หลังจากวันนั้น 3 วันทางผู้รับใช้ก็กล่าวเรื่องนี้ แก่ สมาชิก ว่า '' ขอบคุณพระเจ้า ที่ไม่ได้ให้เราไปเหยีบ สถานที่แบบ นั้น '' อยากขอความเห็น พี่น้อง นิวมานา ว่าคิดยังไง กับเรื่องนี้ คะ
ว่าด้วย คริสต์จักรแห่งหนึ่ง พี่น้องคิดยังไง ?
เมื่ิอหลายวันก่อน มีเพื่อนที่อยู่ คริสต์จักรแห่งหนึ่ง มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อ คริสต์มาส ที่ผ่านมา มีการไปร้องเพลง ตามบ้านสมาชิกซึ่ง เป็นธรรมเนียมอยู่ทุกปี ใกล้กับคริสต์จักร เป็นร้านคาราโอเกะ ที่ทีสาวๆ นั่ง ดริ้ง และ โคโยตี้ หรือ เรียกง่ายๆ ว่าสถานบันเทิง ก่อนวันคริสต์มาส 3 วัน ก็มี สาวนั่งดริ้ง คนหนึ่ง เดินเข้ามา และขอร้อง ให้ทางคริสต์จักร แห่งนี้ ช่วยไปร้องเพลงที่ร้านให้หน่อย ก่อนวัน คริสต์มาส แต่ทาง ศิษยาภิบาล และผู้รับใช้บางคน กลับ ปฏิเสธที่จะไป และยังกล่าวอีกว่า เป็นสถานที่ สกปรก
ทำให้หญิง คนนั้นผิดหวังกลับไป
หลังจากวันนั้น 3 วันทางผู้รับใช้ก็กล่าวเรื่องนี้ แก่ สมาชิก ว่า '' ขอบคุณพระเจ้า ที่ไม่ได้ให้เราไปเหยีบ สถานที่แบบ นั้น '' อยากขอความเห็น พี่น้อง นิวมานา ว่าคิดยังไง กับเรื่องนี้ คะ
หลังจากวันนั้น 3 วันทางผู้รับใช้ก็กล่าวเรื่องนี้ แก่ สมาชิก ว่า '' ขอบคุณพระเจ้า ที่ไม่ได้ให้เราไปเหยีบ สถานที่แบบ นั้น '' อยากขอความเห็น พี่น้อง นิวมานา ว่าคิดยังไง กับเรื่องนี้ คะ
อาจจะถูกในสายตาของมนุษย์เราครับ
ทีนี้ เราลองมาดูกันว่า ถ้าเป็นพระเยซูเจ้า พระองค์จะทรงทำอย่างไร
มาระโก 2:17
ครั้นพระเยซูทรงได้ยินดังนั้น พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "คนปกติไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บต้องการหมอ เรามิได้มาเพื่อจะเรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาปให้กลับใจเสียใหม่"
ยอห์น 8
8:1 แต่พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ
8:2 ในตอนเช้าตรู่พระองค์เสด็จเข้าในพระวิหารอีก และคนทั้งหลายพากันมาหาพระองค์ พระองค์ก็ประทับนั่งและสั่งสอนเขา
8:3 พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีได้พาผู้หญิงคนหนึ่งมาหาพระองค์ หญิงผู้นี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และเมื่อเขาให้หญิงผู้นี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
8:4 เขาทูลพระองค์ว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า หญิงคนนี้ถูกจับเมื่อกำลังล่วงประเวณีอยู่
8:5 ในพระราชบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนเช่นนี้ให้ตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไรในเรื่องนี้"
8:6 เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูทรงน้อมพระกายลงเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดิน เหมือนดั่งว่าพระองค์ไม่ได้ยินพวกเขาเลย
8:7 และเมื่อพวกเขายังทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ทรงลุกขึ้นและตรัสกับเขาว่า "ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีบาป ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน"
8:8 แล้วพระองค์ก็ทรงน้อมพระกายลงและเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดินอีก
8:9 และเมื่อเขาทั้งหลายได้ยินดังนั้น จึงรู้สำนึกโดยใจวินิจฉัยผิดชอบ เขาทั้งหลายจึงออกไปทีละคนๆ เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่จนหมด เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงที่ยังยืนอยู่ที่นั้น
