักการ
คือต้อง “กลับสังกัดเดิม” (กลับเขตศาสนปกครองหรือคณะนักบวช) เพื่อป้องกันการยึดติดอำนาจ
ในคูเรียยาวนานเกินไป เว้นแต่จะได้รับการต่อวาระตามความจำเป็นของศาสนจักร
- ฆราวาส จะต้องมีช่วงทดลองงาน 1 ปี ถ้าผ่านงานก็จะได้รับการบรรจุ โดยต้องมีความประพฤติดี
และไม่มีประวัติอาชญากรรม
- เวลาทำงานคือ 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ข้อ 46)
- วันลาพักร้อน ให้สิทธิ์ลาได้ 158 ชั่วโมงต่อปี (ประมาณ 26 วันทำการ หากคิดเป็นวัน ตกวันละ 6 ชม.)
- ความยืดหยุ่นของงานคือ อนุญาตให้เข้า-ออกงานแบบยืดหยุ่นได้ 30 นาที (แต่ต้องชดเชยเวลาให้ครบ)
- โบนัสคือมีเงินเดือนเดือนที่ 13 ซึ่งจะจ่ายช่วงกลางเดือนธันวาคม
- โครงสร้างเงินเดือนจะประกอบด้วย เงินเดือนพื้นฐาน + ค่าความอาวุโส (ปรับขึ้นทุก 2 ปี) + ค่าครองชีพ
- ห้ามรับของขวัญ ห้ามรับของกำนัลที่มีมูลค่าเกินกำหนด เพื่อป้องกันการติดสินบน
- การรักษาความลับ ห้ามนำเอกสาร/ข้อมูลภายในไปเปิดเผย หรือให้สัมภาษณ์สื่อ
โดยไม่ได้รับอนุญาต (ข้อ 41)
- หากฝ่าฝืน บทลงโทษจะไล่ระดับตั้งแต่ ตักเตือน, พักงาน (ตัดเงินเดือน) และร้ายแรง
สุดคือ ไล่ออก
- ถ้าหากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา จะถือว่า “พ้นสภาพโดยอัตโนมัติ”
(Destituzione di diritto)
- ต้องสำแดงทรัพย์สิน ผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่การเงิน ต้องเซ็นใบรับรองทุก 2 ปี
ว่าตนเองไม่มีคดีโกง ไม่มีการฟอกเงิน และไม่มีทรัพย์สินซุกซ่อนในประเทศกลุ่มเสี่ยง (Tax Havens)
นอกจากเรื่องคนแล้ว พระสันตะปาปายังจัดระเบียบ “อำนาจหน้าที่” ของหน่วยงานต่างๆ ดังนี้
- การประชุม: เลขาธิการนครรัฐวาติกัน มีอำนาจเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานเพื่อประสานงาน
และแต่ละสมณกระทรวงต้องจัดประชุมใหญ่ (Plenary Session) สมาชิกทั้งหมด ทุกๆ 2 ปี
- ห้ามหน่วยงานต่างๆ ออกกฎหมายหรือกฤษฎีกาทั่วไปเอง และห้ามแก้กฎหมายหลัก เว้นแต่
จะได้รับ “การอนุมัติเฉพาะเจาะจง” (Specific Approval) เป็นลายลักษณ์อักษรจากพระสันตะปาปา
หากต้องการอำนาจพิเศษ ต้องทำเรื่องขออนุญาตผ่านเลขาธิการนครรัฐ
- การร้องเรียน หากผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของหน่วยงาน ต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอน/แก้ไข
ต่อหน่วยงานนั้นภายใน 10 วัน
- การฟ้องศาล หากยังไม่พอใจ สามารถยื่นฟ้องต่อ “ศาลสูงสุดแห่งสันตะสำนัก”
(Apostolic Signatura) ภายใน 60 วัน
- ข้อยกเว้น: คำสั่งที่พระสันตะปาปาทรงอนุมัติแบบ “เฉพาะเจาะจง” แล้ว จะไม่สามารถอุทธรณ์ได้
- ภาษายังคงใช้ “ภาษาลาติน” เป็นหลักในการร่างเอกสาร แต่เอกสารสำคัญที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
ต้องแปลเป็นภาษาหลักของโลก
- การจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์ต้องผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจาก “สำนักเลขาธิการเพื่อเศรษฐกิจ” เท่านั้น
Cr : pope report