8:10 เมื่อพระเยซูทรงลุกขึ้นแล้ว และมิได้ทอดพระเนตรเห็นผู้ใด เห็นแต่หญิงผู้นั้น พระองค์ตรัสกับนางว่า "หญิงเอ๋ย พวกเขาที่ฟ้องเจ้าไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ"
8:11 นางนั้นทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ไม่มีผู้ใดเลย" และพระเยซูตรัสกับนางว่า "เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิด และอย่าทำบาปอีก"
+++++++++++++++++++++++++++++++
ลองอ่านเรื่องนี้ ดูนะครับ
http://www.thaicatholicmission.com/main/index.php/2008-12-09-08-52-37/255-2009-03-17-15-27-05
ทีนี้ เราลองมาดูกันว่า ถ้าเป็นพระเยซูเจ้า พระองค์จะทรงทำอย่างไร
มาระโก 2:17
ครั้นพระเยซูทรงได้ยินดังนั้น พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "คนปกติไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บต้องการหมอ เรามิได้มาเพื่อจะเรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาปให้กลับใจเสียใหม่"
ยอห์น 8
8:1 แต่พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ
8:2 ในตอนเช้าตรู่พระองค์เสด็จเข้าในพระวิหารอีก และคนทั้งหลายพากันมาหาพระองค์ พระองค์ก็ประทับนั่งและสั่งสอนเขา
8:3 พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีได้พาผู้หญิงคนหนึ่งมาหาพระองค์ หญิงผู้นี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และเมื่อเขาให้หญิงผู้นี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
8:4 เขาทูลพระองค์ว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า หญิงคนนี้ถูกจับเมื่อกำลังล่วงประเวณีอยู่
8:5 ในพระราชบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนเช่นนี้ให้ตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไรในเรื่องนี้"
8:6 เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูทรงน้อมพระกายลงเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดิน เหมือนดั่งว่าพระองค์ไม่ได้ยินพวกเขาเลย
8:7 และเมื่อพวกเขายังทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ทรงลุกขึ้นและตรัสกับเขาว่า "ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีบาป ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน"
8:8 แล้วพระองค์ก็ทรงน้อมพระกายลงและเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดินอีก
8:9 และเมื่อเขาทั้งหลายได้ยินดังนั้น จึงรู้สำนึกโดยใจวินิจฉัยผิดชอบ เขาทั้งหลายจึงออกไปทีละคนๆ เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่จนหมด เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงที่ยังยืนอยู่ที่นั้น
8:10 เมื่อพระเยซูทรงลุกขึ้นแล้ว และมิได้ทอดพระเนตรเห็นผู้ใด เห็นแต่หญิงผู้นั้น พระองค์ตรัสกับนางว่า "หญิงเอ๋ย พวกเขาที่ฟ้องเจ้าไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ"
8:11 นางนั้นทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ไม่มีผู้ใดเลย" และพระเยซูตรัสกับนางว่า "เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิด และอย่าทำบาปอีก"
+++++++++++++++++++++++++++++++
ลองอ่านเรื่องนี้ ดูนะครับ
http://www.thaicatholicmission.com/main/index.php/2008-12-09-08-52-37/255-2009-03-17-15-27-05
แก้ไขล่าสุดโดย Cho เมื่อ พุธ ต.ค. 07, 2009 10:32 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ไม่ถูกตรงที่ใช้ คำพูดนี่ละ จะปฏิเสธยังไง ก็รักษา น้ำใจกันก็ยังดี เพราะไม่แน่ ในที่สุด เมื่อถึงเวลา พระเจ้าอาจจะเลือกเค้ามาให้ได้รับความรอด อย่างน้อยการปฏิเสธก็ขอให้เค้าได้ความรู้สึกดีๆไว้ก่อน เค้าได้ไม่มองแง่ร้าย มีเยอะไป ที่ในสายตาเราเค้าคือคนบาปคนไม่ดีแล้วกลับใจและพระเจ้าก็ใช้เขา ท่านจงดูตัวอย่าง ชายคนนึงที่ชื่อ เซาโล เขาเป็น คนนึงในบรรดาคนที่ข่มเหงคริสตจักร สุดท้ายแล้ว พระเจ้า เลือกละใช้เขา อย่างไร ท่านก็คงทราบดี
- Deo Gratias

- โพสต์: 1100
- ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มี.ค. 16, 2006 11:53 pm
รู้สึกไม่ค่อยถูกเท่าไร เกิดเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมาลองใจ มาทดสอบความรักนี่ยุ่งเลย 
อย่างน้อยก็ไม่น่าจะลืมว่าถ้าไม่มีพระเยซู ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเค้า คนบาปเหมือนกันทั้งนั้น
พระเจ้าเกลียดความบาปก็จริง แต่พระเจ้าก็ทรงรักคนบาป
คริสตจักรควรจะสำแดงความรัก และเป็นสื่อกลางนำคนบาปมาหาพระเจ้า ไม่ใช่ผลักไส
การป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสะดุดเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีวิธีแสดงออกที่สำแดงความรักมากกว่านี้
ถ้าคิดว่าไม่สมควรเข้าไปในสถานที่อย่างนั้น ก็น่าจะเชิญเค้ามาที่คริสตจักร.. เช่น
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ คิดว่าเราคงจะไม่สะดวก แต่พรุ่งนี้ที่คริสตจักรเรามีกิจกรรม
อยากถือโอกาสนี้เชิญทุกคนมาร่วมสนุกและนมัสการพระเจ้ากับเราด้วย"
จะได้ไม่เป็นที่สะดุดของใครและไม่เป็นการปิดที่คนเหล่านั้นจะสัมผัสกับความรักของพระเจ้า
อย่างน้อยก็ไม่น่าจะลืมว่าถ้าไม่มีพระเยซู ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเค้า คนบาปเหมือนกันทั้งนั้น
พระเจ้าเกลียดความบาปก็จริง แต่พระเจ้าก็ทรงรักคนบาป
คริสตจักรควรจะสำแดงความรัก และเป็นสื่อกลางนำคนบาปมาหาพระเจ้า ไม่ใช่ผลักไส
การป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสะดุดเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีวิธีแสดงออกที่สำแดงความรักมากกว่านี้
ถ้าคิดว่าไม่สมควรเข้าไปในสถานที่อย่างนั้น ก็น่าจะเชิญเค้ามาที่คริสตจักร.. เช่น
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ คิดว่าเราคงจะไม่สะดวก แต่พรุ่งนี้ที่คริสตจักรเรามีกิจกรรม
อยากถือโอกาสนี้เชิญทุกคนมาร่วมสนุกและนมัสการพระเจ้ากับเราด้วย"
จะได้ไม่เป็นที่สะดุดของใครและไม่เป็นการปิดที่คนเหล่านั้นจะสัมผัสกับความรักของพระเจ้า
แก้ไขล่าสุดโดย Anonymous เมื่อ พุธ ต.ค. 07, 2009 11:15 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
-
Jeab Agape
- ~@
- โพสต์: 8259
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
- ที่อยู่: Bangkok
แล้วแต่การตีความครับพี่แจ็คกี้ ได้ทั้งสอง อย่าง
ถ้าเจี๊ยบเป็นศิษยาภิบาล เจี๊ยบจะไปร้องเพลง และเทศนา
ให้พวกเขา เข้าใจความหมายแท้ของคริสต์มาส ครับ
ถ้าเจี๊ยบเป็นศิษยาภิบาล เจี๊ยบจะไปร้องเพลง และเทศนา
ให้พวกเขา เข้าใจความหมายแท้ของคริสต์มาส ครับ
- ~@Little lamb@~
- Defender of lawS

- โพสต์: 9396
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
- ติดต่อ:
แล้วแต่ว่า จะสามารถพลิกวิกฤติเป้นโอกาสได้รึเปล่า
อย่างน้องเจี๊ยบว่า ถ้าไปแล้วเราสามารถเทศน์ได้ด้วย
ก็น่าสนใจ เทศน์ให้ได้รู้จักพระเจ้าเสียเลย
แต่ถ้าเขาตั้งใจจะให้ไปร้องเพลง เพื่อให้เป็นสีสันของร้านเขา
เพื่อเรียกลูกค้า โชว์แขกในร้าน โชว์ฝรั่ง ว่าร้านตรูมีOptionพิเศษ
ได้บรรยากาศเหมือนเมืองนอก ที่มีนักร้องมาร้องโชว์หน้าร้าน
โดยไม่ต้องลงทุน อันนี้ก็น่าคิด ต้องดูสถานการณ์ด้วยค่ะ
บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ต้องอยู่ในเหตุการณ์อ่ะ
อย่างน้องเจี๊ยบว่า ถ้าไปแล้วเราสามารถเทศน์ได้ด้วย
ก็น่าสนใจ เทศน์ให้ได้รู้จักพระเจ้าเสียเลย
แต่ถ้าเขาตั้งใจจะให้ไปร้องเพลง เพื่อให้เป็นสีสันของร้านเขา
เพื่อเรียกลูกค้า โชว์แขกในร้าน โชว์ฝรั่ง ว่าร้านตรูมีOptionพิเศษ
ได้บรรยากาศเหมือนเมืองนอก ที่มีนักร้องมาร้องโชว์หน้าร้าน
โดยไม่ต้องลงทุน อันนี้ก็น่าคิด ต้องดูสถานการณ์ด้วยค่ะ
บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ต้องอยู่ในเหตุการณ์อ่ะ
ศบ น่าจะคิดดีแล้วละคะ
แกอาจจะไม่ได้พูดบอกปัดแรงขนาดนั้นก็ได้นะคะ
ต้องพิจารณาก่อนจะวิจารณ์เขานะคะ
แกอาจจะไม่ได้พูดบอกปัดแรงขนาดนั้นก็ได้นะคะ
ต้องพิจารณาก่อนจะวิจารณ์เขานะคะ
-
Like a Heaven
- .

- โพสต์: 1739
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 28, 2007 5:58 pm
- ที่อยู่: In the Christ
พี่จิงพูดได้ดีครับ
ในขณะที่เราเป็นลูกแกะน้อยๆ เดินตามคนเลี้ยงแกะบ้าง แกะตัวข้างๆ บ้่่าง
เราอาจไม่รู้ว่า คนเลี้ยงแกะ หรือแม้กระทั่งหมาเฝ้าแกะ ทำงานหนักขนาดไหนเพื่อเรา
สมมติ คนเลี้ยงแกะไปพบแกะน้่อยน่าสงสารตัวหนึ่ง แต่กลับตีมันให้ตายต่อหน้าเรา
เราคงมีอารมณ์โกรธและเสียใจแทนแกะตัวนั้น
ทั้งๆ ที่บางทีแกะตัวนั้นเป็นโรคติดต่อร้ายแรงรักษาไม่หาย และกำลังทรมานจากความเจ็บปวด
คนเลี้ยงแกะไม่ได้ใจร้ายเลย แต่ต้องทำเืพื่อรักษาแกะัที่เหลือไว้ และช่วยให้แกะนั้นพ้นความทรมาน
...
สำหรับเรื่องนี้ผมเกรงว่าจะเป็นการหยิบยืมธรรมเนียมปฏิบัติของคริสตชนไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ซึ่งนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว การเอาแกะน้อยอ่อนต่อโลกหลายๆ ตัวไปเสี่ยงย่อมไม่เหมาะสม
ผมไม่รู้สถานการณ์ที่เล่ามา การร้องเพลงใช้ลูกแกะอายุประมาณไหน
ถ้าเอาป้าแกะลุงแกะไปร้อง ก็เอาเถอะครับ ภูมิต้านทานเขาสูง
แต่ถ้าเอาน้องแกะ หลานแกะไป ชะรอยจะต้านทานสิ่งยั่วยุไม่อยู่
ผมคิดว่า ถ้าลองเชิญเขามานมัสการ เราอาจจะเห็นภาพที่แท้จริงของเขามากขึ้น
เช่น ถ้าเขายืนกรานให้ไป ก็น่าจะชัดเจนว่า เขาต้องการใช้วัฒนธรรมในเชิงพาณิชย์
แต่ถ้าเขาเต็มใจรับคำเชิญของเรา ไม่ว่าเขาจะมาจริงหรือไม่มา เราก็ขออวยพรด้วยความรักขององค์ความรักด้วย
เราอาจไม่รู้ว่า คนเลี้ยงแกะ หรือแม้กระทั่งหมาเฝ้าแกะ ทำงานหนักขนาดไหนเพื่อเรา
สมมติ คนเลี้ยงแกะไปพบแกะน้่อยน่าสงสารตัวหนึ่ง แต่กลับตีมันให้ตายต่อหน้าเรา
เราคงมีอารมณ์โกรธและเสียใจแทนแกะตัวนั้น
ทั้งๆ ที่บางทีแกะตัวนั้นเป็นโรคติดต่อร้ายแรงรักษาไม่หาย และกำลังทรมานจากความเจ็บปวด
คนเลี้ยงแกะไม่ได้ใจร้ายเลย แต่ต้องทำเืพื่อรักษาแกะัที่เหลือไว้ และช่วยให้แกะนั้นพ้นความทรมาน
...
สำหรับเรื่องนี้ผมเกรงว่าจะเป็นการหยิบยืมธรรมเนียมปฏิบัติของคริสตชนไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ซึ่งนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว การเอาแกะน้อยอ่อนต่อโลกหลายๆ ตัวไปเสี่ยงย่อมไม่เหมาะสม
ผมไม่รู้สถานการณ์ที่เล่ามา การร้องเพลงใช้ลูกแกะอายุประมาณไหน
ถ้าเอาป้าแกะลุงแกะไปร้อง ก็เอาเถอะครับ ภูมิต้านทานเขาสูง
แต่ถ้าเอาน้องแกะ หลานแกะไป ชะรอยจะต้านทานสิ่งยั่วยุไม่อยู่
ผมคิดว่า ถ้าลองเชิญเขามานมัสการ เราอาจจะเห็นภาพที่แท้จริงของเขามากขึ้น
เช่น ถ้าเขายืนกรานให้ไป ก็น่าจะชัดเจนว่า เขาต้องการใช้วัฒนธรรมในเชิงพาณิชย์
แต่ถ้าเขาเต็มใจรับคำเชิญของเรา ไม่ว่าเขาจะมาจริงหรือไม่มา เราก็ขออวยพรด้วยความรักขององค์ความรักด้วย
พี่เห็นด้วยกะน้องเจี๊ยบนะคะ มีแต่คนบาปทั้ง นั้น ถ้าเราแสดงความอ่อนโยน ความรักกับเขา แสดงความรักที่แท้จริงของพระเจ้า ก็จะดีกว่า เผื่อว่า จะได้ มีวิญาณที่ ได้รับความรอด การช่วยคนบาปให้พ้น จากนรก ถือเป็นการสร้าง ผลบุญของชาว คริสต์ชน อย่างแท้จริงJeab Agape เขียน:
แล้วแต่การตีความครับพี่แจ็คกี้ ได้ทั้งสอง อย่าง
ถ้าเจี๊ยบเป็นศิษยาภิบาล เจี๊ยบจะไปร้องเพลง และเทศนา
ให้พวกเขา เข้าใจความหมายแท้ของคริสต์มาส ครับ![]()
เห็นด้วยค่ะ นักบุญเปโตรยังไปเทศน์สอนให้หญิงงามเมืองฟังเพื่อให้ละบาปjacky เขียน:พี่เห็นด้วยกะน้องเจี๊ยบนะคะ มีแต่คนบาปทั้ง นั้น ถ้าเราแสดงความอ่อนโยน ความรักกับเขา แสดงความรักที่แท้จริงของพระเจ้า ก็จะดีกว่า เผื่อว่า จะได้ มีวิญาณที่ ได้รับความรอด การช่วยคนบาปให้พ้น จากนรก ถือเป็นการสร้าง ผลบุญของชาว คริสต์ชน อย่างแท้จริงJeab Agape เขียน:
แล้วแต่การตีความครับพี่แจ็คกี้ ได้ทั้งสอง อย่าง
ถ้าเจี๊ยบเป็นศิษยาภิบาล เจี๊ยบจะไปร้องเพลง และเทศนา
ให้พวกเขา เข้าใจความหมายแท้ของคริสต์มาส ครับ![]()
ถ้าเราไปอาจะได้วิญญาณที่กลับใจรอดมาได้อีก
จริงๆ วิญญาณเหล่านี้เค้ายังต้องการผู้เปิดทางมาหาพระเจ้านะคะ






